เรื่องและภาพโดย วรกร เข็มทองวงศ์เชื่อว่าหลายๆคนที่สนใจใคร่รู้ ในเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ย่อมจะรู้กันอย่างทั่วไปว่า อยุธยา คือ ต้นแบบของกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร และ กรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งรูปแบบการปกครอง วัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ แต่ในอีกเรื่องการสืบทอดเรื่องวงศ์ตระกูล พระมหากษัตริย์ในยุคหลัง มีความเกี่ยวข้องกับอยุธยาโดยตรง ต่อยอดมากรุงธนบุรี และตั้งมั่นเป็นมหานครในยุครัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะ พระราชวงศ์จักรี เชื้อสายที่สืบทอด ไม่ใช่เพียงมาจากอยุธยา แต่ไกลไปถึงเทือกเขาตะนาวศรี ถึงแดนเมาะตะมะ แน่นอนกำลังพูดถึง เมืองมอญ และพระยาที่มีความเกี่ยวข้องกับการปลดแอกครั้งสำคัญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผมกำลังพูดถึง พระยาเกียรติพระราม ในการสืบค้นข้อมูลพงศาวดาร มีการระบุไว้ชัดเจนว่า มีขุนนางมอญคนหนึ่งและเคยเป็นเพื่อนกับพระนเรศวรสมัยเด็กที่มาเป็นองค์ประกันชื่อว่า สมิงพระราม เปิดเผยความลับในการกำจัดพระนเรศวร จึงทำให้พระองค์ประกาศอิสรภาพ และเกณฑ์ชาวมอญ ช่วยเหลือชาวอยุธยาที่โดนต้อนไปในศึกเสียกรุงปี2112 กลับบ้านเกิด โดย สมิงพระราม คือหัวเรี่ยวหัวแรงในการประชาสัมพันธ์บอกข่าวให้คนมอญ เข้าร่วมกับอยุธยา เมื่อพาประชาชนชาวกรุงศรีข้ามแม่น้ำสะโตง และเข้าตั้งมั่นรับศึกในพระนครแล้ว สมเด็จพระมหาธรรมราชา โปรดให้สร้างพระราชวังจันทร์เกษม เป็นที่ประทับของพระรัชทายาทองค์ดำ ในขณะเดียวกัน คนมอญทั้งหมด ตั้งแต่พระมหาเถรคันฉ่องกับพระยามีชื่อ สมเด็จพระนเรศวร ได้รับสั่งให้ไปพำนักอยู่ยังย่านวัดขุนแสน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับวังหน้าหลังจากราชอาณาจักรกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งมั่น จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทราบว่า ต้นบรรพบุรุษของพระราชวงศ์นั้น สืบเชื้อสายมาจาก พระยาเกียรติพระราม และมีผู้ที่เป็นทายาทนั้น มีบทบาทในราชสำนักตั้งแต่สมัยราชวงศ์ปราสาททอง บ้านพูลหลวงของอยุธยา ราชสำนักกรุงธนบุรี รัชกาลที่ 3 เคยมีรับสั่งให้ขุนนางผู้ใหญ่ รับหน้าที่การบูรณะวัดขุนแสนขึ้น มีโครงการขุดคลองเชื่อมเข้ามาถึงข้างวัด แต่การไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากรัชกาลที่3 ทรงสวรรคตก่อนวัดขุนแสนในปัจจุบัน เป็นวัดร้าง มีบ้านเรือนประชาชนรายรอบ สิ่งก่อสร้างเหลือเพียงเจดีย์ประธาน กับ เจดีย์ขนาดย่อมอยู่ติดริมถนน นอกนั้น เหลือเพียงฐานของพระอุโบสถ ฐานเจดีย์เท่านั้น