รีเซต

ยกระดับรับมือน้ำท่วม! สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ระบบไฟ-น้ำโรงพยาบาล-ศูนย์อพยพห้ามสะดุด

ยกระดับรับมือน้ำท่วม! สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ระบบไฟ-น้ำโรงพยาบาล-ศูนย์อพยพห้ามสะดุด
TNN ช่อง16
29 กันยายน 2569 ( 12:01 )
12

ยกระดับรับมือน้ำท่วม เน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติงาน

วันนี้ (29 ก.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการเตรียมการให้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบ Video Conference พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรม ปภ. ร่วมประชุมที่กรม ปภ. และมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านช่องทางออนไลน์

ในที่ประชุม ได้มีการรายงานอัปเดตสถานการณ์จากจังหวัดนครนายก ปทุมธานี กาญจนบุรี ระยอง กำแพงเพชร และจังหวัดชลบุรี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ที่กำลังประสบสถานการณ์

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้มีข้อสั่งการและเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยทั้งในพื้นที่ประสบภัย พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มทรงตัวหรือลดระดับลง

โดยในด้านระบบสาธารณูปโภค ให้มีการมอบหมาย "รองผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบกำกับดูแลระบบน้ำประปา" ทั้งสถานีสูบน้ำและสถานีผลิตน้ำประปาโดยตรง พร้อมจัดสรรกำลังพลเข้าวางแนวกระสอบทรายและเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อประคองสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากระบบชำรุดเสียหายให้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคเร่งรัดซ่อมแซม นำรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และ หากระดับน้ำลดลง ให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าก่อนดำเนินการจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับคืนสู่บ้านเรือนประชาชนโดยเร็ว

ระบบไฟฟ้า-น้ำประปาโรงพยาบาลและศูนย์พักพิงชั่วคราว ห้ามเกิดปัญหาขาดแคลน

“สำหรับการดูแลสถานที่สำคัญ ต้องให้ความสำคัญสูงสุดในการ "ป้องกันและสนับสนุนโรงพยาบาลและศูนย์พักพิงชั่วคราว (ศูนย์อพยพ)" โดยต้องดูแลระบบไฟฟ้าและน้ำประปาไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนหรือหยุดชะงักอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับ อปท. และมณฑลทหารบก "จัดตั้งและขยายโรงครัวประกอบอาหาร" เพื่อจัดส่งอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยที่ยังคงติดค้างอยู่ในบ้านเรือนและไม่สามารถเดินทางออกมาได้เป็นลำดับแรก ก่อนจัดสรรให้ผู้ประสบภัยที่สามารถสัญจรหรือเดินทางออกมารับความช่วยเหลือภายนอกได้“ นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ในส่วนของการบริหารจัดการ "ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบูรณาการ" กำลังพล เครื่องจักรกล และทรัพยากรร่วมกับหน่วยงานภายนอก หากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตประสบปัญหาขาดแคลนพนักงานขับเคลื่อนเครื่องจักรกลให้บูรณาการประสาน "กำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าสนับสนุน" ตาม MOU ร่วมกับมูลนิธิกู้ภัยทั่วประเทศ จึงสามารถโยกย้ายกำลังกู้ภัยมาสนับสนุนการลำเลียงส่งข้าวส่งน้ำหรือการค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ อีกทั้งให้ ปภ. เตรียมแผนสับเปลี่ยนเครื่องจักรกลเข้าสู่ระยะฟื้นฟูเยียวยาทันทีเมื่อระดับน้ำลดลง ตลอดจนประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครในการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่

ขอให้ติดตามและประเมินสถานการณ์ระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมแนวป้องกันได้ ให้ปรับแผนปฏิบัติการจากการป้องกัน เข้าสู่การให้ความช่วยเหลือดูแลความปลอดภัย และอพยพประชาชนในทันที สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำคือเรื่องการบริหารจัดการน้ำ "โดยเฉพาะกรณีมวลชนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันในแต่ละอำเภอ นายอำเภอต้องเข้าไปสร้างสมดุลและทำความเข้าใจ" โดยยึดภาพรวมของจังหวัดและประเทศเป็นหลัก จุดไหนที่จำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำหรือยกบานเพื่อระบายน้ำให้ภาพรวมดีขึ้นก็จำเป็นต้องทำ อย่าปล่อยให้มีการยื้อกันไปมาจนน้ำกระจายตัวเป็นเกาะแก่ง ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการลำบากยิ่งกว่าเดิม

"สิ่งสำคัญที่สุดต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ร่วมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยหลังจากนี้ ยังขอให้ทุกจุดได้รายงานสถานการณ์ ณ หากพื้นที่ใดประสบปัญหาหรือขาดแคลนทรัพยากร ให้เร่งประสานขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมโดยเร่งด่วน“ นายเจเศรษฐ์ กล่าว


ด้านนายอรรษิษฐ์ เน้นย้ำถึง "ความสำคัญของการผันน้ำ" ซึ่งจากการประสานงานร่วมกับกรมชลประทานพบว่า หากสามารถเดินเครื่องสูบน้ำได้อย่างเต็มกำลัง จะช่วยให้สถานการณ์น้ำและการระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากนั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด "เร่งรัดการสำรวจความเสียหายหลังระดับน้ำลดลง" เพื่อให้สามารถจ่ายเงินชดเชยเยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็วตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และระดับจังหวัด สรุปข้อมูลให้เรียบร้อย เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ

"ตลอดจนต้องเร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชนเกี่ยวกับมาตรการและขั้นตอนการดำเนินงานของฝ่ายปกครอง ทั้งใน "ระยะก่อนเกิดภัย" ที่มีการเตรียมความพร้อม "ระยะเผชิญเหตุ" และ "ระยะฟื้นฟูเยียวยา" และให้ทุกฝ่ายช่วยกันเร่งรัดการฟื้นฟูบูรณะระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมและสามารถใช้งานได้โดยเร็วที่สุด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง