เพาะกายร่วมกับคณะกรรมการกีฬาวุฒิสภา ระดมทุนมอบชุดป้องกัน PPE เพื่อบุคลากรแพทย์

เพาะกายร่วมกับคณะกรรมการกีฬาวุฒิสภา ระดมทุนมอบชุดป้องกัน PPE เพื่อบุคลากรแพทย์
มติชน
24 เมษายน 2563 ( 07:00 )
24
1
เพาะกายร่วมกับคณะกรรมการกีฬาวุฒิสภา ระดมทุนมอบชุดป้องกัน PPE เพื่อบุคลากรแพทย์

เพาะกายร่วมกับคณะกรรมการกีฬาวุฒิสภา ระดมทุนมอบชุดป้องกัน PPE เพื่อบุคลากรแพทย์

นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา นำโดย พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ร่วมกับสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทยโดยนายศุกรีย์ สุภาวรีกุลนายกสมาคม มอบชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) จำนวน 200 ชุด โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา รับมอบชุด เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ขาดแคลน ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นหน้าที่ทางประธานวุฒิสภาว่าจะมอบให้กับโรงพยาบาลไหนบ้างที่จำเป็นและขาดแคลน อุปกรณ์ชุดป้องกัน ซึ่งการมอบชุดนี้ทางคณะกรรมการวุฒิสภา ได้ร่วมกันลงขัน ร่วมกับสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปซื้อชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) ซึ่งหลังจากรวบรวมแล้วทาง สมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ก็ได้ดำเนินการไปซื้อชุดได้จำนวน 200 ชุดเพื่อมอบให้กับทางบุคลกรทางการแพทย์ได้ใช้ต่อสู้กับ โรคระบาด คโรนา 2019 (COVID-19) ในครั้งนี้ ซึ่งใน โอกาสนี้ ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการและสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย และกล่าวเพิ่มเติมว่า ชุดป้องกัน PPE ถือเป็นสิ่งสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมากในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสให้กับบุคลากรทางการแพทย์

นอกจากนี้ทางนายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการปิดเทอมนี้มีซิคแพคซึ่งทำกิจกรรมาได้ครึ่งทางแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เข้าร่วมโครงการกว่า 6,000 คนตอนนี้ก็ยังคงไม่หนีไปไหน ทำให้เห็นว่าทุกคนที่เข้าตอนนี้ไม่ได้สนถึงเรื่องเงินรางวัลแล้ว ส่วนใหญ่หวังในเรื่องของสุขภาพ และรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิมขึ้น และกระแสการตอบรับก็ดีมากๆ มีหลายคนสนใจอยากที่จะให้มีโครงการต่อไปหลังจากจบโครงนี้ไป เราก็เคยมาคุยกับทีมงานว่า ถ้าโครงการต่อไปอาจจะเน้นไปที่กลุ้มเป้าหมายอย่างตรงจุด อาทิเช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มคนทำงาน เป็นต้น แต่รุปแบบก็คือการออกกำลังกายและติดตามผลแบบออนไลน์ ซึ่งเรามองว่า ถ้าเราสามารถดึงประชาชน 1,000,000 คนมาออกกำลังกายได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะการที่เราทำในรูปแบบออนไลน์ต้องบอกว่ามันเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม และทุกจังหวัด แต่โครงการต่อไปเราก็ต้องหาผู้สนับสนุนด้วย เพราะแต่ละครั้งก็ต้องใช้งบประมาณพอสมควร แต่ผลลัพท์ที่ได้นั้นถือว่าคุ้ม เพราะทำให้คนนั้นหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากทีเดียว