รีเซต

กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบ ถูกดูดน้ำย่อยในลำไส้ ร่างกายขาดน้ำจริงหรือ?

กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบ ถูกดูดน้ำย่อยในลำไส้ ร่างกายขาดน้ำจริงหรือ?
TNN ช่อง16
2 ตุลาคม 2565 ( 16:20 )
29
กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบ ถูกดูดน้ำย่อยในลำไส้ ร่างกายขาดน้ำจริงหรือ?

วันนี้ ( 2 ต.ค. 65 )ตามที่มีการแชร์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบ จะถูกดูดน้ำย่อยในลำไส้ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

กรณีที่มีบทความเตือนโดยระบุว่ากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบจะดูดน้ำย่อยในลำไส้ ทำให้เกิดอาการขาดน้ำ จนเกิดภาวะช็อกได้นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบ ไม่สามารถดูดน้ำย่อยในลำไส้ได้ และไม่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทำมาจากแป้งและทำให้สุกด้วยน้ำร้อน ก่อนจะนำไปทอดในน้ำมัน หรือนำไปอบแห้ง แล้วถึงจะนำมาต้มอีกที ซึ่งเมื่อนำมาเติมน้ำร้อน หรือต้ม เส้นบะหมี่จะดูดน้ำและพองตัวในระดับหนึ่ง รวมทั้งมีความอ่อนนุ่ม เหมาะแก่การบริโภค 

หากนำมากินดิบ เมื่อบริโภคเข้าไปในร่างกายก็เหมือนกับการกินแป้งหรือขนมปัง จึงไม่สามารถไปดูดน้ำย่อยในลำไส้ และทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างที่ใครหลาย ๆ คนเข้าใจ แต่การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบอาจทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้องได้ 

ทั้งนี้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อ 1 ซอง มีปริมาณโซเดียมที่สูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณโซเดียมที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน โดยปริมาณโซเดียมที่แนะนำให้รับประทาน คือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากกินมากเกินไปจะทำให้เกิดอาหารกระหายน้ำ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไต ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจได้ ซึ่งไม่ควรบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกินวันละ 2 ซอง

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือโทร. 1556

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบไม่สามารถดูดน้ำย่อยในลำไส้ได้ และไม่ได้มีส่วนทำให้ร่างกายขาดน้ำแต่อย่างใด

หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

ข้อมูลจาก  : ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย

ภาพจาก  :  AFP

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม