งานวิจัยหลายชิ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบร่องรอยของไมโครพลาสติกในตัวอย่างเลือดมนุษย์ ในเนื้อเยื่อปอด และแม้แต่ในรก — ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้น "ในอนาคต" อีกต่อไป แต่กำลังเกิดขึ้นทุกวันอยู่แล้ว คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ: มันเข้ามาทางไหน และเราลดปริมาณที่รับเข้าไปได้ไหม? ไมโครพลาสติกคืออะไร — ชิ้นเล็กที่อยู่ทุกหนแห่ง ไมโครพลาสติกคือเศษพลาสติกขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร เกิดได้สองทาง — ทางหนึ่งมาจากพลาสติกชิ้นใหญ่ที่แตกสลายจากแสงแดด ความร้อน และการสึกกร่อน อีกทางหนึ่งถูกผลิตออกมาตั้งแต่แรก เช่น microbeads ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์รุ่นเก่าที่หลายประเทศแบนไปแล้ว สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ "ปัญหาในทะเล" คือไมโครพลาสติกพบได้ในดิน น้ำฝน อากาศในร่ม น้ำประปา และอาหารที่เราซื้อกินทุกวัน โดยเฉพาะอนุภาคที่เล็กที่สุดที่เรียกว่า "นาโนพลาสติก" นั้นเล็กพอจะซึมผ่านเนื้อเยื่อได้ งานวิจัยชี้ว่าร่างกายสามารถดูดซึมอนุภาคเหล่านี้ได้จริง 3 ช่องทางหลักที่ไมโครพลาสติกเข้าร่างกาย กินและดื่ม คือช่องทางที่ได้รับการศึกษามากที่สุด งานวิจัยพบว่าน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกมีปริมาณไมโครพลาสติกสูงกว่าน้ำในขวดแก้วอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นยังพบในเกลือทะเล อาหารทะเล และอาหารที่เก็บในบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อโดนความร้อน หายใจ ก็เป็นอีกช่องทางที่มองข้ามไม่ได้ เส้นใยสังเคราะห์จากเสื้อผ้าฟลีซ พรม และโซฟาปล่อยอนุภาคออกมาเมื่อสัมผัสหรือซัก ฝุ่นในอากาศร่มและริมถนนก็มีไมโครพลาสติกปนอยู่ด้วย แค่หายใจอยู่ในบ้านก็รับเข้าไปได้โดยไม่รู้ตัว ผิวหนังและของใช้ รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางชนิดที่ยังคง microbeads ไว้ รวมถึงภาชนะพลาสติกที่สัมผัสกับอาหาร โดยเฉพาะเมื่อเกิดรอยขีดข่วนหรือโดนความร้อน งานวิจัยบอกว่า อาจส่งผลต่อร่างกายอย่างไร งานวิจัยในมนุษย์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังไม่มีการยืนยันความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุที่ชัดเจน สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตไว้ ได้แก่ มีหลักฐานเชื่อมโยงว่าสารเคมีบางชนิดที่ปนมากับพลาสติกอาจรบกวนระบบฮอร์โมน (endocrine disruption) ได้ งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าไมโครพลาสติกอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเล็กน้อยในเนื้อเยื่อ อาจทำหน้าที่เป็น "พาหะ" พาสารตกค้างอื่นๆ เข้าร่างกายได้ด้วย สิ่งที่รู้แน่ๆ คือร่างกายไม่มีกลไกย่อยสลายพลาสติก อนุภาคที่เข้าไปจึงสะสมอยู่ ยังต้องการงานวิจัยระยะยาวในมนุษย์เพิ่มขึ้นอีกมากก่อนจะฟันธงผลกระทบได้ แต่ไม่จำเป็นต้องรอคำตอบครบก่อนเริ่มลด 5 สิ่งที่ทำได้จริงที่บ้าน เพื่อลดปริมาณที่รับเข้าไป เป้าหมายไม่ใช่ "กำจัดให้หมด" เพราะเป็นไปไม่ได้จริงๆ แต่คือการตัดแหล่งที่ใหญ่ที่สุดออกก่อน เพราะนั่นคือจุดที่คุ้มค่าที่สุด 1. เปลี่ยนขวดน้ำพลาสติกใช้ครั้งเดียวเป็นขวดสแตนเลสหรือแก้ว น้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกเป็นแหล่งไมโครพลาสติกที่สูงที่สุดในชีวิตประจำวัน ลงทุนซื้อขวดสแตนเลสหรือแก้วที่ดีสักใบ ในระยะยาวประหยัดกว่าซื้อขวดทุกวัน และตัดแหล่งหลักออกได้ทันที เลือกขวดที่มีฝาแน่นและล้างได้ง่าย จะได้ใช้จริง 2. อย่าอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติกหรือฟิล์มห่อ ความร้อนเร่งกระบวนการชะล้างสารจากพลาสติกลงในอาหารอย่างมาก แค่เปลี่ยนมาใช้ถ้วยแก้วหรือเซรามิกตอนอุ่นในไมโครเวฟก็ตัดแหล่งนี้ออกได้เลย ถ้าต้องใช้ฟิล์มห่อ ให้ฟิล์มไม่แตะอาหารโดยตรง 3. ใส่ตัวกรองน้ำประปาแทนซื้อขวดทุกวัน ตัวกรองชนิดคาร์บอนหรือ RO กรองไมโครพลาสติกได้ดี และยังช่วยกรองสารตกค้างอื่นไปด้วย คำนวณแล้วถูกกว่าซื้อขวดน้ำทุกวันมากในระยะยาว อย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองตามที่ผู้ผลิตแนะนำ เพราะกรองเก่าอาจกลายเป็นแหล่งปนเปื้อนแทน 4. ระบายอากาศในบ้านบ่อยๆ และดูดฝุ่นสม่ำเสมอ อากาศในร่มมักมีความเข้มข้นของไมโครพลาสติกสูงกว่าอากาศนอกบ้าน เพราะเส้นใยสังเคราะห์ไม่มีที่ระบาย เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทและดูดฝุ่นพรมหรือโซฟาบ่อยขึ้นช่วยลดปริมาณที่ล่องลอยในอากาศได้ เครื่องกรองอากาศที่มีไส้กรอง HEPA ช่วยได้เพิ่มอีกชั้น 5. เลือกบรรจุภัณฑ์แก้วหรือกระดาษสำหรับของที่เก็บนานหรือโดนความร้อน ซอส น้ำมัน ของร้อนจากร้าน — ถ้าเลือกได้ หยิบขวดแก้วหรือกล่องกระดาษแทนพลาสติก โดยเฉพาะของที่จะเก็บไว้นาน เพราะยิ่งเก็บนาน ยิ่งมีโอกาสที่พลาสติกจะชะล้างลงในอาหารมากขึ้น รอยขีดข่วนบนภาชนะพลาสติกเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว เริ่มจากจุดที่เปลี่ยนได้ง่ายสุดก่อน ไมโครพลาสติกอยู่รอบตัวเราจริง งานวิจัยกำลังศึกษาผลระยะยาวอยู่ แต่ไม่จำเป็นต้องรอคำตอบครบถ้วนก่อนถึงจะเริ่มได้ จุดที่คุ้มค่าที่สุดและเริ่มได้ทันที คือไม่อุ่นอาหารในพลาสติก และเปลี่ยนขวดน้ำมาเป็นสแตนเลสหรือแก้ว — สองข้อนี้ตัดแหล่งหลักออกได้โดยไม่ต้องรอข้อมูลเพิ่ม ลองเริ่มจากข้อไหนก่อนได้เลย แล้วแชร์ให้คนข้างๆ รู้ไว้ด้วยกัน รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. แท็ก: ไมโครพลาสติก, พลาสติกในร่างกาย, ลดพลาสติก, สุขภาพและสิ่งแวดล้อม, นาโนพลาสติก, บรรจุภัณฑ์อาหาร, ขวดน้ำสแตนเลส เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !