SGC กำไรสุทธิ Q3/68 พุ่ง 349% แตะ 123 ล้านบาท รับอานิสงส์ ‘Lock Phone’ โตระเบิด

SGC กำไรสุทธิ Q3/68 พุ่ง 349% แตะ 123 ล้านบาท รับอานิสงส์ 'Lock Phone' โตระเบิด
#ทันหุ้น #SET #SGC บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) SGC รายได้รวมของบริษัทประกอบด้วยรายได้ดอกเบี้ยรับจาก (1) สินเชื่อเช่าซื้อแบบโอนกรรมสิทธิ์เล่มทะเบียนและสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (เรียกรวมว่า “สินเชื่อรถทำเงิน”) (2) สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (Lock Phone) (3) สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า (4) สัญญาสินเชื่ออื่นๆ เช่น สินเชื่อสวัสดิการพนักงาน และ (5) รายได้อื่น เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก ค่าธรรมเนียม และค่านายหน้า
สำหรับไตรมาสที่ 3/2568 บริษัทมีรายได้รวม 741.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.80% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 293.02 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 65.30% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อ Lock Phone จำนวน 471.86 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 65.06% ของรายได้ดอกเบี้ยรวม จากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อรถทำเงินจำนวน 218.98 ล้านบาท ลดลง 10.12% จากไตรมาสก่อน และลดลง 33.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อรถทำเงินลดลงจากการหยุดปล่อยสินเชื่อตั้งแต่ไตรมาส 3/2567
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,075.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 749.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56.46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อ Lock Phone จำนวน 1,170.49 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 57.83% ของรายได้ดอกเบี้ยรวม ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อรถทำเงินจำนวน 736.31 ล้านบาท ลดลง 28.74% เนื่องจากพอร์ตลดลงจากการหยุดปล่อยสินเชื่อใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3/2567
บริษัทมีค่าใช้จ่ายหลัก 3 ประเภท ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการให้บริการและบริหาร ต้นทุนทางการเงิน และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
- ค่าใช้จ่ายในการให้บริการและบริหาร
ไตรมาสที่ 3/2568 มีค่าใช้จ่ายจำนวน 133.38 ล้านบาท ลดลง 25.87 ล้านบาท หรือลดลง 16.25% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากลูกหนี้สินเชื่อรถทำเงินลดลง ทำให้ส่วนลดปิดบัญชีและค่าบริการติดตามหนี้ลดลง และการบริหารค่าคอมมิชชั่นติดตามหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับงวด 9 เดือนปี 2568 ค่าใช้จ่ายดังกล่าวอยู่ที่ 443.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.19 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.79% สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนรายการจากการเติบโตของสินเชื่อ Lock Phone - ต้นทุนทางการเงิน
ไตรมาสที่ 3/2568 บริษัทมีต้นทุนทางการเงิน 95.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.79 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.70% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากการออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 มูลค่า 400 ล้านบาท เพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีก่อน ต้นทุนทางการเงินลดลง 41.79 ล้านบาท หรือลดลง 30.54% จากการลดลงของเงินกู้ยืมจากบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับงวด 9 เดือนปี 2568 ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 269.85 ล้านบาท ลดลง 160.37 ล้านบาท หรือลดลง 37.28% จากการชำระคืนเงินกู้ - ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ไตรมาสที่ 3/2568 มีการบันทึกผลขาดทุนจำนวน 357.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.49 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.45% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 205.29 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 134.78% จากปีก่อน เนื่องจากการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกหนี้ด้อยคุณภาพของสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินเชื่อรถทำเงิน สำหรับงวด 9 เดือนปี 2568 บริษัทบันทึกผลขาดทุน 1,040.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 667.11 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 178.70% จากการตัดหนี้สูญและการตั้งสำรองในพอร์ต Lock Phone ตามหลักความระมัดระวัง
กำไรสุทธิสำหรับงวด
ไตรมาสที่ 3/2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 123.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.18 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 73.45% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 95.78 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 348.98% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อ Lock Phone การควบคุมค่าใช้จ่าย และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 16.61%
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 238.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.12 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 185.92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.49%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
