ทองคำ vs บิทคอยน์ นาทีนี้เลือกลงทุนอะไรดี ? พูดถึงการลงทุนทองคำในช่วง 3-5 ปีหลังนี้ แน่นอนว่าหลายคนคงพอทราบกันดีว่ามันมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ตัวนึงอยู่เสมอ ซึ่งก็คือบิทคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัลแห่งยุคที่ราคาพุ่งทยายขึ้นมามหาศาลในรอบทศวรรษที่ผ่านมานั่นเอง บ้างก็ว่ายุคสมัยนี้มันหมดยุคของการเก็บสินทรัพย์โลหะที่จับต้องได้แล้ว เพราะโลกกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคการเงินดิจิทัลเต็มตัว สินทรัพย์ที่จับไม่ต้องไม่ได้ แต่มีความคล่องตัวย่อมเป็นความหวังของอนาคตมากกว่า และนั่นก็ทำให้หลายคนเริ่มลังเลชั่งใจที่จะเลือกลงทุนในทองคำต่อไป ในวันนี้เราจึงจะมาชี้แนะไขข้อข้องใจให้ได้ทราบกันว่านาทีนี้ทองคำกับบิทคอยน์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร สินทรัพย์ทั้งสองตัวมีข้อดี และข้อเสียอย่างไร ? แต่ก็ขอบอกกันก่อนนะว่าบทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำหรือชักชวนลงทุน เพียงแต่ต้องการชี้ให้ถึงความแตกต่าง ข้อดีข้อด้อยของสินทรัพย์ทั้งสองตัว เพื่อที่หลายคนจะสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการสินใจได้นั่นเอง ราคาต่อหน่วย ทองคำ vs บิทคอยน์ เทียบราคาต่อหน่วยปัจจุบันของสินทรัพย์ทั้งสองตัวก็แน่นอนว่าเป็นบิทคอยน์ที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่าหลายเท่าตัว โดย 1 เหรียญบิทคอยน์นั้นมูลค่าถึงราว 2,550,000 บาท เลยทีเดียว ขณะที่ราคาทองคำล่าสุดต่อน้ำหนัก 1 บาท จะอยู่ที่ประมาณ 64,600 บาท อย่างไรก็ตามแม้ว่าราคาของบิทคอยน์ต่อหน่วยจะสูงกว่าราคาทองคำชัดเจนดังกล่าวนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามูลค่าที่แท้จริงของบิทคอยน์นั้นสูงกว่าทองคำแต่อย่างใด โดยราคาซื้อขายสินทรัพย์นั้นเพียงสะท้อนความต้องการซื้อ ความต้องการขายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเท่านั้น และอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซัพพลายของ ทองคำ vs บิทคอยน์ มากันที่อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องบอกว่าส่งผลต่อมูลค่าของสินทรัพย์ตัวใด ๆ กันบ้าง ซึ่งก็คือเรื่องของซัพพลายหรือปริมาณที่มีอยู่นั่นเอง ซึ่งจุดนี้ต้องบอกว่าทองคำกับบิทคอยน์นั้นมีความคล้ายคลึงกันอยู่ เพราะสินทรัพย์ทั้งสองตัวมีซัพพลายจำกัดนั่นเอง ไม่ใช่ว่าจะทำการสร้าง หรือมิ้นท์ขึ้นมาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ โดยในส่วนของแร่ทองคำนั้นว่ากันว่าปัจจุบันแหล่งขุดทั่วโลกได้มีการขุดแร่ทองคำออกมาใช้แล้วกว่า 200,000 ตัน และมีการประมาณการณ์กันไว้ว่าส่วนที่ยังมีเหลือให้ขุดได้นั้นจะมีอยู่ไม่เกินเท่าตัวนึงของส่วนที่ขุดมาแล้ว หรือก็คือน่าจะยังเหลือแร่ทองคำอยู่อีกราว 200,000 ตัน นั่นเอง ขณะที่ฝั่งบิทคอยน์ก็มีซัพพลายจำกัดที่ประกาศออกมาชัดเจนอยู่แล้วที่ 20.1 ล้านเหรียญ ซึ่งแม้จะยังมีส่วนที่ยังไม่ได้ถูกขุดออกมาอยู่ราว 5% แต่รวมกันทั้งหมดแล้วก็จะไม่มีทางมีบิทคอยน์มากเกินไปกว่านี้แล้ว จะเห็นได้ว่าแม้สินทรัพย์ทั้งสองตัวจะไม่สามารถนำซัพพลายมาเทียบกันตรง ๆ ได้ เพราะลักษณะของมันแตกต่างกัน แต่ก็พอจะสรุปได้ว่าความจำกัดของบิทคอยน์ดูจะมีมากกว่า เพราะทองคำยังอาจต้องใช้เวลานานนับหลายร้อยปีกว่าที่จะขุดทั้งหมดมาใช้ ขณะที่ปริมาณทองชนิดต่าง ๆ ที่มีหมุนเวียนในตลาดตอนนี้ก็ถือว่าไม่น้อยแล้วเหมือนกัน ส่วนบิทคอยน์นั้นชัดเจนว่ามันไม่มีทางเพิ่มเติมไปมากกว่านี้แล้ว และนั่นจึงทำให้มันสะท้อนไปที่ราคาแล้วนั่นเอง(ดังที่เห็นว่า 1 เหรียญบิทคอยน์มีมูลค่าสูงถึงสองล้านกว่าบาท) ความเสี่ยง ทองคำ vs บิทคอยน์ ต่อมาก็มาว่ากันที่ความเสี่ยงของการถือครองสินทรัพย์ทั้งสองชนิดกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าส่วนนี้ถือเป็นปัจจัยที่มีความแตกต่างกันชัดเจน เพราะสินทรัพย์ทั้งสองตัวเป็นสินทรัพย์คนละชนิดกัน โดยเราสามารถสรุปความเสี่ยงของสินทรัพย์ทั้งสองตัวได้งนี้ ทองคำ - ความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรม สูญหาย ความเสี่ยงที่ดูจะชัดเจนเป็นรูปธรรมของการถือครองทองคำก็คือความเสี่ยงเรื่องการถูกโจรกรรม สูญหาย หรือการที่ทองคำของเราได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ จนทำให้น้ำหนักทองขาดหายไปบางส่วนนั่นเอง อย่างไรก็ตามความเสี่ยงส่วนนี้หลายคนอาจจะมองว่ามันสามารถควบคุมได้ โดยการไม่ถือครองทองคำไว้เอง แต่เลือกใช้ระบบฝากกับเซฟธนาคาร หรือผู้ให้บริการซื้อขายทองคำที่จะมีการจัดเก็บทองคำแทนลูกค้าไว้อยู่แล้ว ในกรณีที่ลูกค้ามีการเปิดบัญชีซื้อขายทองคำกับตนเองไว้และไม่ประสงค์จะนำทองคำกลับไปเก็บเอง บิทคอยน์ - ความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ หรือแฮกเกอร์ ในส่วนของความเสี่ยงของการถือครองบิทคอยน์ก็แน่นอนว่าหลัก ๆ เป็นความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์เช่นเดียวกับสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเงินคริปโตเคอเรนซี่สกุลอื่น ๆ นั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์โลกไซเบอร์ในช่วงหลังนี้ที่แม้แต่กระดานเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่อย่าง Binance ที่ระบบความปลอดภัยแน่นหนาก็ยังพลาดโดยกลอุบายของแฮกเกอร์เล่นงานจนสูญเงินดิจิทัลไปหลักพันล้านเหรียญสหรัฐ ก็น่าจะทำให้หลาย ๆ คนหวั่นเกรงไม่น้อย อย่างไรก็ตามสำหรับความเสี่ยงนี้หลายคนอาจมองว่าแค่เพียงการย้ายบิทคอยน์ที่มีไปจัดเก็บไว้ในฮาร์ดแวร์วอลเล็ทก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว ความผันผวนของราคาในอนาคต ถ้าหากย้อนกลับไปดูสถิติราคาของสินทรัพย์ทั้งสองตัวก็จะพบว่าค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกัน กล่าวคือในระยะยาวราคาสินทรัพพย์ของทั้งสองตัวปรับตัวสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ นั่นเอง โดยในส่วนของทองคำนั้นหากย้อนเวลากลับไปหลายสิบปีก่อนก็จะพบว่าราคาต่อน้ำหนักหนึ่งบาททองคำนั้นมันเคยอยู่เพียงแค่หลักพันเท่านั้นเอง แต่ปัจจุบันพุ่งมาอยู่ในระดับหกหมื่นบาทแล้ว ขณะที่บิทคอยน์เองก็เคยเป็นเพียงสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีคนสนใจ และครั้งนึงเคยมีคนใช้บิทคอยน์กว่า 10,000 เหรียญแลกซื้อพิซซ่าไปเพียง 2 ถาด เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเทียบเท่าได้กับเงินมูลค่ากว่าสองหมื่นห้าพันล้านบาทเลยทีเดียว แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ความเคลื่อนไหวของราคาในอดีตก็ไม่ได้บ่งบอกอนาคตเสมอไป โอกาสความผันผวนของราคาทั้งทองคำและบิทคอยน์จึงดูจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ นั่นคือมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้อีก หรืออาจจะปรับตัวลงได้ทั้งคู่เช่นกัน ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !