รีเซต

“วรรณ”สู่นักพัฒนาสินค้าลงทุน ส่งต่อบล.ไพน์ดูแลฐานรายย่อย

“วรรณ”สู่นักพัฒนาสินค้าลงทุน ส่งต่อบล.ไพน์ดูแลฐานรายย่อย
ทันหุ้น
12 พฤศจิกายน 2564 ( 14:37 )
116

ทันหุ้น- บลจ.วรรณ ปรับโครงสร้างธุรกิจรับโลกการลงทุนที่เปลี่ยนไป และมีความหลากหลายยิ่งขึ้น วางบทบาทเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน ดูแลกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ส่งไม้ให้ บล.ไพน์ ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 99% ดูแลกลุ่มลูกค้ารายย่อย เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจ และลดต้นทุนการดำเนินงาน ด้าน บล.ไพน์ ชูบทบาท Wealth Management บริหารความมั่งคั่งเป็นหลัก

 

นายพจน์ หะริณสุต ปรานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด หรือ บลจ.วรรณ ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่รองรับโลกการลงทุนเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ ด้วยการวางบทบาทหน้าที่ให้ บลจ.วรรณ เป็นองค์กรที่คิดค้นพัฒนาโปรดักส์ด้านการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะ คริปโท สินทรัพย์ดิจิทัล หุ้น ทั้งในและนอกตลาด โดยมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรเป็นหลัก

 

ร่วมด้วยช่วยกันโต

ในส่วนของลูกค้ารายย่อย บลจ.วรรณ ได้ตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด หรือ บล.ไพน์ ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ ในบทบาทบริหารจัดการความมั่งคั่งให้กับลูกค้ารายย่อย (Wealth Management) ซึ่ง บลจ. วรรณ ถือหุ้น ในสัดส่วน 99% นั่นหมายความว่าทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจจะมีการทำงานด้วยกันอย่างใกล้ชิดในแง่ของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุน และยังมี บริษัท เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ถือหุ้นใหญ่ใน บลจ.วรรณ สัดส่วน 99% เป็นอีกกำลังสำคัญในการสนับสนุนแผนธุรกิจ และข้อมูลด้านการลงทุนต่างๆ เป็นต้น

 

นายพจน์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจทำให้ บลจ.วรรณ เกิดความคล่องตัวในการบริหาร และลดต้นทุนในการทำธุรกิจ โดยทางบลจ.วรรณ ยังรุกการเติบโตในส่วนของกองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลูกค้านิติบุคคลและสถาบันองค์กรขนาดใหญ่รวมถึงตัวแทนขาย (Selling Agents) ซึ่งในแผนพัฒนาองค์กร 3 ปี บริษัทเตรียมการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค (Regional) เพิ่มเติม รวมถึงบลจ. วรรณ ยังได้เริ่ม เตรียมตัวสำหรับผลิตภัณฑ์การลงทุนประเภทสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ซึ่งอาจต้องมีการขยายธุรกิจเพิ่มเพื่อรองรับ

 

“ในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล เราโฟกัสในสินทรัพย์ที่มีธุรกิจ หรือสามารถสร้างรายได้หนุนหลัง เช่น การออกเหรียญของธุรกิจอสังหาญ ซึ่งเหรียญดังกล่าวนอกจากมีสินทรัพย์หนุน ก็มีการเทรดซื้อขายเช่นกัน มีราคาขึ้นลงได้ตามความต้องการ ซึ่งเรายังคงแนะนำการลงทุนในกรอบที่กฎหมายรองรับ ยังไม่เข้าไปแนะนำในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีหลักทรัพย์หนุนหลัง”

 

บล.ไพน์ มุ่งธุรกิจWealth

นายสุรศักดิ์ ธรรมโม กรรมการผู้จัดการ บล.ไพน์ เผยว่าแผนงานของบริษัทคือการวางเป้าหมายเป็น One-Stop Financial Service ให้กับนักลงทุน มีเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทช่วยแนะนำการลงทุน ให้เหมาะกับนักลงทุนตามสถานการณ์เศรษฐกิจและความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ อีกทั้งมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่กว้างขึ้นมา

 

“เราวางเป้าหมายเริ่มต้น AUA (Asset Under Advisory) ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และวางเป้หามายการเติบโตเป็น 3 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปี โดยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่จะแนะนำให้ลูกค้า และนักลงทุนจะไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่การลงทุนในกองทุนรวมในไทยเท่านั้น แต่รวมถึงสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ และการลงทุนตรงในกองทุนรวมต่างประเทศด้วย ซึ่งตลาดการลงทุนในต่างประเทศนั้นมีความหลากหลายมาก และยังมีสินทรัพย์ในหารลงทุนให้ค้นหา เพื่อเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อีกมาก

 

สำหรับแผนธุรกิจช่วงแรกจะเริ่มต้นนำร่องด้วยผลิตภัณฑ์กองทุนรวมในประเทศที่เป็นที่คุ้นเคยผ่านระบบ FundConnext และ Streaming Fund+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวางแผนจะเริ่มเสนอผลิตภัณฑ์กองทุนรวมทั่วโลกในรูปแบบลงทุนตรงต่างประเทศในช่วงต้น-กลางปีหน้านี้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้โดยเฉพาะในตลาดแรกหรือ IPO ประกอบการให้คำแนะนำแบบ Asset Allocation บน Open Architecture ทั้งการลงทุนระยะสั้นถึงกลาง ยาว และการลงทุนแบบจับจังหวะตลาดให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของลูกค้า

 

โดยบล.ไพน์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแนะนำการลงทุนได้เพราะมีผลิตภัณฑ์จากทั้งบลจ.ชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ ตราสารหนี้ในตลาดแรก หุ้นกู้อนุพันธ์ ซึ่งอาจรวมถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสินทรัพย์ดิจิตัลในอนาคต

 

นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของบล.ไพน์ที่แตกต่างคือการนำทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในวิเคราะห์การลงทุนได้อย่างยอดเยี่ยม มารวมเข้ากับผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วโลกแล้วเสริมด้วยนวัตกรรมและแพลตฟอร์มการลงทุน ให้เข้ากับตัวลูกค้าและนักลงทุน ผ่านขั้นตอนรายงานการลงทุนที่เข้าใจง่ายและครบถ้วน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง