Iron man ภาค 1 ฉายครั้งแรกในปี 2008 รับบทนำโดยโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ และกำกับโดยจอน ฟาฟโร ในช่วงที่หนังฮีโร่ยังไม่ดังที และกระแสคนรู้จักหนัง marvel หรือจักรวาล mcu ก็ไม่บูมเท่ายุคนี้ ก็ถือเป็นการวัดดวงไปเลยที่นำโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์มาแสดงเป็น iron man เพราะตอนนั้นชีวิตส่วนตัวและชื่อเสียงในวงการของเฮียแกไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะแกเป็นนักแสดงเด็กที่พึ่งยาเสพติดตั้งแต่เด็กเพราะพ่อชวนเอาเป็นว่าชีวิตส่วนตัวของแกดราม่ามากๆ แต่แกก็ไม่เคยล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนักแสดง ปัจจุบันเขาเป็นนักแสดงที่สร้างรายได้และมีค่าตัวมากที่สุดคนหนึ่ง และหนัง iron man ยังสร้างรายได้เกือบสองหมื่นล้าน จากต้นทุนการสร้างสี่พันห้าร้อยล้าน อย่างที่เราเห็นกันในหน้าจอ โทนี่ สตาร์คเคยค้าอาวุธมาก่อน แต่เขาก็ประกาศว่าจะเลิกค้าอาวุธหลังจากมาเป็น iron man คล้ายๆกับดาวนีย์ จูเนียร์ ที่เคยติดยามาก่อน ชีวิตของเขาวนเวียนแค่ศาล ยา วงการแสดง และคุก จนกระทั่งเขาตัดสินใจจะเลิกให้ขาดในวัย 38 ปี โทนี่ สตาร์คมีผลงานเจ๋งๆที่น่าจดจำอย่างชุดเกราะ iron man หุ่นอัลตรอนแมน สมองจักรกลอัจฉริยะ อุปกรณ์ของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ที่เราเห็นในหนังเรื่อง spiderman ภาค coming home คล้ายๆกับดาวนีย์ จูเนียร์ ที่มีผลงานการแสดงหลายๆเรื่องที่สร้างชื่อให้เขาทั้ง ชาลี แชปลิน Less than zero ก่อนที่จะมารับบทเป็น iron manและหากใครตามหนัง iron man มาตั้งแต่ภาคแรก เราก็คงจะคุ้นชินกับประโยคของหนังว่า... ผมนี่แหละ iron man ซึ่งคล้ายกับนิสัยส่วนตัวในชีวิตจริงๆของโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์เป็นอย่างมากจริงๆบท iron man เนี้ย เกือบจะเป็นของทอม ครูซ และนิโคลัส เคจแล้ว แต่เพราะหนังสร้างไม่สำเร็จจึงต้องปิดตัวลง จนกระทั่ง studio ของค่ายหนัง marvel เอาหนังฮีโร่มาปัดฝุ่นใหม่ และตอนนั้น marvel ลงเดิมพันเลยว่าคนที่ต้องมารับบทมหาเศรษฐีเพลย์บอยพ่อค้าอาวุธและผู้ชายที่ผลิตหุ่นเครื่องยนต์รบ iron man จะต้องเป็นโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์เท่านั้น ทั้งๆที่ในตอนนั้น แกไม่ใช่นักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรเลย แถมยังเข้าออกสถานบำบัดเหล้าและยาและคุกเป็นว่าเล่นอีก ในเวลานั้นโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ไม่ต่างอะไรจากอดีตดาวค้างฟ้าที่เคยรุ่งโรจน์ในสายงานการแสดงกลับมีชีวิตที่ดิ่งลงใกล้จุดก้นเหวเพราะยาเสพติด แต่เพราะความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กด้วย ก็ทำให้นักแสดงนำหลัก iron man กลับตัวกลับใจได้ เลิกยาเสพติดแล้วขาดเลย เหมือนกับ iron man ที่คิดได้หลังกินชีสเบอร์เกอร์ และเอาอาวุธผิดกฏหมายทั้งหมดที่มีหอบไปทิ้งในแม่น้ำและเลิกทำธุรกิจสีเทานี้อีกจากประสบการณ์ของผู้เขียน ผู้เขียนไม่เคยติดยา เคยดื่มบ้างตามมารยาท แต่ไม่เคยดื่มจนเมา และไม่ได้ติดเหล้าอะไรมาก เหล้ามันขม ไม่อร่อยเท่าไร โค้กอร่อยกว่า เพราะงั้นผู้เขียนไม่เข้าใจคนที่ติดยาติดเหล้าค่ะและก็ไม่เคยคิดจะเอาตัวเองเฉียดเข้าไปเพราะเคยเห็นคนที่ติดเหล้าหนักมากจนไม่ดื่มอยู่ไม่ได้เป็นป้าที่ผู้เขียนรู้จักตอนเด็กๆค่ะแกทำงานราชการเงินบำนาญหลังเกษียณมีเท่าไรแกก็เอาไปหมดกับเบียร์ค่ะชนิดที่ว่าเพื่อนๆหามแกเข้าโรงพยาบาลเพราะมีภาวะตับแข็งลำไส้อักเสบและมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งแกก็ยังไม่เลิกดื่มและมีอาการคล้ายๆคนลงแดงด้วยค่ะทั้งๆที่มันก็แค่คืนเดียวที่หมองดให้แกดื่ม ทันทีที่แกออกจากโรงพยาบาลแกก็ดื่มทันทีเลย เผลอๆดื่มหนักกว่าเดิมด้วย จนแกเสียไปแล้ว ก่อนเสียแกก็ยังดื่มอยู่เลยค่ะ ดังนั้นการเลิกเหล้าเลิกยาเสพติดเป็นเรื่องที่ยากมากๆไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่ต้องการก็ตาม แต่เฮียแกเลิกได้เพราะความฝันที่อยากจะเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กๆ นับถือเลยค่ะ ฮีโร่คนนี้ บทความอื่นๆที่น่าสนใจ : รีวิว Birds of Prey ฮาร์ลีย์ ควินน์ เล่าเรื่องบ้าๆสไตล์ฮาร์ลีย์ ควินน์ หลังไม่มีโจ๊กเกอร์รีวิว The Batman (2022) 12/10 แบทแมนเวอร์ชันที่เรียลที่สุดรีวิว Hawkeye เนื้อเรื่องหลังจบ End game ของฮอร์กอายรีวิว Black widow เรื่องราวของนาตาชา โรมานอฟหลังจากสงคราม Civil warทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน The Umbrella Academy SEASON 1-2 ก่อนรับชม SEASON 3 ทาง Netflixขอขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปก / Canva รูปประกอบภาพหน้าปกที่ 1 / 2 โดย IG : robertdowneyjrรูปภาพประกอบที่ 1 / 2 / 3 / 4 โดย IG : robertdowneyjrเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !