เกาหลีใต้ชี้ 'อาคารสูง' เป็นจุดเสี่ยงกลายเป็นจุดศูนย์กลางโรคโควิด-19

เกาหลีใต้ชี้ 'อาคารสูง' เป็นจุดเสี่ยงกลายเป็นจุดศูนย์กลางโรคโควิด-19
TNN ช่อง16
11 พฤษภาคม 2563 ( 18:54 )
69
เกาหลีใต้ชี้ 'อาคารสูง' เป็นจุดเสี่ยงกลายเป็นจุดศูนย์กลางโรคโควิด-19

วันนี้ (11พ.ค.63) ศูนย์ป้องกันและควบคุม การแพร่ระบาดของโรค แห่งเกาหลีใต้ (KCDC) ให้ข้อมูลว่า จุดเปราะบาง ที่จะกลายเป็น ศูนย์กลางการแพร่ระบาด (cluster) ได้ง่ายที่สุด ก็คือ อาคารสูง ต่างๆ  ทั้งที่พักอาศัย และ อาคารสำนักงาน, KCDC ยกตัวอย่างอาคารสูงแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล โดยใช้ชื่ออาคารหลังนี้ว่า X

อาคาร X นั้นเป็นอาคาร อเนกประสงค์ ที่มี 19 ชั้น โดยชั้นที่ 1 ถึง 12 เป็นสำนักงาน ส่วนชั้นที่ 13 ถึง ชั้น 19 เป็นที่พักอาศัย  ,KCDC ระบุว่า ในวันที่ 8 มีนาคม มีการพบผู้ติดเชื้อรายแรกที่อาคาร X  จากนั้น ในวันที่ 9 มีนาคมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้สั่งปิดอาคาร X และเข้าไปตรวจสอบ ผู้ที่ใช้อาคารในเวลาดังกล่าวจำนวน 1,145 คน ในทันที โดยแบ่งออกเป็น พนักงานในสำนักงาน 922 นคน ,ผู้พักอาศัย 203 คน และที่มาติดต่อ อีก 20 คน ก่อนจะพบผู้ติดเชื้อระลอกแรก 97 คน คิดเป็น 8.5 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใช้อาคารทั้งหมด   

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้กักบริเวณ ผู้ที่ใช้อาคารทั้งหมด เป็นเวลา 14 วัน ไม่ว่าผู้ที่ใช้อาคารจะแสดงอาการหรือไม่ และจากการตรวจซ้ำ พบว่า มี่ผู้ติดเชื้อเพิ่มระหว่างการกักบริเวณ อีก 216 คน โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ทำงานสอยู่บนชั้น 11 ซึ่งเป็น ศูนย์ a call centre ที่พนักงานทำงานใกล้ชิดกัน และเมื่อรวมผู้ติดเชื้อทั้งหมดในช่วง เวลา 14 วัน หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายแรก พบว่ามาผู้ติดเชื้อในอาคาร X สูงถึง 313 คน หรือคิดเป็น 43.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับเป็นการแพร่กระจายที่รวดเร็วมาก 

KCDC ย้ำว่า อาคารสูงเป็นจุดเสี่ยง เพราะมีผู้คนเยอะ และคนเหล่านี้ใช้สาธารณูปโภคร่วมกัน ตั้งแต่เดินเข้าอาคารมาขึ้น ลิฟท์  , ห้องน้ำรวมในแต่ละชั้น และมีระบบปรับอาการรวม และเมื่อดูจากข้อมูลจะพบด้วยว่า จุดที่ติดเชื้อกันมากที่สุดคือ พนักงาน  call centre ที่ทำงานใกล้ชิดจนยากจะรักษาระยะห่างทางสังคม 

กุญแจสำคัญ ในการปลด lock down จึงไม่ได้มีเพียงการกักบริเวณอยู่บ้าน เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ เท่านั้น แต่ต้องเตรียมพร้อม ด้วยการหาวิธี ป้องกันการแพร่เชื้อ บนอาคารสูงซึ่งเป็นจุดเปราะบาง เพื่อไม่ให้เกิด cluster ใหม่ๆ และจะต้องเป็นมาตรการป้องกันที่ใช้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะพบวัคซีนแล้วก็ตาม

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง