รีเซต

กลุ่มเทคสหรัฐผันผวนช่วงสั้น SETพักฐาน-ชูหุ้นให้ผลตอบแทนสูง

กลุ่มเทคสหรัฐผันผวนช่วงสั้น SETพักฐาน-ชูหุ้นให้ผลตอบแทนสูง
ทันหุ้น
9 มิถุนายน 2569 ( 08:00 )
9

#SET #ทันหุ้น - โบรกมองกลยุทธ์หลังจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ปรับฐานลงมาแรง จากทั้งความกังวลของกำไรในไตรมาสถัดไป คาดว่าจะยังมีความผันผวนอยู่ ขณะที่ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้นทำให้เม็ดเงินไหลไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นไทยอยู่ในช่วงพักฐาน แนะนำ BBL, BLA, KTB, BH, CENTEL, ITC, AOT ประเมินแนวรับ SET ไว้ที่ 1,550-1,540 จุด

นายพีรณัฐ  ยืนยงพิสิฐ CFA ผู้จัดการส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากสถานการณ์หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ปรับตัวลงแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา คาดเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การคาดการณ์ของบริษัทเทคโนโลยีในช่วงถัดไป จากล่าสุดบริษัท Broadcom (AVGO) ได้ประกาศงบออกมาดีทั้งรายได้และกำไร แต่การคาดการณ์รายได้ในไตรมาสถัดไปต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ 

ประกอบกับราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้สถานการลงทุนตึงตัวมากเกินไป ดังนั้นเมื่อมีปัจจัยลบเพียงเล็กน้อย นักลงทุนจึงเลือกที่จะขายทำกำไรออกมา ขณะเดียวกันตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เดือนพฤษภาคมออกมาสูงกว่าที่คาดไว้มาก ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งเกินไป ทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดอาจไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ หรือในกรณีที่เลวร้ายอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น

*ตลาดผันผวนระยะสั้น

ทั้งนี้ บล.บัวหลวง มองว่า ไม่ได้เป็นขาลงในระยะยาว และกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังไม่ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดในปี 2569-2570 กำไรของหุ้นสหรัฐ จะยังเติบโตได้ในระดับเลขสองหลัก แต่ในระยะสั้นช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดยังมีความผันผวนและมีแรงขายต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม และต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีหลัง

ขณะที่ยังต้องจับตาการเข้าจดทะเบียนในตลาดของ SpaceX ที่อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าไปรวมกันจนเกิดแรงเทขายในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาสูง แต่ทั้งนี้มองว่า SpaceX เข้ามาในช่วงที่ตลาดอยู่ในจุดที่ค่อนข้างสูงและมีการเก็งกำไรมากเกินไป จึงมีโอกาสที่เข้ามาแล้วราคาจะปรับตัวลดลงแรง อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มอวกาศทั้งหมด และอาจลามไปถึงภาพรวมของตลาดด้วย

นอกจากนี้ยังมีบริษัท AI ยักษ์ใหญ่อย่าง Anthropic และ OpenAI ที่มีแผนจะ IPO ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหุ้น AI ตัวเดิมที่อยู่ในตลาด เนื่องจากเงินลงทุนในตลาดที่มีจำกัด นักลงทุนอาจจำเป็นต้องขายทำกำไรหุ้น AI ตัวเดิมที่เคยขึ้นมาสูง เพื่อนำเงินไปจองซื้อหุ้น IPO ใหม่เหล่านี้ 

*Bond Yield ปรับตัวขึ้น

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงของการ Market Rotation อย่างชัดเจน โดยมีการปรับฐานและย่อตัวลงแรง โดยผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 10 bps หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้นเมื่อ Bond Yield สูงขึ้น เม็ดเงินจึงไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า 

นอกจากนี้จะมีการประกาศตัวเลข CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค) ของสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.2% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของปีนี้ อาจกดดันให้ Bond Yield ขยับขึ้นต่อ โดย Bond Yield ไทย อายุ 10 ปี มีโอกาสขยับขึ้นตามตลาดโลก ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.3% 

*เม็ดเงินเข้า 3 กลุ่มหลัก

ขณะที่ส่วนต่างระหว่าง Bond Yield กับดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ประมาณ 1.3% ซึ่งมองว่ายังขยับขึ้นได้อีก เป็นปัจจัยกดดันให้หุ้นถูกซื้อขายบนค่า P/E ที่ลดลง ดังนั้นในสภาวะที่ตลาดโดนกดดัน หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) จะถูกขายทำกำไร และเม็ดเงินจะหมุนเวียนเข้าสู่หุ้น 3 กลุ่ม  

1.หุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield) ย้ายจากหุ้นที่เน้นการเติบโตมาเป็นหุ้นที่เน้นเงินปันผลหรือรายได้ที่แน่นอน เช่น BBL, BLA, KTB  2.หุ้นเปิดเมือง ย้ายเงินจากหุ้นกลุ่มน้ำมันหรือโรงกลั่นที่เคยขึ้นมาแรงจากเรื่องสงครามเข้าสู่หุ้นกลุ่มเปิดเมือง เช่น BH, CENTEL 3.หุ้นที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง เน้นหุ้นที่มีเงินสดสุทธิ เนื่องจากความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ในหลายประเทศเริ่มพุ่งสูงขึ้น แนะนำ ITC, BH, AOT

*หุ้นไทยพักฐาน

ด้านนายกรภัทร  วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยอยู่ใน โหมดการพักฐาน ประเมินกรอบแนวรับหลักไว้ที่ 1,550-1,540 จุด ซึ่งเป็นระดับที่คาดว่าจะช่วยประคองตลาดและรองรับความเสี่ยงในรอบนี้ได้

โดยการเลือกกลุ่มหุ้นยังคงเน้นไปที่กลุ่มที่มีความแข็งแกร่งหรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ให้เน้นกลุ่ม นิคมอุตสาหกรรม, รับเหมาก่อสร้าง, ธนาคารพาณิชย์, ICT, กลุ่มโรงไฟฟ้า,การท่องเที่ยวและการแพทย์ ซึ่งมองว่าเป็นกลุ่มที่หากราคาปรับตัวลงมาสามารถรอ "ตั้งรับ" เพื่อลงทุนได้ ส่วนกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยหรือ Yield อาจจะต้องรอให้การพักฐานสิ้นสุดลงก่อน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง