รีเซต

UN เตือน! ซูเปอร์บักคุกคามโลก โลกเดือดเร่งเชื้อดื้อยาระบาด

UN เตือน!  ซูเปอร์บักคุกคามโลก โลกเดือดเร่งเชื้อดื้อยาระบาด
TNN ช่อง16
6 พฤศจิกายน 2569 ( 12:00 )
9

วิกฤตโลกร้อนอาจกำลังสร้างภัยคุกคามรูปแบบใหม่ต่อสุขภาพมนุษย์ หลังโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP เปิดเผยว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เชื้อโรคพัฒนาความสามารถในการดื้อยาและแพร่กระจายได้มากขึ้น จนกลายเป็นเชื้อดื้อยารุนแรง หรือที่เรียกว่า "ซูเปอร์บัก" (Superbugs)

 

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากทั่วโลกไม่เร่งควบคุมปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ อาจมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาสูงถึง 39 ล้านคนภายในปี 2593 สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะสิ่งแวดล้อม แต่ยังอาจซ้ำเติมวิกฤตด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ของโลก 

 

รายงานจาก UNEP ระบุว่า เชื้อแบคทีเรียซัลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงและการติดเชื้อในกระแสเลือด กำลังเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างภาวะโลกร้อนกับปัญหาเชื้อดื้อยา

 

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร The Lancet Planetary Health พบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจช่วยให้แบคทีเรียซัลโมเนลลาพัฒนาความสามารถในการต้านทานยาปฏิชีวนะบางชนิด และยังเอื้อต่อการถ่ายทอดยีนดื้อยาระหว่างแบคทีเรีย ส่งผลให้การรักษาโรคติดเชื้อมีความยากลำบากมากขึ้น


จ็ากเกอลีน อัลวาเรซ หัวหน้าฝ่ายสารเคมีและสุขภาพของ UNEP ระบุว่า ปัจจุบันพบการติดเชื้อทั่วไปจำนวนมากขึ้นที่เริ่มดื้อต่อยารักษาโรค ซึ่งอาจคร่าชีวิตผู้คนหลายล้านคน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น


ข้อมูลการศึกษาระดับโลกพบว่า ในปี 2564 มีผู้เสียชีวิตเกือบ 5 ล้านคนที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะ ขณะที่งานวิจัยอีกฉบับคาดการณ์ว่า ระหว่างปี 2568-2593 เชื้อดื้อยาอาจคร่าชีวิตผู้คนสะสมถึง 39 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 3 คนต่อนาที และอาจทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกลดลงเกือบ 2 ปี ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ภาวะโลกร้อนอาจส่งเสริมการเกิดและแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาได้อย่างน้อย 3 แนวทางสำคัญ

 

ประการแรก การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกและความชื้นเพิ่มขึ้น อาจทำให้เชื้อราและจุลินทรีย์บางชนิดเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรต้องใช้สารกำจัดเชื้อราเพิ่มขึ้น และอาจกระตุ้นให้เกิดการดื้อสารต้านจุลชีพ

 

ประการที่สอง อุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจเอื้อต่อการถ่ายทอดยีนดื้อยาระหว่างจุลินทรีย์ ทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถพัฒนาความสามารถในการต้านทานยารักษาโรคได้มากขึ้น โดยงานวิจัยประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีส่วนทำให้จำนวนยีนดื้อยาต้านจุลชีพในเชื้อซัลโมเนลลาเพิ่มขึ้นประมาณ 10%

ประการที่สาม ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน อาจพัดพาเชื้อโรคดื้อยาจากแหล่งน้ำเสียหรือพื้นที่ปนเปื้อนเข้าสู่ชุมชน เพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อ


นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานบ่งชี้ว่าภาวะโลกร้อนอาจขยายพื้นที่การแพร่กระจายของเชื้อก่อโรคหลายชนิด เช่น แบคทีเรียกินเนื้อคน Vibrio vulnificus เชื้อปรสิตที่ทำให้เกิดโรคมาลาเรีย และเชื้อรา Candida auris ซึ่งเป็นเชื้อดื้อยาที่สร้างปัญหาในโรงพยาบาลหลายประเทศทั่วโลก


UNEP ระบุว่า ภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา อาจเป็นพื้นที่เปราะบางเป็นพิเศษ เนื่องจากกำลังเผชิญทั้งสภาพอากาศสุดขั้วที่เพิ่มขึ้นและปัญหาเชื้อดื้อยา โดยประชากรยากจนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ภาวะโลกร้อนไม่ใช่สาเหตุเดียวของเชื้อดื้อยา เพราะการใช้ยาปฏิชีวนะและยาต้านจุลชีพอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงมลพิษจากอุตสาหกรรมและการเกษตร ล้วนมีส่วนส่งเสริมให้เชื้อโรคพัฒนาความสามารถในการดื้อยาเช่นกัน

 

สำหรับแนวทางรับมือ UNEP เสนอให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการยกระดับระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา ควบคุมการปล่อยสารต้านจุลชีพลงสู่สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสม


ขณะที่ประชาชนสามารถมีส่วนช่วยลดปัญหาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ใช้ยาร่วมกับผู้อื่น ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ และกำจัดยาที่เหลือใช้อย่างถูกวิธี เพื่อลดโอกาสการเกิดและแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา

 

วิกฤตโลกร้อนกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเร่งให้ปัญหาเชื้อดื้อยารุนแรงขึ้น ทั้งจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ความชื้นที่เปลี่ยนแปลง และภัยพิบัติที่ช่วยพัดพาเชื้อโรคแพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่ แม้ความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับเชื้อดื้อยายังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่สะท้อนว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมนุษย์ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกต่อไป

 

UNEP จึงเตือนว่า การรับมือวิกฤตเชื้อดื้อยาในอนาคต ไม่ใช่เพียงการพัฒนายารักษาโรคชนิดใหม่ แต่ต้องควบคู่กับการแก้ปัญหาโลกร้อนและการปกป้องสิ่งแวดล้อม ก่อนที่โรคติดเชื้อธรรมดาอาจกลายเป็นภัยร้ายแรงที่ยากต่อการรักษา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง