หมอกฤชรัตน์ ประเมินทองปลายปี 4,000-4,300 ดอลลาร์ แม้เฟดส่อขึ้นดอกเบี้ย

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ประเมินว่าราคาทองคำช่วงปลายปีจะอยู่ในกรอบ 4,000-4,300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือราว 65,000-68,000 บาทสำหรับทองไทย ถึงแม้ตลาดให้น้ำหนักถึง 86% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม โดยแนะนำให้นักลงทุนแบ่งพอร์ตตามระยะเวลาการลงทุน
นพ.กฤชรัตน์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 69 ว่า ขณะนี้ราคาทองคำพยายามทรงตัวเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ และทุกครั้งที่ราคาลงไปแตะแนวรับ 4,065-4,070 ดอลลาร์ ก็มักจะเด้งกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ทองคำยังยืนได้ แม้ปัจจัยลบรุมเร้า
นพ.กฤชรัตน์ อธิบายว่า ปัจจัยหลายตัวในตอนนี้ ตามปกติจะกดดันราคาทองคำ ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ที่ยังสูงอยู่ที่ 3.7% ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น โดยน้ำมันดิบ WTI ขึ้นไปเฉียด 100 ดอลลาร์ ส่วนเบรนท์ใกล้ 110 ดอลลาร์ รวมถึงเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ราคาทองคำกลับยังยืนได้ เพราะราคาปัจจุบันรับรู้ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อสะสมจากนักลงทุนระยะยาวและธนาคารกลางเข้ามาหนุนด้วย
จับตาประชุมเฟด ตลาดให้น้ำหนักขึ้นดอกเบี้ย 86%
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีการประชุมที่ต้องติดตาม 2 ครั้ง ครั้งแรกคือการประชุมเดือนตุลาคมประมาณวันที่ 29 ซึ่งคาดว่าเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ส่วนครั้งที่สองคือการประชุมเดือนธันวาคมวันที่ 15-16 ซึ่งตลาดให้น้ำหนักถึง 86% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
นพ.กฤชรัตน์ ประเมินว่า รอบนี้เฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้อีกเพียง 2-3 ครั้ง เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย และกล่าวว่า "ถ้าราคาทองคำในช่วงจากนี้ไปจนถึงการประชุมเฟดไม่ร่วงลงมาอีก นั่นหมายความว่าการปรับฐานน่าจะทำให้ราคาทองคำยืนตรงนี้ได้ยาว ๆ" พร้อมย้ำว่า "ถ้าขึ้นดอกเบี้ยแล้วไม่หลุด 4,000 ถือว่าดีมาก"
กรอบราคาทองคำ ระยะสั้นและปลายปี
ในระยะสั้น นพ.กฤชรัตน์ มองว่าราคาทองคำตลาดโลกจะแกว่งตัวในกรอบ 4,120-4,180 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือราว 65,600-66,600 บาทสำหรับทองไทย ส่วนช่วงปลายปี ประเมินกรอบราคาทองคำตลาดโลกไว้ที่ 4,000-4,300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยทองไทยมีแนวรับที่ 65,000 บาท และแนวต้านที่ 68,000 บาท
แนะนำแบ่งพอร์ต 30% เก็งสั้น 60-70% สะสมยาว
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นพ.กฤชรัตน์ แนะนำให้นักลงทุนแบ่งพอร์ตตามเป้าหมาย นักลงทุนระยะสั้นสามารถใช้เงินราว 30% ของพอร์ต ทำกำไรจากการแกว่งตัวในกรอบ 65,600-66,600 บาท เพราะช่วงนี้ราคาเหวี่ยงขึ้นลงแบบวันเว้นวัน ส่วนนักลงทุนระยะกลางถึงยาวสามารถทยอยซื้อสะสมได้ราว 60-70% ของพอร์ต เพราะมองว่าราคาไม่น่าจะลงลึกหรือหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ได้ง่าย
ปัจจัยที่อาจพลิกเกม
นพ.กฤชรัตน์ ชี้ว่า ถ้าสมมติฐานเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยไม่เกิดขึ้นจริง หรือเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ไกลกว่ากรอบที่ประเมินไว้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
