ตามประสาคนชอบกินผัก และถ้ามีที่ว่างตรงไหนพอที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นสวนได้ เราก็ไม่รอช้าที่จะปรับให้เป็นคลังอาหาร โดยเฉพาะสำหรับการปลูกผักสวนครัว เพราะการปลูกผักไว้กินเองนั้น ไม่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก ไม่ต้องรอเป็นปีถึงจะได้กิน สำหรับเราแล้วพื้นที่ว่าง ๆ คือโอกาสทอง ไม่ว่าจะมีที่ดินกว้างขวางหรือแค่พื้นที่ข้างบ้านเล็ก ๆ ก็สามารถเนรมิตให้กลายเป็นมุมสีเขียวที่กินได้จริง แถมยังอุ่นใจเรื่องความปลอดภัยเพราะเราดูแลเองกับมือทุกขั้นตอน จุดเด่นของการปลูกผักสวนครัวฉบับเราคือการเลือก "ไม้ล้มลุก" หรือผักที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้น ข้อดีคือปลูกไม่นานก็ได้เก็บผลผลิตทันใจ และที่สำคัญที่สุดคือความยืดหยุ่น ถ้าวันไหนเราต้องขยับขยายพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหาย เพราะผักเหล่านี้มักจะเติบโตจนเราเก็บกินได้ทันเวลาพอดี เรียกว่าใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแบบไม่ต้องรอช้า วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และแนะนำ 7 ผักสวนครัวยอดฮิต ที่เราลงมือปลูกเองในรั้วบ้าน รับรองว่ามือใหม่ก็ทำตามได้ไม่ยาก จะมีอะไรบ้างและมีเคล็ดลับยังไง ตามมาดูเลยค่ะทุ๊กกกคน 1. มะนาว "มะนาว" คือความภูมิใจหลังบ้านที่เราตั้งใจปั้นมาก เริ่มต้นจากการคัดกิ่งตอนที่แข็งแรงที่สุดมาลงดินในมุมที่แดดส่องถึงตลอดทั้งวัน เพราะมะนาวเป็นพืชที่ชอบแดดจัดและต้องการการระบายน้ำที่ดีเป็นพิเศษ เราเลยต้องพิถีพิถันเรื่องดินไม่ให้แฉะเกินไปพร้อมกับหมั่นรดน้ำให้ความชื้นสม่ำเสมอในทุกวัน แม้ว่ามะนาวจะไม่ได้โตไวปุบปับเหมือนผักล้มลุกชนิดอื่น แต่การได้เห็นมะนาวค่อย ๆ แตกยอดเขียวสะพรั่งเป็นทรงพุ่มสวยก็ผ่านไปหลายเดือน ทำให้คนปลูกอย่างเราชื่นใจมาก ถึงตอนนี้จะยังต้องรอเวลาสะสมอาหารอีกสักพักกว่าจะได้เก็บลูกมาปรุงอาหาร เราก็พร้อมากกกที่จะรอ 2. ตะไคร้ ผักสวนครัวที่ขาดไม่ได้เลยในครัวไทยอย่าง "ตะไคร้" นี่คือที่สุดของการประหยัดและคุ้มค่าสำหรับเรา เพราะ ตั้งแต่ปลูกมาไม่เคยต้องเสียเงินซื้อตะไคร้จากตลาดเลยสักครั้ง แค่ปลูกทิ้งไว้กอเดียวก็แตกกอใหญ่โต ขยายหัว ขยายต้น ให้เราได้ขุดมาต้มยำทำแกงหรือตำน้ำพริกกินได้ยาวนานมาก ๆ เรียกว่ากินกันแทบไม่ทัน เพื่อนบ้านแวะมาขอแบ่งไปแกงอยู่บ่อย ๆ ตะไคร้เป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย ทนแดด ทนแล้ง ปลูกทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ กอยังใหญ่โตได้ขนาดนี้ ประหยัดที่สุดยอดแบบนี้ ไม่มีไม่ได้แล้วนะเพื่อน ๆ 3. กะเพรา/โหระพา มาถึงเมนูคู่บุญคู่ครัวไทยอย่าง "กะเพรา" และ "โหระพา" สองอย่างนี้เราเลือกปลูกไว้คู่กันแบบแพ็กคู่ไปเลย เพราะวิธีการดูแลคล้ายกันมาก แถมยังเป็นไม้ล้มลุกที่โตไวทันใจสุด ๆ โดยเราลงแปลงไว้ข้างสายน้ำหยดเพื่อให้ได้รับความชื้นพอดี ๆ ตลอดวัน กะเพรานี่ถือเป็นผักกันตายของสมาชิกในครอบครัวเลย นึกอะไรไม่ออกก็แค่เดินมาเด็ดสด ๆ จากต้นไปผัดกิน กลิ่นหอมแรงกว่าซื้อที่ตลาดเยอะ ส่วนโหระพาก็ขาดไม่ได้สำหรับเมนูแกงเผ็ดหรือผัดหอยลาย เคล็ดลับเด็ดของเราคือพอเริ่มออกดอกก็รีบเด็ดดอกทิ้ง เพราะถ้าดอกบานต้นจะแก่และโทรมไว การหมั่นเด็ดดอกและเล็มยอดบ่อย ๆ จะเป็นการกระตุ้นให้แตกพุ่มใหม่ให้เราเก็บกินได้นานขึ้นไปอีก ปลูกแค่ไม่กี่ต้นแบบนี้ก็ได้ใบสวย ๆ มาทำกับข้าวได้สารพัดเมนู 4. มะเขือเปราะ "มะเขือเปราะ" จะใช้เวลาปลูกตั้งแต่เริ่มลงดินจนถึงตอนที่เริ่มติดลูกให้เราเห็นประมาณ 60-90 วัน พอเริ่มติดลูกเราจะสามารถเก็บกินได้ยาว ๆ เลย ต้นหนึ่งมีอายุอยู่ได้นานถึง 1-2 ปีเลย ถ้าดูแลดี ๆ หมั่นตัดแต่งกิ่งและใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ ถ้าจะนำมากินกับน้ำพริกก็เก็บมาทีละนิดทีละหน่อยได้ แต่ถ้าจะเอาแบบให้เก็บมาทำอาหารได้พร้อมกัน 1 มื้อพอดี เช่น แกงป่าหรือผัดเผ็ดมะเขือ เราแนะนำให้ปลูกไว้อย่างน้อย 3-5 ต้น เพราะมะเขือเปราะไม่ได้สุกพร้อมกันเป๊ะ ๆ ทุกลูก การปลูกหลายต้นจะช่วยให้เรามีมะเขือลูกโต ๆ ขนาดกำลังดีให้เด็ดพร้อมกันได้กำมือใหญ่ๆ เพียงพอสำหรับ 1 เมนูในมื้อนั้นพอดีเลย 5.ชะอม "ชะอม" ที่เราเตรียมไว้เพื่อจะปลูกลงดินยาว ๆ เลย เป็นผักที่ขาดไม่ได้เลยเวลาจะกินน้ำพริก เราตั้งใจจะนำไปปลูกเรียงกันหลาย ๆ ต้นตามแนวรั้ว เพราะการปลูกลงดินจะทำให้ชะอมแผ่รากหาอาหารได้เต็มที่ พุ่มจะหนา ยอดจะดกและอวบกว่าเดิมเยอะมาก ยิ่งถ้าเรามีชะอมริมรั้วเยอะ ๆ วันไหนนึกอยากกิน ชะอมไข่เจียว หอม ๆ หรือจะเด็ดสด ๆ ไปกินแกล้มกับน้ำพริกกะปิเผ็ด ๆ ก็แค่เดินไปริมรั้ว แป๊บเดียวก็ได้ยอดอ่อนเต็มกำมือแล้ว ที่สำคัญชะอมเป็นผักที่ยิ่งตัดยิ่งแตกยอด ยิ่งปลูกลงดินยิ่งอึดทนแดดทนแล้งสุด ๆ 6. ฟักทอง "ฟักทอง" เป็นไม้เลื้อยที่ต้องใช่พื้นที่ในการปลูกสักหน่อย เลี้ยงไม่ยาก แค่ปล่อยให้เลื้อยไปตามพื้นดินในระยะห่างที่พอเหมาะ ก็เติบโตเองได้แบบไม่ต้องประคบประหงมมาก ฟักทองเป็นไม้ล้มลุกที่ใช้เวลาปลูกไม่นานก็ได้เห็นผลผลิตกลม ๆ เขียวเข้มชื่นใจ แล้วฟักทองพอออกลูกให้เราเก็บเกี่ยวจนหมดอายุขัยแล้ว เราก็แค่รื้อเถาที่แห้งทิ้งไปได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ที่ดิน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนที่ว่าง ๆ เป็นที่ปลูกผักชั่วคราว ผลผลิตจะเอาไปทำแกงเลียงหรือฟักทองผัดไข่ก็อร่อยสดใหม่สุด ๆ ใครมีที่ดินว่าง ๆ ลองแบ่งพื้นที่ให้ฟักทองเลื้อยบ้างนะ จะอิ่มอร่อยในภายหลัง 7. ถั่วฝักยาว "ถั่วฝักยาว" การปลูกอาจจะดูยุ่งยากกว่าผักสวนครัวอื่น ๆ เพราะเป็นไม้เลื้อยที่ต้องการการดูแลเรื่องพื้นที่เป็นพิเศษ เราต้องมีการ "ทำค้าง" หรือที่เรียกกันว่าการขึ้นร้านนั่นเอง อย่างในรูปสวนของเราที่เห็นปักไม้และขึงเชือกเป็นแนวยาวไว้นั่นเลย เพื่อให้มีที่ยึดเกาะและเลื้อยขึ้นไปรับแสงได้เต็มที่ จริง ๆ แล้วจะปล่อยให้เลื้อยตามริมรั้วก็ แต่จากประสบการณ์เราว่าผลผลิตสู้การทำค้างแบบนี้ไม่ได้เลย เพราะการทำค้างช่วยให้ฝักห้อยลงมาสวย ไม่ลากดิน แถมยังดูแลกำจัดแมลงได้ง่ายกว่าด้วย แม้จะดูต้องเตรียมการเยอะหน่อยแต่ข้อดีคือถั่วฝักยาวใช้เวลาปลูกไม่นานเลย แป๊บเดียวก็ได้เห็นฝักเขียว ๆ ยาว ๆ ออกมาให้เราเด็ดสด ๆ ไปกินแกล้มส้มตำหรือทำผัดพริกขิงแล้ว คุ้มค่าเหนื่อยตอนทำค้างแน่นอน รอบนี้เราเพิ่งปลูก เพื่อน ๆ อาจจะนึกภาพไม่ออก ก็เลยนำภาพจากที่ปลูกครั้งก่อนให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย Q&A รีวิวปลูกผักสวนครัว Q1: ทำไมถึงเลือกปลูกแต่พวก "ไม้ล้มลุก" เป็นหลัก? A1: เพราะไม้ล้มลุกโตไว เก็บกินได้เร็ว และที่สำคัญคือให้ความยืดหยุ่นกับพื้นที่สูง ถ้าวันไหนเราต้องใช้ที่ดินทำอย่างอื่น ก็สามารถรื้อถอนได้ง่าย ไม่เสียดายเท่าไม้ผลยืนต้นต้นใหญ่ ๆ Q2: พื้นที่น้อยปลูกผักหลายอย่างพร้อมกันได้จริงเหรอ? A2: จริงที่สุด เทคนิคคือการจัดระเบียบ อย่างที่ทุกคนเห็นในรูป เราทำแปลงยาวและปักค้างให้ผักเลื้อยขึ้นที่สูง ส่วนผักพุ่มก็ปลูกแซมตามแนวสายน้ำหยด ช่วยประหยัดที่ได้เยอะเลย Q3: ระบบเทปน้ำหยดจำเป็นแค่ไหนสำหรับมือใหม่? A3: สำหรับเราคือตัวช่วยชีวิตเลย เพราะช่วยให้ผักได้รับน้ำสม่ำเสมอตรงโคนต้นพอดี ไม่ต้องยืนรดน้ำเองนาน ๆ และประหยัดน้ำกว่าการฉีดสายยางเยอะมาก ภาพประกอบโดย ฉันท์ชมา ผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !