ลมเพลมพัด: เรื่องเล่าความเชื่อโบราณที่ชวนขนหัวลุก ในชนบทห่างไกล เรื่องราวของไสยศาสตร์และสิ่งลี้ลับยังคงเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างเกรงกลัว โดยเฉพาะคำเตือนโบราณที่ว่า "อย่าเดินขวางทางลมในยามวิกาลหรือวันลมแรง" เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า ลมกรรโชกแรงนั้นอาจจะไม่ได้พัดพาแค่ฝุ่นละออง... แต่มันพัดพา "ของต่ำ" มาด้วย จุดเริ่มต้นของภัยมืด วันนั้นเป็นวันที่ลมพัดแรงผิดปกติ ยายเดินถือตะกร้าตระเวนหาเก็บผักพื้นบ้านตามชายทุ่งรอบหมู่บ้าน โดยไม่รู้เลยว่าที่อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้าน มีหมอผีหนุ่มคนหนึ่งกำลังลองของ ฝึกฝนมนต์ดำคาถาอาคมที่ตนเพิ่งร่ำเรียนมา ด้วยความที่ลมแรงจัด การควบคุมคาถาจึงผิดพลาด มนต์ดำและอาคมชั่วร้ายที่ถูกปล่อยออกมาถูกกระแสลมกรรโชกพัดลอยเคว้งคว้างไปทั่วท้องฟ้า และบังเอิญเหลือเกิน... ที่ร่างของยายเดินมาขวางทางลมพอดี มนต์ดำสายนั้นจึงพุ่งเข้าสู่ร่างของยายเต็มๆ โดยที่แกไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย เมื่อเก็บผักเสร็จ ยายก็เดินกลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้า แกตั้งใจไปยืนหลบแดดพักเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังบ้าน ก่อนที่ภาพทุกอย่างในหัวจะตัดไป การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เวลาผ่านไปจนเย็นค่ำ แต่ยังไม่มีวี่แววว่ายายจะเดินเข้าบ้าน ลูกหลานเริ่มใจคอไม่ดี ออกเดินตามหาทั่วทุกซอกทุกมุมในหมู่บ้าน ตะโกนเรียกจนเสียงแหบแห้ง แต่ไม่ว่าจะหากี่รอบก็หาไม่เจอ ราวกับว่ายายหายตัวไปจากโลกนี้ดื้อๆ ด้วยความร้อนรน ครอบครัวจึงตัดสินใจพึ่งพา "หมอร่างทรง" ในหมู่บ้าน เพื่อชี้ ทันทีที่ร่างทรงเข้าฌาน แกก็ลืมตาขึ้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า: "ยายไม่ได้ไปไหนไกลหรอก แกนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังบ้านนั่นแหละ... แต่จำไว้! ก่อนจะไปรับแก กลับไปจัดการไอ้หมอผีที่ปล่อยมนต์ดำนี่เสียก่อน ไม่อย่างนั้นจะพากันซวยไปด้วยกันทั้งหมด" พร้อมกันนั้น ร่างทรงได้ชี้ตัวระบุพิกัดของหมอผีจอมขลังคนดังกล่าว ลูกหลานจึงรีบพากันไปจัดการขั้นเด็ดขาดกับหมอผีตนนั้นทันทีตามคำแนะนำ ความจริงที่น่าสะพรึงกลัว เมื่อจัดการเรื่องหมอผีเสร็จสิ้น ลูกหลานรีบวิ่งกลับมาที่บ้านหลังเดิม และมุ่งตรงไปยังต้นไม้ใหญ่หลังบ้านทันที และพวกเขาก็พบยายจริง ๆ! แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่ยายคนเดิมที่คุ้นเคย ยายนั่งตัวสั่นเทาอยู่กับพื้น แววตาเหม่อลอยไร้สติ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จำใครไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว ยกเว้นหลานตัวเล็กเพียงคนเดียวเท่านั้น ยายกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวอยู่นานหลายชั่วโมง จนกระทั่งหมดแรงหลับและหมดสติไป แม้จะข้ามคืนจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ยายก็ยังไม่ยอมฟื้นคืนสติกลับมา เสียงกระซิบจากความกลัว ในที่สุด ครอบครัวจึงต้องนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีปะพรมน้ำมนต์ปัดรังควาน เพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคลออกจากร่าง ผ่านไปพักใหญ่ จนกระทั่งยายเริ่มได้สติคืนกลับมา แววตาของแกเปลี่ยนเป็นความน้อยใจและความหวาดผวา ก่อนที่ยายจะเอ่ยปากพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนขนลุกซู่ว่า: "กูก็นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ตั้งแต่แรก... พวกมึงเรียกหาเท่าไหร่ ทำไมไม่มีใครสนใจกูเลย? กูกลัวจนร้องไห้แทบตาย... ทำไมพวกมึงถึงมองไม่เห็นกู?" คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในครอบครัวถึงกับพูดไม่ออก เพราะในตอนที่ออกตามหา พวกเขาเดินผ่านต้นไม้นั้นและตะโกนเรียกชื่อยายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเสียงตอบรับจากยายเลยแม้แต่นิดเดียว... ราวกับว่าตอนนั้น มีบางสิ่งบางอย่างมา "บังตา" พวกเขาเอาไว้ คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องราว "ลมเพลมพัด" เรื่องนี้ หรือมีประสบการณ์ลี้ลับทำนองนี้อยากแชร์ให้ฟังบ้างไหมครับ? รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !