มีใครเคยเป็นไหม ตื่นเช้ามาแล้วไม่อยากลุก งานก็ไม่ได้หนักกว่าปกติ ชีวิตก็ไม่ได้แย่ลงแบบเห็นชัด ๆ แต่กลับรู้สึกว่า “ไม่อยากทำอะไรเลย” หลายคนเรียกอาการแบบนี้ว่า ขี้เกียจ แต่บางที…มันอาจไม่ใช่อย่างนั้นเลย บางครั้งเราไม่ได้ขี้เกียจ แค่ใจมันล้าเกินกว่าจะฝืนต่อจริง ๆ ใจที่ล้า ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ เราอยู่ในโลกที่คาดหวังให้คน “ต้องไหวตลอดเวลา” ต้องขยัน ต้องสู้ ต้องไม่หยุด พอวันไหนเราเงียบลง เหนื่อยลง หรือช้าลง เรากลับเป็นคนแรกที่โทษตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้ว ใจคนเราก็มีขีดจำกัดเหมือนร่างกาย ถ้าร่างกายไม่ไหว เรารู้ว่าควรพัก แต่พอเป็นเรื่องใจ เรากลับบอกตัวเองว่า “อดทนหน่อย เดี๋ยวก็ผ่านไป” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวันหนึ่ง ใจมันไม่อยากฝืนอีกแล้ว ความล้า ที่ไม่มีชื่อเรียก ความเหนื่อยบางอย่าง ไม่ได้มาจากการทำงานหนัก แต่มาจากการ “ต้องเป็นอะไรบางอย่าง” ตลอดเวลา ต้องเข้มแข็ง ต้องดูโอเค ต้องไม่ทำให้ใครผิดหวัง ต้องไม่ล้ม ต้องไม่พลาด เราฝืนยิ้ม ฝืนทำเหมือนยังไหว ฝืนใช้ชีวิตตามจังหวะเดิม ทั้งที่ข้างในเริ่มว่างเปล่า และพอเราเริ่มช้าลง โลกกลับถามเราว่า “ทำไมไม่ขยันเหมือนเดิม” การไม่ไหว…ไม่ใช่ความผิด ถ้าวันไหนคุณรู้สึกไม่อยากทำอะไร ไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากพยายามอีกแล้ว ขอให้รู้ไว้ว่า นั่นไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนไม่เอาไหน มันอาจแค่เป็นสัญญาณว่า ใจคุณต้องการพักจริง ๆ บางช่วงของชีวิต เราไม่จำเป็นต้องเก่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องก้าวหน้า ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น แค่ “ประคองตัวเองให้อยู่ได้” ก็เก่งมากแล้ว ถ้าวันนี้ใจมันล้า ลองให้มันล้าดูบ้าง คุณไม่จำเป็นต้องหายดีทันที ไม่ต้องรีบกลับไปเป็นคนเดิม ไม่ต้องฝืนให้เหมือนใคร แค่ยอมรับกับตัวเองว่า “ตอนนี้ฉันไม่ไหวจริง ๆ” ก็เป็นการดูแลตัวเองอย่างหนึ่งแล้ว การพัก ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ไปต่อ แต่เป็นการหยุด เพื่อไม่ให้ใจพังไปก่อน ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้ และรู้สึกว่าเหมือนมีใครพูดแทนใจคุณอยู่ ขอให้รู้ไว้ว่า คุณไม่ได้ขี้เกียจ คุณแค่เหนื่อย…และนั่นไม่ใช่เรื่องผิดเลย 🌱 ขอบคุณภาพประกอบจาก : pixabay ภาพปก โดย moonrid3r จาก pixabay ภาพที่ 1 โดย xusenru จาก pixabay ภาพที่ 2 โดย peterpike จาก pixabay ภาพที่ 3 โดย bell_amorosi จาก pixabay ภาพที่ 4 โดย dompixabay จาก pixabay เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !