กริ๊ง กริ๊ง เพื่อน ๆ ทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ 'นมเปรี้ยวยาคูลท์' ซึ่งอยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 50 ปีตั้งแต่พ.ศ. 2513 และสิ่งที่ทำให้นึกถึงคู่กับยาคูลห์นั้นก็คือ 'สาวยาคูลห์ (Yakult Lady)' เสมอมา เราเชื่อว่าตอนเด็ก ๆ ต้องเคยได้ยินคำว่า "รับยาคูลห์ไหมคะ" "รับยาคูลห์กี่ขวดดีคะ?" "1 ขวด 8 บาท 1 โหล 84 บาทค่ะ" อย่างแน่นอน เราเรียกการขายแบบนี้ว่า "ขายแบบ Door to Door" ซึ่งสาว ๆ ยาคูลห์จะมาตั้งแต่รูปแบบเดินเข็นรถจนถึงขับจักรยาน และวิวัฒนาการถึงรถมอเตอร์ไซด์ในปัจจุบัน และในปัจจุบันก็ยังมีรูปแบบการขายแบบเช่นเดิมอยู่ แต่เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไม "ยาคูลท์คง Concept "สาวยาคูลท์" ขายแบบ Door to Door?" วันนี้เรามาค้นหาคำตอบกัน ยาคูลท์เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่ได้โหมกระหน่ำโฆษณาหรือลงทุนกับ 'การโฆษณา' สักเท่าไหร่ท่ามกลางแบรนด์อื่น ๆ ที่มักต่อสู้กันกับการโฆษณา และยังคงการขายแบบ BASIC ในรูปแบบการขายแบบ 'Door to Door' หรืออีกชื่อที่เรียกว่า 'Direct Sale' หากแปลง่าย ๆ ตรงตัวก็คือการขายโดยตรง การขายจากประตูบ้านหนึ่งไปยังอีกประตูบ้านหนึ่งในบริบทของพนักงานขาย ซึ่งในที่นี้ก็คือ 'สาวยาคูลห์' นั้นเองค่ะ อีกทั้งการที่บริษัทยาคูลห์ยังคงรูปแบบการขายแบบ Door to Door เพราะแสดงถึงความจริงใจต่อตัวลูกค้า เพราะการขายในรูปแบบนี้พนักงานจำเป็นจะต้องมีการพูดคุยหรือให้ข้อมูลกับลูกค้า ซึ่งเรามองว่าจุดนี้ถือเป็นเอกลักษณ์จุดขายและจุด Spark ทำให้คนจำภาพของ 'นมเปรี้ยวแบรนด์ยาคูลห์' ได้เป็นอย่างดีเลยหล่ะค่ะ สาวยาคูลห์ต่อบริษัทยาคูลห์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ถือว่าอยู่คู่กับคนไทยมานานและแม้ว่าเวลาผ่านไปตั้งแต่เด็กจนโต เราก็ยังคงไม่ลืมภาพจำของสาวยาคูลห์ที่มักจะแต่งตัวด้วยชุดยูนิฟอร์มสีครีมน้ำตาลสะพายกระเป๋าทรง Carry Bag ที่ด้านในบรรจุนมเปรี้ยวยาคูลห์แสนอร่อย และแน่นอนค่ะว่ามักจะมาพร้อมรอยยิ้มพิมใจอยู่เสมอ และจากข้อมูลปัจจุบันมี “สาวยาคูลท์” มากกว่า 80,000 คนทั่วโลก ซึ่งหลาย ๆ คนคงมองว่าการเป็นสาวยาคูลห์นั้นง่ายแต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ของเธอก็มีไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะคะ นับตั้งแต่นับและเชคสต็อคสินค้าก่อนออกไปขายในแต่ละวัน จัดแจงสินค้าให้เรียบร้อย การยกของ อีกทั้งส่งสินค้าให้ตรงถึงมือของลูกค้า การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การมีปฏิสัมพันธ์และสร้างความสัมพันธ์แก่ลูกค้า นับว่าเป็นงานที่ครอบคลุมหน้าที่เยอะมาก ๆ สาวยาคูลห์ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ขายหรือพนักงานขาย แต่พวกเธอยังถือว่าเป็น "Brand Ambassador" แปลให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เป็นตัวแทนแบรนด์ในแง่บวกแถมยังช่วยเพิ่มการรับรู้ การขายของแบรนด์ และสร้าง "Brand Relationship" หรือ Engagement ระหว่างตัวผู้ซื้อและผู้บริโภค มีการปฏิสัมพันธ์พูดคุยระหว่างตัวสาวยาคูลห์และลูกค้าทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกผูกพันธ์และคุ้นเคย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิด Brand Loyalty (ความจงรักภักดีต่อแบรนด์) กลุ่มลูกค้าติดใจและยังบอกต่อปากต่อปาก เป็นการต่อยอดไปสู่ลูกค้าใหม่ในอนาคต และการสร้างความจงรักภักดีต่อตัวกลุ่มผู้บริโภคนั้นเป็นอะไรที่ยากและท้าทายมากสำหรับทุก ๆ ธุรกิจแต่บริษัทยาคูลห์นั้นสามารถทำได้สำเร็จและประสบความสำเร็จสุด ๆ และยังถือเป็นผู้นำของ Culture Yoghurt ไม่เพียงแต่รสชาติของนมเปรี้ยวยาคูลห์แล้วแต่ยังมีสาวยาคูลห์นี่แหละค่ะที่เป็นเสมือนอาวุธลับในครั้งนี้ ทำไมบริษัทยาคูลห์ถึงเปิดรับสมัครสาวยาคูลห์จำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจในตอนนี้ไม่คงที่และชะลอตัวเพราะว่าสินค้านมเปรี้ยวยาคูลห์นั้นเป็นลักษณะของสินค้าที่ผลิตสดใหม่ในทุก ๆ วัน ทำให้ระบบขายโดยสาวยาคูลห์นั้นจะช่วยสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าเอาไว้ได้ ดังที่กล่าวมาว่าสาวยาคูลห์เปรี้ยวเสมือน Brand Ambassador ของยาคูลห์ที่จะช่วยขายกระจายสินค้า และให้ข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อลูกค้า สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์แก่ลูกค้าได้ อีกทั้งตัวสินค้านั้นสามารถขายได้ด้วยตัวมันเอง ทำให้สบายห่วงในเรื่องฐานของลูกค้าคุณสมบัติเบื้องต้นในการสมัครเป็นสาวยาคูลห์อายุ 19 – 35 ปี / วุฒิการศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป / มีมอเตอร์ไซค์ (หากว่าอยู่ในเขตที่ต้องใช้มอเตอร์ไซค์) / ต้องผ่านการอบรมเป็นสาวยาคูลท์คุณสมบัติที่จำเป็นต้องมีรอยยิ้มงานสาวยาคูลห์ก็เป็นเสมือนงานบริการอย่างหนึ่ง สำหรับภาพจำของหลาย ๆ คน สาวยาคูลห์มักจะมาพร้อมรอยยิ้ม ทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคแบบเรา ๆ อยากจะเข้าไปพูดคุย ไปช่วยอุดหนุน ดังนั้น รอยยิ้ม ถือว่าเป็นอาวุธตัวฉกาจเลยก็ว่าได้ความแข็งแรงและอดทนสำหรับข้อนี้ก็สำคัญและจำเป็นจะต้องมีสุด ๆ สำหรับสาว ๆ ยาคูลห์ เพราะว่าในสมัยก่อนเรามักจะเห็นว่าสาวยาคูลห์จะต้องมีกระเป๋าสะพายข้างแบบ Carry Bag ไว้ข้างตัวอยู่เสมอ ซึ่งในหนึ่งใบนั้นสามารถบรรจุนมเปรี้ยวยาคูลห์ 50 ขวดและมีน้ำหนักมากถึง 4 กิโลกรัมและในสมัยนี้ก็อาจจะยังมีสาวยาคูลห์ที่เดินขายตามบ้าน ซึ่งอาจจะเปลี่ยนไปเป็นการเข็นแทน ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องใช้ความอดทนและแข็งแรงความจำดี“อยากรู้เรื่องยาคูลท์...ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ” สโลแกนอันแสนคุ้นหูมาตั้งแต่เนิ่นนาน สาวยาคูลท์ต้องมีความรู้ ต้องได้รับการอบรม ซึ่งสืบเนื่องมาจากคุณสมบัติเบื้องต้นของสาวยาคูลห์ที่จะต้อง ต้องผ่านการอบรมเป็นสาวยาคูลท์ เมื่อมีลูกค้ามาถามถึงข้อมูลเชิงหนาลึกก็จะต้องตอบให้ได้ อาทิคำถามทั่วไปอย่าง ยาคูลท์ดีต่อร่างกายอย่างไร? คุณประโยชน์ของจุลินทรีย์คืออะไร? เป็นต้นหากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจอยากสมัครเป็นสาวยาคูลห์ก็เข้าไปที่ yakultthailand ได้เลยค่ะก็จบกันไปแล้วนะคะสำหรับ "ยาคูลท์คง Concept "สาวยาคูลท์" ขายแบบ Door to Door" ซึ่งถือเป็นการเจาะลึกถึงเรื่องราวรูปแบบการขายและสาวยาคูลห์ ซึ่งเมื่อประมาณอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปเจอสาวยาคูลห์ซึ่งยังใช้รูปแบบแบบเดิม ๆ คือเข็นรถ เดินเท้า แสดงให้เห็นว่าสาวยาคูลห์บางคนก็ยังใช้รูปแบบเดิม ๆ ในการขายอยู่นั้นเองค่ะ สำหรับวันนี้เราก็ขอตัวลาไปก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ 🙂เครดิตภาพหน้าปกและภาพประกอบบทความ :yakultthailand