SELICสติกเกอร์กาวฮอต ลูกค้ารายใหญ่เข้าพอร์ต

SELICสติกเกอร์กาวฮอต ลูกค้ารายใหญ่เข้าพอร์ต
ทันหุ้น
27 กรกฎาคม 2564 ( 06:11 )
21
SELICสติกเกอร์กาวฮอต ลูกค้ารายใหญ่เข้าพอร์ต

 

ทันหุ้น – SELIC ชี้ธุรกิจสติกเกอร์ฉลากกาวเติบโตสูงต่อจากไตรมาสแรก หลังได้ลูกค้ารายใหญ่ ส่วนกาวอุตสาหกรรมยังเติบโตดีเช่นกัน แย้มตลาดส่งออกฟื้นตัว หลังปลดล็อกดาวน์ หนุนความต้องการเพิ่มขึ้น ปักเป้ารายได้ทั้งปีโต 10-15%

 

นางสาวยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์สติกเกอร์ฉลากที่มีกาวในตัว ถือว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่องจากไตรมาสแรก เนื่องจากบริษัทได้ลูกค้ารายใหญ่เข้ามาเพิ่ม

 

ตลาดกาวเติบโตดี

 

สำหรับธุรกิจกาวอุตสาหกรรมถือว่ายังเติบโตได้ดีต่อเนื่องแม้จะมีสัดส่วนไม่มากเท่าธุรกิจสติกเกอร์ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ในการเจาะตลาดอุตสาหกรรม ที่มีการเติบโตผ่านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ยอดขายของบริษัท โดยทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์สติกเกอร์ฉลากกาวมีสัดส่วนรายได้อยู่ 56% และกาวอุตสาหกรรม 44% จากสิ้นไตรมาสที่ 1/2564

 

ขณะที่ผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 1/2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งรายได้และกำไร โดยมีรายได้อยู่ที่ 361.71 ล้านบาท เเละมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 30.05 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกำไรในรอบไตรมาสที่สูงที่สุดในการดำเนินการมาจากการเติบโตของธุรกิจ 2 ประเภท คือ 1. รายได้จากธุรกิจกาวอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 124.6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 83.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2. รายได้จากธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาว เพิ่มขึ้น 14.8% จากไตรมาสก่อน และ 10.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ตลาดต่างแดนฟื้น

 

สำหรับตลาดต่างประเทศในปีนี้บริษัทมองว่าน่าจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากภาพรวม ไม่ได้มีการปิดล็อกดาวน์ การส่งออกพร้อมกันเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งมีหลายประเทศที่ภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว และยังมีความต้องการสินค้าอยู่

 

กรรมการผู้จัดการ SELIC กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทมองว่ายังประเมินได้ยาก จากสถานการณ์ โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้มีการล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นในเดือนระยะ 1-2 เดือน ก.ค.-ส.ค. 2564) นี้ ว่าจะกระทบต่อยอดขายของบริษัทจะมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งมองว่าหากสถานการณ์ล็อกดาวน์กินระยะเวลานานก็อาจจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ

 

สำหรับการลงทุนขนาดใหญ่ที่บริษัทได้ศึกษาไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ ในกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายสารที่ใช้ห่อหุ้มส่วนผสม (Encapsulation) เพื่อรองรับในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมยา จากเดิมคาดว่าจะเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ในช่วงไตรมาสที่ 3/2564 นี้ แต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์ โควิด-19 ทำให้เกิดความล่าช้าออกไป

 

ยังเป้าโต 15%

 

อย่างไรก็ตามทิศทางการเติบโตของรายได้ในปี 2564 จากเดิมที่บริษัทได้ประเมินว่าจะเติบโตที่ 10-15 % ปัจจุบันยังคงเป้าหมายไว้ตามเดิม และรอประเมินสถานการณ์ในระยะถัดไปว่าจะเป็นอย่างไร เนื่องจากภาพ ณ ปัจจุบันถือว่ายังประเมินได้ค่อนข้างยาก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง