รีเซต

True Digital Park – Cloud 11 ปั้นย่านสุขุมวิทสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

True Digital Park – Cloud 11 ปั้นย่านสุขุมวิทสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
TNN ช่อง16
23 ตุลาคม 2569 ( 13:45 )
9

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI) และคอนเทนต์กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างอาคารสำนักงานหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์อีกต่อไป แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ผู้คน ธุรกิจ และอุตสาหกรรมต่าง ๆ เชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างโอกาสและมูลค่าใหม่ให้กับเศรษฐกิจ


ประเด็นดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญของเวทีเสวนา From Spaces To Experiences: Bringing Places to Life ภายใต้งาน CP INNOVATION EXPOSITION 2026 ธีม “BEYOND SPACES – Reshaping How We Live, Work and Connect” โดยมีศศิธร วรัญญูวัฒนา ผู้จัดการทั่วไปของ True Digital Park และพอล สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cloud 11 ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และบทบาทของ Community ในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่


จากพื้นที่สำนักงานสู่การสร้างระบบนิเวศธุรกิจ


ศศิธร วรัญญูวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป True Digital Park กล่าวว่า แนวคิดจุดเริ่มต้นสำคัญของ True Digital Park คือการอยากเป็น Tech Hub และ Startup Ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง Community ควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพ


จุดเริ่มต้นของโครงการไม่ได้เกิดจากการรอให้อาคารสร้างเสร็จ แต่เริ่มสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ช่วงออกแบบอาคาร ผ่านการเชื่อมโยงผู้เล่นสำคัญในระบบนิเวศ เพื่อให้เกิดความร่วมมือก่อนที่ทุกคนจะเข้ามาใช้พื้นที่จริง


ปัจจุบัน True Digital Park มีพื้นที่รวมมากกว่า 200,000 ตารางเมตร พื้นที่สำนักงานประมาณ 57,000 ตารางเมตร สถานที่จัดงานมากกว่า 20 แห่ง และรองรับการจัดกิจกรรมประมาณ 1,600 งานต่อปี ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางมีขนาดประมาณ 24,000 ตารางเมตร สะท้อนแนวคิดที่ต้องการให้ผู้คนได้พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงเข้ามาทำงานแล้วเดินทางกลับบ้าน


นอกจากพื้นที่สำนักงานแล้ว โครงการยังมี Co-working Space ห้องประชุม พื้นที่จัดกิจกรรม พื้นที่สีเขียว และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมุ่งเน้นกับการดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างทุกอย่างขึ้นมาเอง


“True Digital Park  เราเป็น Startup Ecosystem และ Tech Hub สิ่งที่เราให้ความสำคัญยิ่งกว่าพื้นที่เช่า คือการดูแลและเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของผู้เช่า” 


“Ecosystem ที่เราสร้างมาไม่ได้อยากสร้างเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่อยากให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน KPI ของ

บริษัทตนเอง พร้อมไปกับการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทยให้ดีขึ้น”


“เราจะพยายามสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นทุกวัน อย่างที่เรามีสถานที่จัดงานสำหรับ Event กว่า 20 จุด เราไม่ได้มีไว้เพื่อให้คุณมาเช่า แล้วเราได้รายได้จากค่าเช่า แต่เราตั้งใจอยากให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดคนมีเป้าหมายเดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน และสามารถต่อยอดธุรกิจหรือนวัตกรรมอื่นๆ ไปอย่างได้ง่ายดาย” ศศิธร กล่าว 


ผู้จัดการทั่วไป True Digital Park มองว่า ในวันที่ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง คุณค่าของพื้นที่สำนักงานไม่ได้อยู่ที่ตัวอาคารเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่โอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ ๆ การพัฒนาทักษะ และการเชื่อมโยงธุรกิจข้ามอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับโครงการในภาวะที่ตลาดสำนักงานมีความท้าทาย

Cloud 11 ใช้พลังครีเอทีฟสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจ


พอล สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cloud 11 กล่าวว่า โครงการ Cloud 11 เกิดขึ้นจากความต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวมีสัดส่วนประมาณ 8% ของ GDP ประเทศไทย


Cloud 11 จึงไม่ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นเพียงอาคารสำนักงานหรือพื้นที่สำหรับบริษัทบันเทิงและครีเอเตอร์ แต่ต้องการเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงทรัพยากร สร้างเครือข่าย และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นธุรกิจได้จริง

“ผมขอยกตัวอย่างว่า บริษัททำปุ๋ย ซึ่งตอนนี้ก็ต้องทำคอนเทนต์ลง TikTok เหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทประเภทไหน คุณต้องอยู่ใกล้กับสิ่งที่เป็น ‘Content Facility’”

 

“โดยทั่วไปแล้ว บริษัทมักจ้างเอเจนซีให้ทำคอนเทนต์ให้ ซึ่งเอเจนซีก็จะไปจ้างซับต่อ ค่าใช้จ่ายก็จะสูง ใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ แต่ถ้าเป็นบริษัทเราที่อยู่ใกล้กับ ‘Content Facility’ หรืออยู่ใกล้กับ Community ของเหล่าครีเอเตอร์ ก็จะทำให้ผลิตคอนเทนต์ได้รวดเร็วขึ้น” พอล กล่าว 


หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือพื้นที่สตูดิโอขนาดประมาณ 10,000 ตารางเมตร ซึ่งออกแบบให้รองรับกระบวนการผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Live Commerce การถ่ายทำภาพยนตร์ การผลิตและตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงดนตรีและห้องซ้อม โดยสตูดิโอแห่งนี้จะเปิดตัวภายในปี 2027 


แนวคิดนี้มุ่งแก้ปัญหาที่ผู้ประกอบการและครีเอเตอร์จำนวนมากต้องเผชิญ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการขยายการผลิต แต่ไม่สามารถลงทุนสร้างสตูดิโอของตัวเองซึ่งมีต้นทุนสูงได้


การมีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมใช้งานจึงช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเครื่องมือระดับมืออาชีพ และเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตผลงาน


พอลยังเน้นย้ำว่า Cloud 11 ให้ความสำคัญกับการสร้าง Community ของคนที่มีความสนใจและความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน ทั้งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพลง ศิลปะ แอนิเมชัน อาหาร และเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิดและพัฒนาความร่วมมือที่อาจต่อยอดไปสู่ธุรกิจใหม่


“Cloud 11 เหมือนกับ True Digital Park เราเชื่อในเรื่องของ Community ผมมองว่าตึกก็มีมากมายเต็มไปหมด แต่ว่าสุดท้ายเนี่ยตึกที่มีชีวิตหรือมีวิญญาณ จะต้องมี Community อยู่ในตึกด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงโฟกัสในการดึงกลุ่ม Community Builder เข้ามาในตึกของเรา ทำให้ตึกเรามีสีสัน ทำให้ตึกเรามีกิจกรรมที่น่าสนใจ” พอล กล่าว  


นอกจากนี้ Cloud 11 พื้นที่ยังเปิดโอกาสให้ศิลปินและครีเอเตอร์นำผลงานมาจัดแสดง โดยมีการคัดเลือกผ่านทีมงานและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เข้าชม พร้อมเพิ่มช่องทางในการเปลี่ยนผลงานสร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจ

ออกแบบพื้นที่จากประสบการณ์และคุณภาพชีวิต


อีกหนึ่งประเด็นที่ทั้งสองโครงการให้ความสำคัญร่วมกัน คือการออกแบบพื้นที่โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าผู้คนต้องการใช้ชีวิตอย่างไร ไม่ใช่เพียงพิจารณาว่าพื้นที่นั้นจะมีอาคารหรือสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทใดบ้าง


ศศิธรอธิบายว่า True Digital Park วางแผนประสบการณ์ของผู้ใช้งานตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงเย็น ตั้งแต่ร้านกาแฟและอาหารเช้า พื้นที่ทำงาน พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงร้านอาหาร พื้นที่สีเขียว และกิจกรรมหลังเลิกงาน


แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่กับการนั่งประจำโต๊ะตลอดวัน แต่เปิดโอกาสให้ผู้คนเลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับลักษณะงานและความต้องการของตนเอง


ในมุมของ Cloud 11 พอลมองว่า พื้นที่ที่มีชีวิตชีวาต้องประกอบด้วยผู้คนและกิจกรรมที่หลากหลาย เพราะไม่ว่าคนจะทำงานในอุตสาหกรรมใด ต่างก็ต้องการพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่น พื้นที่สีเขียว และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ


ทั้งสองจึงมองการพัฒนาโครงการในลักษณะเดียวกับการสร้างเมืองขนาดย่อมที่มีระบบนิเวศครบถ้วน สามารถรองรับทั้งการทำงาน การเรียนรู้ การพักผ่อน และการใช้ชีวิตตลอดทั้งสัปดาห์


TDPK ร่วมมือจุฬาฯ ผลักดันย่านสุขุมวิทสู่ “Innovation District”


ปัจจุบัน True Digital Park มีโครงการความร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนาย่านนี้ให้เป็น Innovation District หรือพื้นที่รองรับการทำงานและการเติบโตของสตาร์ตอัป


โครงการดังกล่าวจะนำบทเรียนจากพื้นที่นวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ ทั้งสหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์ มาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาย่านสุขุมวิทให้เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรมของกลุ่มสตาร์ตอัป และผลักดันให้ย่านนี้เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น โดยมีกำหนดดำเนินการภายในปีหน้า


Cloud 11: สร้าง Growth Engine ใหม่ให้เศรษฐกิจไทย


ด้าน Cloud 11 มองว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth Engine) โดยมีทั้งนวัตกรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นองค์ประกอบสำคัญ


Cloud 11 จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเกิดธุรกิจใหม่และการบ่มเพาะผู้ประกอบการ ซึ่งอาจต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ New S-Curve ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้ หากธุรกิจเหล่านี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการและธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้สามารถเติบโตต่อไปได้


เปิดพื้นที่ให้เรียนรู้ พร้อมเชื่อมโยงโอกาสจากทั่วโลก


ในระยะต่อไป True Digital Park มีแผนขยายการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศผ่าน Landing Pad Program เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการต่างชาติได้เข้ามาศึกษาตลาดไทย ทำความเข้าใจระบบนิเวศธุรกิจ และสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรในประเทศ ผ่านโปรแกรมที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม


“เราสามารถจัดทัวร์เล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็น 1-2 อาทิตย์ หรือ 3-4 เดือน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่เราจัดเตรียมไว้ให้ หรือ ออกแบบหลักสูตรเฉพาะตามความสนใจ เช่น การจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) การเรียนรู้เกี่ยวกับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย (Science Park) หรือการทำความเข้าใจว่านโยบายภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนสตาร์ตอัปอย่างไรบ้าง เป็น” 


“โครงการนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี (Tech Talent) จากต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ขับเคลื่อนทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศและธุรกิจจากต่างชาติ” ศศิธร กล่าว 


ทั้ง True Digital Park และ Cloud 11 ต้องการให้พื้นที่ของตนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยสิสธรมองว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนหรือหลักสูตรออนไลน์ แต่สามารถเกิดจากการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ การพบปะผู้คน และการเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ที่มีความหลากหลาย


พอลเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการรูปแบบใหม่ที่ต้องอาศัยความเข้าใจร่วมกันของทีมงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวไปในทิศทางเดียวกัน แม้ต้องเผชิญอุปสรรคระหว่างทาง


สำหรับกิจกรรมในช่วงปลายปี True Digital Park เตรียมจัดงาน The Future List ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางอนาคตของประเทศไทย ขณะที่ Cloud 11 เตรียมจัดกิจกรรมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง


หมายเหตุ: บทความนี้ใช้เครื่องมือ AI ช่วยถอดเทปและเรียบเรียงเนื้อหา โดยมีการตรวจทานและปรับแก้ก่อนเผยแพร่

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง