การที่เราเป็นนักศึกษาฝึกสอนเราต้องปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน เคารพกฎระเบียบของโรงเรียน วางตัวเป็นแบบอย่างที่ดีของนักเรียน การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในการทำงาน เข้ามาฝึกสอนในสถานศึกษาเต็มรูปแบบหนึ่งปีของนักศึกษาครู ทุกคนต้องเจอปัญหาที่ว่าเราจะทำได้ไหม สอนนักเรียนได้หรือเปล่า เข้ากับคนอื่นได้ไหม ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งดิฉันมีคำตอบให้ในบทความนี้ลองอ่านกันดูนะคะ สิ่งที่เจอในการเป็นนักศึกษาฝึกสอน 1. เจอสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ เพื่อนร่วมหน่วยฝึกและเจอสังคมวัยทำงาน การปรับตัวไม่ได้ยากเลย เริ่มจากปรับตัวเข้าหาเพื่อนที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่จะต้องมาเป็นนักศึกษาฝึกสอนด้วยกันโดยทำความรู้จัก โดยการพาไปกินข้าว พูดคุยหยอกเล่นและทำให้เขาไว้วางใจในตัวเรา เชื่อมั่นเชื่อถือว่าเราเป็นเพื่อนที่น่าคบได้ สำหรับตัวดิฉันเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีอยู่แล้วเลยทำให้เข้ากับเพื่อนร่วมฝึกได้ไม่ว่าจะมาจากมหาวิทยาลัยไหน ส่วนการเข้ากับผู้ใหญ่ เอาจริง ๆ ตอนแรกดิฉันเข้ากับผู้ใหญ่ไม่ได้เพราะว่าผู้ใหญ่มองว่าฉันแต่งตัวไม่ถูกระเบียบ แต่งหน้าจัดเข้าไปในสถานศึกษาซึ่งเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่นักเรียน ฉันจะปรับตัวให้ดีขึ้นแล้วเข้าหาผู้ใหญ่มากขึ้น เริ่มจากของกินค่ะก็ ก็อย่างเช่น น้ำผลไม้ นำอาหารที่ทำเองไปฝาก เพราะว่าเป็นแค่นักศึกษายังไม่มีเงินเยอะที่จะซื้ออะไรแพง ๆ ใช้คำพูดที่สุภาพมีหางเสียงทำให้ดิฉันปรับตัวกับคุณครูที่โรงเรียนได้ 2. เจอกับนักเรียน เคยเจอนักเรียนลองความรู้ ซึ่งเขารู้ว่าเราเป็นแค่นักศึกษาเราสามารถมีความรู้ที่จะสอนเขาหรือไม่ ให้เราทำตัวให้น่าเชื่อถือและดูมีความรู้มากที่สุดถ้าเราตอบไม่ได้ให้เราลองถามย้อนกลับและถ้านักเรียนตอบไม่ได้ การที่จะเบี่ยงประเด็นคือ ไปหาคำตอบสิ่งที่ครูถามวันนี้ แล้วครูจะไม่ลบคะแนนเธอ 3. นักเรียนมาจีบ ข้อนี้ผิดจรรยาบรรณที่สุด เราไม่ควรที่จะปฏิบัติทางชู้สาวกับนักเรียนเพราะเขานับถือเราเป็นครูคนหนึ่ง ถามว่าดิฉันเคยไหมแน่นอนเคยอยู่แล้ว การที่นักเรียนมาจีบมันก็ดีมีคนรักดีกว่ามีคนเกลียด แต่เราต้องรู้ว่าเราทำอะไร เราไปสอน เราไปเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนเราจะประพฤติไม่ดีไม่ได้ 4.ความยากลำบากในการทำงาน ต้องเตรียมแผนการสอน เตรียมการสอน เตรียมเอกสารต่าง ๆ เพื่อที่จะสอนซึ่งทำให้เป็นงานหนักมากสำหรับนักศึกษาฝึกสอน บางคนที่ยังทำแผนการสอนไม่เสร็จ ใช่ค่ะดิฉันเป็นหนึ่งในนั้น ความยากลำบากในการทำแผนการสอนซึ่งครูพี่เลี้ยงให้แก้แล้วแก้อีกแก้อยู่นั่นแหละไม่รู้ว่าจะแก้อะไรนักหนา ซึ่งเราก็คิดว่าเราคิดแผนการสอนมาดีแล้ว ออกแบบการสอนมาดีแล้ว แต่มันก็ไม่ดีพอสำหรับครูพี่เลี้ยง ซึ่งเขาอยากให้เราทำได้ดีกว่านี้ ซึ่งมีสื่อการเรียนการสอนมี Power Point ในการสอน มีการเตรียมการสอนมาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งเราไม่ได้ทำ ทำให้ทุก ๆ วันของฉันต้องทำแผนอยู่ตลอดเวลา ไม่รวมกับงานอื่นที่โรงเรียนจัดขึ้นไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมเข้าพรรษา ลอยกระทงหรือว่ากิจกรรมที่เขาต้องเรียกเราไปช่วยใช้แรงงาน ช่วงนั้นหนักหน่วงมากซึ่งดิฉันก็ผ่านมาได้ ถึงปัจจุบันนี้ 5. เจอกับแรงกดดันที่เราทำงานไม่สำเร็จ ส่วนนี้เอาเป็นว่ามันเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าว่าคุณนั้นมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าดียังไง 6. นักรียนไม่ส่งงาน อันนี้คือปัญหาที่เกิดกับนักศึกษาฝึกสอนทุกคนแน่นอน เพราะว่า นักเรียนคิดว่าเราไม่ใช่คนให้เกรด และเขายังไม่เคารพเรามากพอ 7. เจอปัญหาเด็กที่มีปัญหา พ่อแม่หย่าร้าง พ่อแม่บังคับขู่เข็ญ พ่อแม่กดดันลูก ส่วนตัวที่เจอมาคือเป็นปัญหาครอบครัวที่ทำให้เด็กคนหนึ่งมีความกดดันในใจซึ่งเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก แต่ว่าความกดดันนั้นทำให้เขากลายเป็นเด็กที่ไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เก็บตัวอยู่คนเดียวและใช้แรงกดดันนั้นแสดงออกถึงความก้าวร้าวออกมา ซึ่งเราในฐานะครูคนหนึ่งเราต้องแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ โดยการหาวิธีต่าง ๆ ที่จะพัฒนาเด็กคนนี้ให้มีความอบอุ่น อยู่กับสังคมได้อย่างมีความสุขไม่ก้าวร้าว หวังว่าบทความนี้เป็นบทความที่ให้แรงบันดาลใจแก่นักศึกษาฝึกสอน เมื่อไรที่คุณเจอกับปัญหาอะไรเราต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้ เครดิตภาพ : ภาพปกและในบทความ มาริน ถ่ายเอง