บทความนี้เราจะกล่าวถึงผลตอบแทนที่ได้จากการสีข้าว นอกจากเราจะเก็บเป็นข้าวสารแล้ว ผลพลอยได้อีก 3 อย่างของเรานั้นก็คือ รำ ปลายข้าว และเปลือกข้าว หรือที่เรียกว่า แกลบ นั้นเอง ผลพลอยได้แรก ก็คือ รำ เมื่อเราได้รำมา รำคือส่วนที่เราได้จากการขัดสีของเมล็ดข้าวให้ขาวขึ้น แล้วเราเอารำไปทำอะไร? แน่นอนค่ะ เราเอามันไปขาย แต่ๆๆ ประโยชน์ของมันสำหรับเราอีกอย่างนั้นก็คือ การเอาไปเป็นส่วนผสมของอาหารหมูค่ะ นอกจากเราจะเอาไปให้หมูของตัวเองแล้ว ยังมีนำไปผสมเป็นอาหารของด้วงมะพร้าวหรือรู้จักกันอีกชื่อคือด้วงสาคูค่ะ สำหรับเราที่มีอีกอาชีพเข้ามาคือการเลี้ยงหมูและเลี้ยงด้วง การที่เราได้รำจากการสีข้าวนั้นทำให้เราลดต้นทุนในการซื้อรำได้มากเลยทีเดียว และเนื่องด้วยหมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านที่ทำอาชีพเกษตรกรส่วนใหญ่แน่นอนว่าสัตว์อีกชนิดที่คนส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงก็คือหมูนั้นเอง ดังนั้นรำเป็นสินค้าที่ไม่พอขายกันเลยทีเดียว ส่วนราคาขายของรำนั้นจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 7 บาท ผลพลอยได้ต่อมานั้นก็คือ ปลายข้าว ปลายข้าวเป็นส่วนที่ข้าวนั้นหักเป็นชิ้นเล็กๆ ไม่เต็มเมล็ด และจะถูกแยกออกจากข้าวสวยอีกลงมาอีกช่อง ข้าวไม่สมบูรณ์บางครั้งก็เกิดจากการที่ชาวนานั้นปล่อยให้ข้าวนั้นแก่เกินไป เก็บเกี่ยวช้า ทำให้ข้าวนั้นกรอบและเกิดการแตกหักจากด้านในเมล็ด เวลาสีข้าวออกมาจะทำให้ข้าวได้น้อยและได้ปลายข้าวเยอะนั้นเอง เราได้อะไรจากปลายข้าว? เช่นเดียวกับรำเลยค่ะ นั้นคือการขาย แต่ปลายข้าวจะมีราคาสูงกว่ารำ และจะได้เงินเยอะกว่ามาก จะมีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 บาท แต่อย่าลืมนะคะนั้นคือปลายข้าวที่หนักพอๆ กับข้าวปกติ ใส่เท่า 1 ถ้วยใหญ่ก็ได้เป็นกิโลกรัมแล้ว ส่วนใหญ่เราก็เอาไว้ขาย และเอามาเป็นส่วนผสมของหัวอาหารหมู และให้ไก่กิน เช่นเดียวกับคนมาซื้อส่วนใหญ่ก็มีวัตถุประสงค์หลักคือเป็นอาหารสัตว์ อีกประโยชน์นึงที่บ้านฉันได้คือการนำมาหุงให้หมาที่บ้านค่ะ เนื่องจากเลี้ยงหมาเยอะถึง 17 ตัว ปลายข้าวส่วนนี้ที่เราคัดแยกส่วนที่สวยไม่ค่อยมีดอกหญ้ามาก ก็จะนำมาหุงให้น้องหมาค่ะประหยัดข้าวได้เยอะเลย ผลพลอยได้สุดท้ายของเรานั้นคือ เปลือกข้าว หรือ แกลบ แกลบคือตัวทำรายได้ให้ตัวฉันเองค่ะ ประโยชน์ของมันคือการขายเป็นส่วนใหญ่ รู้หรือไม่ ว่าแกลบใน 1 กระสอบนั้นขายได้ตั้ง 20 บาทเลยทีเดียว แต่นี่ก็รวมกับการกรอกและส่งให้ด้วยนะคะ หมู่บ้านของเราจะมีฟาร์มเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ที่เขาจะสั่งจองแกลบจากเราทุก รอบ เหตุผลหนึ่งที่เราสงสัยในคราแรกคือเราคิดว่าราคา 1 ถุงตั้ง 20 บาท ปกติฟาร์มเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่นั้นจะซื้อแกลบจากโรงสีขนาดใหญ่ที่ขายเป็นตันๆ ตอนนั้นเราคิดว่าแบบนั้นน่าจะถูกกว่าสะดวกกว่ารึเปล่า แต่ทางฟาร์มบอกเราว่าซื้อแบบนั้นแพงกว่าเพราะ1กิโลกรัมของแกลบนั้นอยู่ที่ เกือบๆ 2 บาทเลยทีเดียว ฉันก็คิดตามและประมาณการน้ำหนักแกลบต่อ 1 กระสอบนั้นหนักเกือบ 20 กิโลกรัมเลย ฉนั้นการซื้อแกลบของเรานั้นย่อมถูกกว่าซื้อโรงสีใหญ่แน่นอน นอกจากขายให้ฟาร์มแล้วยังมีชาวบ้านที่มาขอซื้อเพื่อนำไปเผาถ่านและผสมปุ๋ยต่างๆ และบ้านของฉันเองก็ใช้เหมือนกันค่ะ นั้นคือการเผาแกลบเพื่อนำไปให้จิ้งหรีดที่เลี้ยงไว้นั้นวางไข่ก่อนที่จะเอาตัวแม่ไปขายนั้นเอง เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับผลพลอยได้ของโรงสีชาวบ้านของเรา เราอยากจะบอกว่าโรงสีโรงเดียวนี้สามารถจุนเจือครอบครัวของเราแทบในทุกแง่มุมและผลผลิตที่ได้จากการสีข้าวนั้นมีคุณค่าและจำเป็นต่อการทำการเกษตรแบบอื่นๆเยอะมากๆเลยค่ะ เรื่องบ้านบ้านในครั้งหน้าเราจะทุกท่านไปดูของบ้านๆ เรื่องอะไรรอติดตามด้วยนะคะ*สำหรับใครที่อยากรู้วิธีชีวิตการเป็นเจ้าของโรงสีของเราสามารถมาเยี่ยมชมและเรียนรู้การทำอาชีพของเราได้ที่ บ้านสำโรงน้อย ต.ผไทรินทร์ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์