เมื่อเข้าหน้าร้อนมาแล้ว หน้าฝุ่นก็ตามมา นี่ก็เป็นเวลาสองสามวันแล้วที่ผมได้เห็นโพสต์แจ้งเตือนค่าฝุ่นสูงจากหน่วยงานรัฐของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีฝุ่นควันหนาจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี จะอยู่แต่ในบ้านก็ต้องมีเครื่องกรองอากาศ จะออกนอกบ้านทั้งทีต้องเตรียมหน้ากากอนามัยให้พร้อมอย่างน้อยก็สองชิ้น เพียงแค่จะสูดหายใจเข้าไปเต็มปอดยังรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างล่องลอยอยู่ในอากาศ ผมที่ปกติจะออกไปเดินเล่นช่วงเช้าก่อนออกไปทำธุระนอกบ้านก็ยังต้องหยุดกิจกรรมไปชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์ฝุ่นจะจบลง จะดีแค่ไหนกันครับ ถ้าเราสามารถทราบค่าฝุ่นประจำวันได้ เผื่อว่าจะนำเอาข้อมูลที่ได้มานั้นไปประกอบการตัดสินใจในการทำกิจกรรมต่าง ในบทความนี้พวกเรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าจะมีช่องทางใดบ้างที่เราจะสามารถใช้ในการติดตามคุณภาพอากาศ รวมทั้งฝุ่น PM2.5 โดยผมได้รวบรวมมาสามช่องทางแล้วแต่ความสะดวกของผู้ใช้และผู้อ่านที่ต้องการติดตามค่าเหล่านั้นเหมือนกัน 1) AirBKK เว็บไซต์นี้ใช้สำหรับการติดตามคุณภาพอากาศของเขตต่าง ๆ ภายในกรุงเทพมหานคร จัดทำขึ้นโดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร และสำนักสิ่งแวดล้อม เมื่อเปิดเข้ามาจะพบกับแผนที่กรุงเทพฯขนาดใหญ่พร้อมวงกลมสีต่าง ๆ แสดงคุณภาพอากาศตามแต่ละเขต https://www.facebook.com/share/p/18CU41VKsp/ สีในวงกลมจะมีตั้งแต่สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง สีส้ม และสีแดง (เรียงจากคุณภาพอากาศดีมาก ไปถึงอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพตามลำดับ) เว็บไซต์จะช่วยบอกข้อมูลพื้นฐาน เช่น ค่า PM2.5 ในหน่วยไมโครเมตรต่อลูกบาศก์เมตร, ค่า AQI (Air Quality Index หรือดัชนีคุณภาพอากาศ), วัน-เวลาที่อัพเดตข้อมูลล่าสุด, อุณภูมิ, แรงลม เป็นต้น บางพื้นที่ยังมีการวัดค่าPM10, CO, NO2 และ O3 ให้เห็นอยู่บ้าง โดยนอกจากข้อมูลเหล่านี้แล้วเรายังสามารถเข้าไปอ่านการสรุปข้อมูลได้ทางเพจของหน่วยงานที่จัดทำเว็บไซต์นี้ได้ เท่าที่เห็นเขาอัปเดตให้วันต่อวันเลยนะครับแถมยังสรุปให้คนทั่วไปอ่านง่ายด้วย 2) Air4Thai เป็นเว็บไซต์ที่ใช้ดูคุณภาพอากาศทั่วทั้งประเทศไทย ซึ่งแสดงผ่านการปักหมุดหลายสีเช่นเดียวกับเว็บแรกที่ผมได้กล่าวไป (แทนค่าสีแบบเดียวกัน) จัดทำโดย กรมควบคุมมลพิษ แล้วยังมีอีกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องคือเว็บรายงานค่าระดับเสียงในประเทศไทย แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นหลักของพวกเราในครั้งนี้ จุดเด่นของเว็บไซต์นี้คือการสรุปรายชื่อตำบลที่มีค่า PM2.5 กับ PM10 เกินมาตรฐาน ตอนที่ผมกำลังเขียนบทความอยู่นี้ก็มีรายชื่อยาวเหยียดเลยล่ะครับ นอกจากนี้แผนที่แสดงคุณภาพอากาศยังสามารถปรับเพื่อดูค่าภายในอากาศอื่น ๆ อย่าง CO, NO2, O3 และที่พิเศษไปกว่านั้นคือมีการแสดงค่า SO2 https://www.facebook.com/share/p/1E65iYep7T/ ในเพจกรมควบคุมมลพิษเอง ก็ได้โพสต์รายงานคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังแจ้งเตือนไฟป่าที่มักเกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อนด้วย 3) IQAir เว็บไซต์นี้ใช้ดูคุณภาพอากาศทั่วโลกเลยครับ แม้ว่าจะไม่ได้จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานประจำประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ด้วยความที่พวกเขานำเสนอข้อมูลด้วยกราฟฟิกที่ดูสะอาดตา เข้าใจง่าย ทำให้พบเห็นผู้คนใช้บริการเว็บไซต์นี้กันเป็นจำนวนมาก คุณภาพอากาศทั้งหลายจะถูกแสดงเป็นรูปวงกลมสีต่าง ๆ สีเขียวคือคุณภาพอากาศดี ไล่ลงมาเป็นสีเหลือง สีส้ม สีแดง (คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบกับบุคคลทั่วไป) สีม่วง และสีม่วงเข้มที่หมายถึงคุณภาพอากาศเป็นอันตรายอย่างมาก นอกจากค่า PM2.5 และดัชนีคุณภาพอากาศแล้ว บนแผนที่ของเว็บไซต์ก็ยังแสดงพื้นที่ที่มีไฟป่า (แทนด้วยไอคอนรูปไฟ) ทั้งยังมีการจัดอันดับพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นมากที่สุดสิบอันดับ กับพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศดีที่สุดให้ดูด้วย ซึ่งมีประเทศไทยเราติดอันดับประเทศที่มีค่าฝุ่น PM2.5 มากที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว https://www.instagram.com/p/DWYLyGwD3Bm/?igsh=MW83bmJ1bWExbzFucQ== สุดท้ายนี้ก่อนจะจากกันไป ผมขอฝากให้ผู้อ่านทุกท่านดูแลสุขภาพของตัวเอง ช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากออกจากบ้านก็สวมหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานสามารถกันฝุ่น PM2.5 ได้ หากอยู่ในบ้านก็เปิดเครื่องกรองอากาศไว้ หมั่นเช็คร่างกายของตนบ่อย ๆ หากมีอาการผิดปกติใด ๆ อย่าลืมไปพบแพทย์ด้วยนะครับ ไว้พบกันใหม่ในบทความถัดไป สวัสดีครับ เครดิตรูปภาพ ภาพปก : Facebook / กรมควบคุมมลพิษ ภาพประกอบที่ 1 : Facebook / ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร ภาพประกอบที่ 2 : Facebook / กรมควบคุมมลพิษ ภาพประกอบที่ 3 : Instagram / IQAir Thailand ภาพประกอบที่ 4 : Facebook / กรมควบคุมมลพิษ https://www.facebook.com/share/p/18Y9HYXGaJ/ เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !