รีเซต

รัฐบาลเฝ้าระวัง “ไวรัสฮันตา” ใกล้ชิด ยืนยันไทยยังไม่พบการระบาด

รัฐบาลเฝ้าระวัง “ไวรัสฮันตา” ใกล้ชิด ยืนยันไทยยังไม่พบการระบาด
TNN ช่อง16
11 พฤษภาคม 2569 ( 12:17 )

ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) อย่างใกล้ชิด

วันนี้ ( 11 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) อย่างใกล้ชิด ภายหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานการพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โดยขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าว และประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ได้เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ทั้งที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและระบบเฝ้าระวังภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โรคไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อที่มีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนาและหนูบ้าน เป็นพาหะสำคัญ การติดเชื้อมักเกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระหนูในพื้นที่อับอากาศ ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์ สำหรับอาการของโรค ในระยะแรกจะคล้ายไข้หวัด ก่อนที่บางรายอาจมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ 

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรค การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ


รัฐบาลสั่งกรมควบคุมโรคเพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 

รัฐบาลได้สั่งการให้กรมควบคุมโรคเพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยประสานข้อมูลร่วมกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศให้เพิ่มการคัดกรองโรคในผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติยังเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พร้อมจัดทำการประเมินความเสี่ยง เตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง และแนวทางตอบโต้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์


ขณะเดียวกัน รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสิ่งปนเปื้อน โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อับอากาศที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการกวาดหรือดูดฝุ่น และควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นก่อนทำความสะอาด รวมทั้งรักษาความสะอาดของบ้านและสถานที่ทำงาน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่ำ แต่ได้เตรียมความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสื่อสาร เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง