“คุณมีประสบการณ์ทำงานมานานแค่ไหน” … คำถามแรกที่เหล่าเด็กจบใหม่จะพบเจอเมื่อต้องไปสัมภาษณ์งาน มิหนำซ้ำบางแห่งยังระบุในประกาศรับสมัครงานว่า ต้องมีประสบการณ์ 1-2 ปี แล้วจะทำอย่างไรในเมื่อตัวฉันเองเพิ่งเรียนจบ เกิดคำถามขึ้นมาว่า ปริญญา vs ประสบการณ์ อะไรสำคัญกว่ากัน? สรุปแล้วเราใช้ ปริญญา หรือ ประสบการณ์ สมัครงาน อันดับแรกต้องทำความรู้จักถึงความสำคัญของทั้ง ปริญญา และประสบการณ์ปริญญาสำคัญอย่างไร..? เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน จินตนาการว่าเรามีโรงงาน ต้องการรับสมัครหัวหน้าฝ่ายผลิตสักคน คนแรกนั่งอยู่ตรงหน้าจบสาขาวิศวกรรมอุตสาหกรรม ผ่านการทดสอบจากสถาบันว่ามีความสามารถดูแลจัดการได้ แต่ไม่เคยทำงานมาเลย ยังไม่รู้ว่าถ้าเจอกรณีแปลก ๆ ต่างจากที่เรียนมาจะแก้ปัญหาได้ไหม , จะทำงานหนักในโรงงานร้อน ๆ ทั้งวันได้หรือไม่ , จะเข้ากับเพื่อนฝูงในแผนกได้หรือเปล่าประสบการณ์ สำคัญอย่างไร..? จากโรงงานในข้อแรก มีคนที่สองยื่นใบสมัคร ไม่เคยฝึกหรือเรียนจนจบจากที่ไหน แต่เคยทำงานหัวหน้าดูแลการผลิตของบริษัทเครือญาติมาแล้ว 8 ปี , อ้างถึงผลงานจากโรงงานเก่าว่าไม่มีปัญหาควบคุมดูแลได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ , เพื่อนฝูงก็รับรองว่าเข้ากับทุกคนได้ดี ฟังดูมันก็น่าจะรับคนนี้มาทำงานใช่ไหม แต่เป็นเรื่องตลกร้ายเมื่อเรื่องในจินตนาการมาสู่ชีวิตจริงคนแรกเด็กจบใหม่ถูกปฏิเสธเพราะไม่เคยมีประสบการณ์ทำงาน ส่วนคนที่สองโดนฝ่ายบุคคลแยกใบสมัครออกไปเพราะไม่มีวุฒิตรงตามประกาศรับสมัครงาน ไม่มีแม้แต่โอกาสมานั่งสัมภาษณ์ด้วยซ้ำ..!ผู้เขียนมีเพื่อนรู้จักที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศหลายคน เช่นในอเมริกา ที่นั่นบริษัทจะถามหา ประสบการณ์ก่อนเป็นอลำดับแรก ถ้าคุณพิสูจน์ได้ว่าสามารถทำงานนั้นได้ โอกาสได้ทำงานนั้นสูงมากกว่าคนที่มีแค่ใบปริญญา การจ่ายค่าจ้างมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถ ต่างจากบ้านเราที่จ่ายตามวุฒิ พนักงานต้องไปเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้ได้วุฒิสูงขึ้นเพื่อเอามาอัพเงินเดือน..!เมื่อเอามาใช้ในบริบทประเทศเรา มีประสบการณ์แต่ไม่มีปริญญา กับมีปริญญาแต่ไม่มีประสบการณ์จะต่างกันตรงที่ในสังคมการทำงาน ค่านิยมในบ้านเรายังแบ่งชั้นวรรณะในเรื่องการศึกษา ถ้าบริษัทหนึ่งรับคนที่จบต่ำกว่ามาเป็นหัวหน้าคนอื่นที่วุฒิการศึกษาสูงกว่า จะมีแรงต่อต้านทันที และตัวเลือกในการรับคนมีมากจากนักศึกษาจบใหม่ในแต่ละปีกว่า 3 แสนคน ทำให้บริษัทเลือกที่จะรับคนที่มีทั้งใบปริญญา และประสบการณ์ควบคู่กัน และอย่างน้อยคนจบปริญญาต้องผ่านประสบการณ์ชีวิตในมหาวิทยาลัย , รู้จักการเข้าสังคม และผ่านการสอนโดยอาจารย์มีวิชาความรู้ตามสายงานที่บริษัทต้องการ ถามว่าบริษัทอยากรับคนเก่งไหม อยากนะ.. แต่ถ้ามีคนจบต่ำกว่ามาทำงานในระดับเดียวกัน มีเสียงครหาว่าเด็กเส้นแน่นอน เมื่อจะก้าวหน้าในองค์กร เราจึงได้เห็นกรณี HR ใช้ให้ไปเรียนต่อให้จบเพื่อเพิ่มตำแหน่งเป็นหัวหน้า เพื่อตัดปัญหาทั้งปวงถ้ายังเปลี่ยนค่านิยมตรงนี้ไม่ได้ สรุปว่า ใบปริญญา ยังสำคัญกว่า เพราะสร้างโอกาสในการสมัครงานได้มากกว่าใบปริญญาพาเราไปสู่โต๊ะสัมภาษณ์งานจะเอาชนะคำถาม “คุณมีประสบการณ์ทำงานมานานแค่ไหน” ได้อย่างไร อีก 1 นาทีสุดท้ายจะสร้างความมั่นใจให้คุณ ขอถามกลับว่า “ถ้าเค้าตั้งใจจะไม่รับ จะเสียเวลาเรียกมามั้ย” นั่นคือเรามีโอกาสได้งานแล้ว จะ 5 เปอร์เซ็นต์ หรือ 10 เปอร์เซ็นต์มันก็คือโอกาส สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากได้คำตอบจากผู้สมัครคือ ความทะเยอทะยานที่จะเรียนรู้ มากกว่าการยอมรับชะตากรรมว่าไม่มีประสบการณ์ ต้องแสดงคุณสมบัติของตัวเองว่ามีจุดเด่นคือการ เรียนรู้ได้ไว และมีความรู้พื้นฐานที่จำเป็นในตำแหน่งนั้น สมมุติว่าเป็นนายจ้าง เราจะเลือกพนักงานมาทำหน้าที่ฝ่ายบัญชีสักคน เราย่อมเลือกคนที่ตอบว่ามีพื้นฐานสูตร Excel , ใช้ฟังก์ชันขั้นสูงของเครื่องคิดเลขเป็น และมีความมั่นใจว่าจะสามารถเรียนรู้ระบบบัญชีของบริษัทได้ มากกว่าคนที่ตอบว่าไม่มีประสบการณ์ทำงาน แล้วยิ้มรับชะตากรรม...ปริญญาสำคัญเมื่อเรียนจบหาสมัครงาน แต่หลังจากนั้นประสบการณ์จะสำคัญสำหรับการใช้ชีวิต เมื่อได้เข้าทำงานจะพบว่าสิ่งที่เจอในการทำงานต่างจากที่เรียน เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องเอาตัวรอดได้ การเรียนรู้ในช่วงชีวิตนี้เองที่เรียกว่า ประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือต้องมีความอดทน และพยายาม ให้คิดเสียว่าปัญหาที่เจอคือส่วนหนึ่งของการทำงาน ปัญหามีไว้เพื่อต้องสู้ ไม่ใช่การหนีปัญหาจากที่นี่แล้วไปเจอปัญหาที่ใหม่ จากประสบการณ์ทำงานมาหลายที่ไม่มีที่ไหนที่คุณจะทำงานโดยที่ไม่เจออุปสรรคอะไรเลย เมื่อมีประสบการณ์ขึ้นมาในระดับหนึ่ง จะพบว่าความสุขในการทำงานอยู่ที่การได้เรียนรู้พบเจอเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน หรือที่เรียกกันว่า ปริญญาชีวิต นี่เองภาพหน้าปก : โดยผู้เขียน