เจาะลึกโลกของ sam เมื่อการ์ตูนไม่ใช่แค่ภาพนิ่ง แต่คือ "ประสบการณ์" ถ้าจะให้เล่าแบบเปิดใจเลยนะ Sam ไม่ใช่แค่เกม และไม่ใช่แค่คอมมิกแบบที่เราคุ้นเคย แต่คือ "Interactive Comic" ที่พยายามจะตอบคำถามใหญ่ๆ ของวงการศิลปะดิจิทัลว่า "ถ้าเรามีการ์ตูนบนคอมพิวเตอร์ ทำไมเราต้องทำให้เหมือนกระดาษล่ะ?" Laurent Hrybyk ผู้สร้างงานชิ้นนี้ เขาเป็นทั้งนักวาดภาพประกอบและดีไซเนอร์ฝีมือฉกาจ เขาเลยหยิบเอา "ข้อได้เปรียบ" ของโลกดิจิทัลมาใส่ในงานศิลปะของเขา จนกลายเป็นงานที่ผสมผสานระหว่าง Animation, Puzzles, และ Visual Storytelling เข้าด้วยกันอย่างลงตัวที่สุด 1. พลอตเรื่องที่กินใจ ความหวังท่ามกลางเถ้าถ่าน เรื่องราวของ Sam เปิดตัวมาด้วยความกดดันระดับสูงสุด ลองจินตนาการดูนะ... เราคือเอเลี่ยนตัวจ้อยที่หน้าตาดูซื่อๆ แต่กำลังถูก "ไล่ล่า" อย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะเดียวกัน โลกที่ Sam เหยียบอยู่ก็ไม่ใช่สวรรค์ แต่มันคือ "A world nearing death" หรือโลกที่กำลังจะล่มสลายในไม่ช้า แต่จุดที่ทำให้เรื่องนี้ "ทัชใจ" มากกว่าหนังไซไฟทั่วไป คือการเอาเรื่องของ "ครอบครัว" เข้ามาใส่ ไม่ใช่แค่การหนีของเอเลี่ยนคนเดียว แต่เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งที่ "ไม่ยอมแพ้" (A family that will not quit) พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังของโลกที่ทรัพยากรกำลังหมดไป พร้อมกับพยายามปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่ ความสัมพันธ์ระหว่าง Sam กับมนุษย์กลุ่มนี้คือหัวใจหลักเลย เป็นการเล่าเรื่องว่า "คนแปลกหน้า" หรือ "สิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์" สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของกันและกันได้อย่างไรในยามวิกฤต ซึ่ง Demo ตัวนี้เล่าออกมาได้แบบบีบคั้นอารมณ์สุดๆ 2. งานภาพ (Visuals) ลายเส้นที่มีลมหายใจ ความเจ๋งของ Laurent คือเขาไม่ได้วาดภาพให้มันดู "การ์ตูนจ๋า" แบบ Disney หรือเข้มข้นแบบ Marvel แต่มีความเป็น Indie Graphic Novel ที่เน้นลายเส้นสะอาดตาแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดของอารมณ์ Subtle Animations สิ่งที่ทำให้เราว้าวคือการเคลื่อนไหวเล็กๆ (Subtle Movement) เช่น ลมพัดผ่านเส้นผมตัวละคร, แสงไฟกะพริบในฉากหลัง หรือแววตาของ Sam ที่ขยับนิดเดียวแต่บอกความรู้สึกได้มหาศาล ช่วยให้เราไม่รู้สึกเบื่อเวลาจ้องภาพนานๆ Color Palette โทนสีในเกมจะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเนื้อเรื่อง บางช่วงเป็นโทนเย็นเหงาๆ บางช่วงเป็นโทนร้อนกดดัน เหมือนเรากำลังดูงานศิลปะใน Gallery ที่เคลื่อนไหวได้เลย 3. ระบบการเล่น (Gameplay) คุณคือคนเล่าเรื่อง ตัว Demo นี้ทำผ่าน Construct (โปรแกรมทำเกมชื่อดัง) ซึ่งทำให้ลื่นไหลมากบน Browser วิธีการเล่นที่เด่นๆ คือ Point & Click Elements บางทีภาพจะหยุดอยู่แค่นั้น จนกว่าจะคลิกจุดที่ถูกต้อง หรือลากไอเทมบางอย่างเพื่อ "เปิดเผย" เนื้อเรื่องส่วนต่อไป ทำให้เราไม่ได้เป็นแค่คนอ่านที่เอาแต่กด Next แต่บังคับให้เรา "สำรวจ" (Explore) ทุกซอกทุกมุมของช่องการ์ตูน Puzzles ปริศนาใน Sam ไม่ได้ยากจนปวดตับ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ "เล่าเรื่อง" เช่น การต่อสายไฟเพื่อให้ไฟติด หรือการหาทางหลบหนี ซึ่งปริศนาเหล่านี้แหละที่ทำให้เรารู้สึก "อิน" กับความยากลำบากของตัวละครจริงๆ Fullscreen Mode แนะนำเลยว่าต้องกด Spacebar เพื่อเล่นแบบเต็มจอ เพราะพอไม่มีกรอบ Browser มารบกวน สมาธิเราจะอยู่กับงานอาร์ต 100% เลย 4. มนต์ขลังของดนตรี เมื่อเสียงเล่าเรื่องได้ดีกว่าคำพูด จะไม่พูดถึงคนนี้ไม่ได้เลย คือ Eric Littman (จากกลุ่ม Phantom Posse) เพื่อนๆ ต้องลองไปฟังนะ ดนตรีประกอบคือแนว Ambient ที่มีความลึกลับ (Mysterious) แต่แฝงไปด้วยความหวัง เพลงใน Sam ไม่ได้มีเนื้อร้อง แต่ใช้ "เสียงสังเคราะห์" และ "จังหวะที่เนิบนาบแต่หนักแน่น" มาคอยประคองอารมณ์คนเล่น บางฉากที่ความเงียบเข้าปกคลุมแล้วมีเสียงดนตรีแว่วขึ้นมาเบาๆ มันทำให้เรารู้สึกถึงความอ้างว้างของอวกาศและความโดดเดี่ยวของ Sam ได้แบบไม่ต้องมีซับไตเติ้ลเลย 5. ความคุ้มค่าของ Demo และอนาคตของ Sam Demo ตัวนี้ยาวประมาณ 1/3 ของเล่มแรก (Book One) ซึ่งถือว่าใจป้ำมากนะสำหรับเกมอินดี้ เพราะทำให้เราเห็นทิศทางของเรื่องชัดเจนมากว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนในอนาคต ตัวโปรเจกต์นี้กำลังอยู่ในช่วงระดมทุนใน Kickstarter ด้วย ซึ่งถ้าใครชอบงานสาย Experimental Arts หรือชอบสนับสนุนศิลปินเดี่ยวที่พยายามทำอะไรใหม่ๆ แบบ Laurent นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดเลย สรุปความรู้สึกหลังเล่น (The Verdict) Sam สำหรับเราคือจดหมายรักถึงวงการการ์ตูนดิจิทัลเลยนะ พิสูจน์ให้เห็นว่า "การอ่าน" สามารถเป็น "ประสบการณ์" ที่มีส่วนร่วมได้ (Interactive Experience) ข้อดี งานศิลปะระดับ Masterpiece สวยทุกช่อง (Panel) เพลงประกอบยอดเยี่ยม ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีสุดๆ การเล่าเรื่องแบบไม่ต้องใช้คำบรรยายเยอะ แต่สื่อสารได้ลึกซึ้ง เล่นง่าย ใครๆ ก็เล่นได้ (ไม่ต้องเป็น Gamer ก็สนุก) ข้อสังเกต สำหรับคนที่ชอบเกม Action จ๋าๆ อาจจะรู้สึกว่าเดินเรื่องช้าไปนิด (Slow Pace) เพราะเน้นการซึมซับบรรยากาศมากกว่าความตื่นเต้น ถ้าเพื่อนๆ ถามว่า "ควรเล่นไหม?" เราจะตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า "เล่นเหอะ!" ใช้เวลาไม่นาน (ประมาณ 15-20 นาทีสำหรับ Demo) แต่จะทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจแน่นอน โดยเฉพาะตอนที่ปิดหน้าจอลงแล้วยังเห็นแววตาของ Sam ติดตาอยู่เลย หลังจากเล่ามาซะยาว บางคนอาจจะยังลังเลอยู่ เราเลยรวบรวมคำถามที่เพื่อนๆ มักจะสงสัยมาสรุปให้ฟังแบบเน้นๆ 3 ข้อ ดังนี้ครับ: Q1: สรุปแล้วในเกมนี้ 'Sam ทำ อะไร' กันแน่? เป็นตัวเอกสายบวกหรือสายวางแผน? A: Sam ไม่ใช่ตัวเอกสายบู๊ระห่ำแบบในหนัง Marvel นะแก แต่ Sam ทำ หน้าที่ดำเนินเรื่องผ่านการเอาชีวิตรอด เขาเป็นเอเลี่ยนที่ตกอยู่ในสภาวะจำยอมที่ต้องหนีการไล่ล่า สิ่งที่ Sam ทำคือการพยายามสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัวมนุษย์ที่ยื่นมือมาช่วย ในเชิงระบบการเล่น Sam จะพาเราไป "ทำ" การแก้ปริศนาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเปิดทางไปต่อ เช่น การซ่อมแซมสิ่งของหรือการหาทางลับ ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่า Sam คือสิ่งมีชีวิตที่มีความนึกคิดและเปราะบาง ไม่ใช่แค่ตัวละครกราฟิกทั่วไป Q2: เกมนี้เน้น Puzzle ยากไหม? ถ้าเราไม่ใช่สายเกมเมอร์จะเล่นรู้เรื่องหรือเปล่า? A: บอกเลยว่า "เล่นง่ายหายห่วง!" เพราะ Laurent Hrybyk ออกแบบมาให้มันเป็น Interactive Comic มากกว่าเป็นเกม Puzzle จ๋าๆ ปริศนาในเกมนี้ถูกใส่เข้ามาเพื่อ "สร้างจังหวะการเล่าเรื่อง" (Pacing) มากกว่าจะมานั่งฆ่าเวลาผู้เล่น สิ่งที่แกต้องทำคือสังเกตรายละเอียดในภาพ แล้วคลิกหรือลากสิ่งของตามสัญชาตญาณ มันเหมือนเรากำลังช่วยตัวละครพลิกหน้ากระดาษที่ติดอยู่ออกไปมากกว่า ดังนั้นต่อให้ไม่เคยเล่นเกมเลย แกก็ฟินกับเนื้อเรื่องได้แน่นอน Q3: ทำไมต้องเล่นตอนนี้? ในเมื่อมันยังเป็นแค่ Demo (1/3 ของเนื้อเรื่องเล่มแรก) A: เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ "สดใหม่ที่สุด" ของโปรเจกต์นี้ไงล่ะ! การได้เล่น Demo ตอนนี้มันทำให้เราเห็นวิวัฒนาการของงานศิลปะดิจิทัล และที่สำคัญคือตอนนี้เขามี Kickstarter อยู่ การที่เราเข้าไปเล่นและช่วยแชร์ตอนนี้ มันคือการช่วยให้โปรเจกต์ Sam ได้ไปต่อจนจบเล่ม และเราจะได้ภูมิใจว่า "เห้ย เราตามงานนี้มาตั้งแต่ตอนเป็น Demo เลยนะ!" แถมดนตรีประกอบของ Eric Littman ในเวอร์ชันนี้ก็ขัดเกลามาดีมากจนคุ้มค่าที่จะเสียเวลา 20 นาทีเข้าไปฟังจริงๆ ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน