พอถึงหน้าทุเรียนทีไร หลายคนก็ใจสั่นทุกที! แต่ก็แอบกังวลใช่ไหมครับว่า กินทุเรียนแล้วจะลงพุง น้ำหนักพุ่งหรือเปล่า? จริง ๆ แล้ว ทุเรียนไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไปอย่างที่เราคิดครับ ถ้าเรา “กินเป็น” ร่างกายเราก็จะได้ประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว วันนี้ผู้เขียนนำทริคการกินทุเรียนแบบฟิน ๆ อย่างไรให้หุ่นยังคงความเป๊ะกันอยู่มาฝากกันครับ ไปดูกันเลย! ภาพประกอบที่ 1 โดย Unsplash How to กินทุเรียน “ให้ได้ประโยชน์ ไม่ลงพุง” 1. ล็อคโควตา “2 เม็ดพอ” ปริมาณที่คุณหมอแนะนำ คือ ทานไม่เกิน 2 เม็ดกลางต่อวัน (น้ำหนักเนื้อรวมประมาณ 100 กรัม) ซึ่งจะให้พลังงานราว ๆ 150 – 160 แคลอรี่ เท่ากับข้าวสวย 2 ทัพพี ถือว่ากำลังดี ไม่เกินลิมิตครับ ผู้เขียนขอแนะนำว่า ให้ท่องจำตัวเลขนี้ให้ขึ้นใจเพื่อไม่ให้เผลอใจกินเพลินจนเกินแก้ครับ 2. ใช้สูตร “กินทุเรียน ต้องตัดแป้ง” วันไหนที่คุณกินทุเรียนไปแล้ว มื้อหลักในวันนั้น ต้องลดปริมาณข้าว แป้ง หรือของหวานอื่น ๆ ลงครึ่งหนึ่ง เหตุที่ต้องทำแบบนี้ เพราะเป็นการถัวเฉลี่ยคาร์โบไฮเดรต ไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและพลังงานซ้ำซ้อนมากจนเกินไปใน 1 วันนั่นเองครับ ภาพประกอบที่ 2 โดย Unsplash 3. ห้ามกินทุเรียนมื้อดึกเด็ดขาด เนื่องจากทุเรียนให้พลังงานสูงมาก และย่อยยาก ผู้เขียนขอแนะนำว่า ควรเลือกทานช่วงเช้าหรือช่วงกลางวันจะดีที่สุดครับ เพราะหากคุณทานทุเรียนช่วงดึก ร่างกายจะไม่ได้นำพลังงานไปใช้งานและเผาผลาญไม่ทัน พลังงานส่วนเกินเหล่านั้นจะแปรสภาพกลายเป็นไขมันไปสะสมที่พุงทันที 4. ดื่มน้ำเปล่าตามเยอะ ๆ ทุเรียนมีสารกำมะถันธรรมชาติที่ทำให้ร่างกายเราร้อนขึ้น (หรือที่เรียกกันว่า อาการร้อนใน) ดังนั้น การดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องตามไปเยอะ ๆ จะช่วยขับสารนี้ออกไป และช่วยปรับสมดุลความร้อน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วยครับ ภาพประกอบที่ 3 โดย Unsplash ข้อควรระวังขั้นวิกฤติ! ห้ามกินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์ : เนื่องจากทั้ง 2 สิ่ง มีฤทธิ์ร้อนทั้งคู่ เมื่อกินร่วมกัน อาจทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง จนขาดน้ำรุนแรง ช็อกหมดสติ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ ห้ามกินทุเรียนคู่กับน้ำอัดลม : แม้ว่าทางเคมีจะไม่ได้ทำปฏิกิริยาก่อพิษรุนแรงเท่ากับการกินคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ตาม แต่จะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง และสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว แถมแก๊สจากน้ำอัดลม ยังทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด และคลื่นไส้อาเจียนได้ง่ายอีกด้วยครับ หลีกเลี่ยงในกลุ่มเสี่ยง : สำหรับผู้ป่วยโรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือควรหลีกเลี่ยงเลยครับ เพราะในทุเรียนมีทั้งโพแทสเซียมและน้ำตาลที่สูงมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโรคที่เป็นอยู่ได้ ภาพประกอบที่ 4 โดย Unsplash สรุปให้ฟังง่าย ๆ จากผู้เขียน ทุเรียนเรากินได้ครับ แค่ต้องรู้จัก “คุมปริมาณและบาลานซ์มื้ออาหาร” ในแต่ละวันให้ดี เท่านี้ คุณก็สามารถฟินกับการกินราชาแห่งผลไม้ได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องพุงกลม ๆ อีกต่อไปแล้วล่ะครับ! ภาพหน้าปกโดย Gliezl Bancal จาก Unsplash (ตกแต่งเพิ่มเติมโดยผู้เขียนผ่าน Canva) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !