เงินเฟ้อเป็นคำที่เราได้ยินคุ้นหูมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม ซึ่งตอนนั้นที่ผมฟังครูสอน ผมก็ยังไม่เข้าใจความหมายของมันเท่าไหร่นัก จนมาถึงทุกวันนี้ที่โลกของเรากำลังมีวิกฤติทางการเงินที่กินระยะเวลามาหลายเดือนแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีแนวโน้มชะลอตัวบ้างแล้ว แต่ค่าเงินที่อ่อนค่าของเราก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผมเข้าใจคำว่าเงินเฟ้อเป็นอย่างดี และเงินเฟ้อเป็นตัวการหลักที่ทำให้เงินที่เรามีมีค่าน้อยลง เงิน 100 บาทที่ผมเคยซื้อข้าวได้ 2 จาน ในวันนี้ผมได้แค่ข้าวตามสั่งพิเศษเพิ่มไข่ดาวแค่จานเดียวเท่านั้น หมายความว่าถ้าเรายังเก็บเงินในรูปของเงินสด เงินสดของเราก็อาจมีค่าลดน้อยลงเรื่อยๆเนื่องจากเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทุกปีก็ได้ ผมจึงได้มองเห็นว่าผมควรที่จะเอาเงินไปเก็บไว้ในรูปของทรัพย์สินอื่นๆบ้าง โดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีมูลค่าเติบโตขึ้นตามเงินเฟ้อ และในวันนี้ผมก็ได้นำ 4 ทรัพย์สินที่น่าสะสมหรือลงทุนที่ผมได้ลองเก็บสะสมจริงๆ และก็ได้ผลเป็นอย่างดีมาแบ่งปันทุกคนกัน แต่ถึงอย่างไรหากทุกท่านต้องการจะสะสมหรือลงทุนในทรัพย์สินใดก็ตาม ขอให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นให้ลึกซึ้งมากที่สุด เพื่อป้องกันการขาดทุนในอนาคตได้ เราไปดูกันเลยครับว่า 4 ทรัพย์สินจากประสบการณ์ของผมมีอะไรบ้าง1.ความรู้ ทรัพย์สินแรกที่ผมได้ซื้อเอาไว้จำนวนไม่น้อยนั่นคือความรู้ เพราะความรู้จะสามารถกำจัดความกลัวในการลงทุนต่างๆได้ รวมถึงความรู้ในวิชาชีพเฉพาะก็สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพและหาเลี้ยงชีพได้ ตัวผมเองจะมุ่งเน้นเพิ่มพูนความรู้ทักษะที่มีอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือด้านการเงิน ด้านจิตวิทยา หรือการเรียนภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพิ่มเติม การเพิ่มทักษะและความรู้ให้กับตัวเองแบบนี้จะทำให้เราสามารถทำงานที่มีเงินเดือนสูงขึ้นไปได้ รวมถึงสามารถนำความรู้ด้านการลงทุนไปต่อยอดเงินที่เรามีได้ด้วย และหากเรามีความเชี่ยวชาญในความรู้ด้านต่างๆแล้วเราอาจจะรับสอนพิเศษเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย วิธีนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ให้ผลตอบแทนเยอะมากทีเดียว แต่ผลตอบแทนจะไม่ได้ได้รับภายใน 1-2 วัน แต่อาจใช้เวลานานเป็นหลายปี กว่าที่ความรู้จะเริ่มตอบแทนเราได้ ดังนั้นทรัพย์สินความรู้นี้จะต้องใจเย็นและไม่รีบร้อนให้มันรีบให้ผลตอบแทนจนเกินไป และผมคิดว่าข้อดีอีกอย่างเลยก็คือ ความรู้เป็นทรัพย์สินที่ใครก็มีแย่งชิงวิ่งราวไปจากเราไม่ได้2.ทองคำ และโลหะหายากต่างๆ สำหรับทองคำและโลหะหายากต่างๆมันมักจะมีราคาในตัวมันเอง ซึ่งอาจเกิดมาจากการที่จำนวนที่มีน้อย หรืออาจเกิดจากการที่อุตสาหกรรมหลายชนิดก็ต้องการใช้แร่เหล่านั้นในกระบวนการผลิตด้วย เช่น ทองคำก็ใช้ในการผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แพลตินัมใช้ผลิต Catalytic converter เป็นต้น ซึ่งความต้องการใช้โลหะเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในหลักค้ำประกันว่าโลหะเหล่านี้จะไม่เสื่อมมูลค่าในอนาคต และที่ผ่านมาทองคำมักจะมีราคาสูงขึ้นเมื่อมีภาวะเงินเฟ้อ ตัวผมเองมักจะสะสมทองคำ และแร่เงิน สำหรับทองคำเรารู้กันดีอยู่แล้วว่ามีความผันผวนมาก แต่ในระยะยาวก็สามารถที่จะป้องกันผลกระทบจากเงินเฟ้อได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมก็มีทั้งติดดอย และกำไร แต่โดยรวมแล้วก็จะมีกำไรมากกว่า เพราะซื้อมาในราคาเฉลี่ย 20000 บาท แต่ขายได้ในราคา 30000 บาทในปีก่อน ก็ถือว่ายังได้กำไรอยู่ แต่สำหรับแร่เงินผมสะสมในรูปเครื่องประดับ แต่ต้องยอมรับว่าราคาไม่ได้สูงมากนัก อาจเก็บเป็นความสุขทางใจมากกว่า สำหรับวิธีนี้ผมก็ยังมองว่าต้องเก็บในระยะยาว เหมาะกับคนที่มีเงินเย็นพร้อมจะเก็บยาวๆมากกว่า3.ทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ทรัพย์สินทางปัญญาก็เป็นอีกทรัพย์สินที่น่าถือครอง เพราะทรัพย์สินประเภทนี้เกิดมาจากความสามารถของตัวเราเอง หากทรัพย์สินทางปัญญาของเราเป็นที่ต้องการของตลาด ก็จะสามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับเราได้เลยทีเดียว สำหรับผมเองยังไม่ได้มีทรัพย์สินทางปัญญาถือครองมากนัก แต่ก็พยายามที่จะศึกษาไม่ว่าเป็น NFT หรือการทำเพลงในช่อง YouTube แต่ถึงอย่างไรก็ตามทุกวันนี้ตัวผมมีบทความที่เขียนไว้บนแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างเช่นที่เรารู้จักกันดีคือ TrueID Creator ซึ่งก็มีรายได้มาให้กับผมในทุกๆสัปดาห์ ก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้เสริมให้เราได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งหากใครมีความสามารถในด้านไหน อาจลองสร้างทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองขึ้นมา แล้วหาตลาดให้กับมันเพื่อที่เราจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นมา สู้กับภาวะเงินเฟ้อได้4.ทรัพย์สินทางการเงิน เช่น หุ้น กองทุนรวม ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3-5% ต่อปี การถือกองทุนรวมหรือหุ้นที่มีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อก็จะทำให้เงินของเราโตสู้อัตราเงินเฟ้อไปได้ แต่สิ่งสำคัญเลยคือกรเลือกกองทุนและหุ้นมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ต้องอาศัยความรู้อย่างลึกซึ้ง เพราะถึงแม้จะให้ผลตอบแทนที่สูง แต่ก็เสี่ยงสูงที่จะเสียเงินต้นเช่นกัน ดังนั้นต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน ส่วนตัวผมมักจะซื้อกองทุนที่ให้ปันผล 3-5% ต่อปี ซึ่งถือว่ากำไรอยู่ในช่วงที่รับได้ กองทุนรวมที่ผมซื้อมีหลายตัวมาก ซึ่งไม่สามารถแนะนำได้ เพราะระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนจะรับได้นั้นมันแตกต่างกัน หลายท่านอาจจะชอบความเสี่ยงต่ำ แต่ผมอาจจะชอบความเสี่ยงสูง เป็นต้น ดังนั้นหากใครต้องการจะลงทุนกับทรัพย์สินประเภทนี้จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี นอกจากหุ้นและกองทุนแล้วก็ยังมี Cryptocurrency อีกด้วย ซึ่งก็สามารถจะถือครองได้เช่นกัน แต่ผมยังไม่ได้มีประสบการณ์มากนักในเรื่องนั้น แต่ไม่ว่าจะยังไงขอให้อย่าลืมว่าทุกอย่างมีความเสี่ยงและนี่คือ 4 ทรัพย์สินที่น่าลงทุนในยุคเงินเฟ้อที่ผมนำมาจากประสบการณ์ของผมเอง ซึ่งหลายคนอาจจะเห็นต่างกันไป ซึ่งจะเห็นว่าผมยังไม่ได้พูดถึงอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้เองก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน ซึ่งจากที่ผมลงทุนก็พบว่ามีทั้งกำไรและขาดทุน ผมจึงเลือกที่จะยังไม่นำมานำเสนอในบทความนี้ และสำหรับวิธีที่นำมาแบ่งปันนี้คือวิธีที่ผมนำไปใช้แล้วได้ผลจริง จึงได้นำมาแบ่งปัน หากใครมีข้อเสนอแนะอะไรสามารถแนะนำได้เลยนะครับภาพปกทำเองจากเว็บไซต์ canva.comภาพที่ 1 โดย ThoughtCatalog จาก Pixabayภาพที่ 2 โดย Stevebidmead จาก Pixabayภาพที่ 3 โดย StockSnap จาก Pixabayภาพที่ 4 โดย WorldSpectrum จาก Pixabay เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !