รีเซต

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดบวก 129 จุด หุ้นเทคฯ ฟื้นตัว

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดบวก 129 จุด หุ้นเทคฯ ฟื้นตัว
TNN ช่อง16
19 กุมภาพันธ์ 2569 ( 07:20 )
15

ตลาดหุ้น วอลล์สตรีท ปิดในแดนบวกเมื่อวันที่ 18 ก.พ. โดยดัชนีหลักทั้งสามปรับตัวเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นตัวหลังจากร่วงลงก่อนหน้า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อธุรกิจเทคโนโลยี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 49,662.66 จุด เพิ่มขึ้น 129.47 จุด หรือ 0.26% ขณะที่ S&P 500 ปิดที่ 6,881.31 จุด เพิ่มขึ้น 38.09 จุด หรือ 0.56% และ Nasdaq Composite ปิดที่ 22,753.63 จุด เพิ่มขึ้น 175.25 จุด หรือ 0.78%

หุ้นเทคโนโลยีฟื้นตัว หนุนตลาดโดยรวม

แรงซื้อกลับเข้าหาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หลังราคาปรับฐานจนดึงดูดนักลงทุนให้เข้าช้อนซื้อ นักวิเคราะห์จาก Baird มองว่าแม้หุ้นกลุ่มนี้เคยมีมูลค่าสูง แต่ระดับราคาปัจจุบันเริ่มน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 1.6% หลังลงนามข้อตกลงหลายปีเพื่อขายชิป AI จำนวนหลายล้านตัวให้ Meta Platforms ขณะที่ Amazon พุ่งขึ้น 1.8% และ Microsoft ปรับตัวขึ้น 0.7%

กลุ่มบริษัทจัดเก็บข้อมูลอย่าง SanDisk, Western Digital และ Seagate Technology ปรับตัวขึ้นระหว่าง 1.7%–4.4% จากความต้องการเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เพิ่มขึ้น

ซอฟต์แวร์ - ชิป - ฟินเทค เด่น รับงบและแนวโน้มกำไร

หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์เริ่มฟื้นตัว โดยดัชนีซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ใน S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.1% นำโดย Cadence Design Systems ซึ่งพุ่งขึ้น 7.6% หลังรายได้ไตรมาส 4 สูงกว่าคาด

Analog Devices ปรับตัวขึ้น 2.6% จากการคาดการณ์กำไรไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Global Payments ทะยานกว่า 16% หลังคาดกำไรรายปีดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน

ในด้านกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นพลังงานเพิ่มขึ้น 2% และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้น 1% ส่วนสาธารณูปโภคลดลง 1.7% และอสังหาริมทรัพย์ลดลง 1.45%

ด้านหุ้นสุขภาพ Moderna เพิ่มขึ้น 6% หลัง U.S. Food and Drug Administration ตกลงรับพิจารณาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ mRNA-1010 ของบริษัท

เฟดคงดอกเบี้ย นักลงทุนรอดูเงินเฟ้อ PCE

รายงานการประชุมของ Federal Reserve ระบุว่า กรรมการส่วนใหญ่เห็นพ้องให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% แต่ยังมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต ขณะที่เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 50% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในเดือนมิถุนายน

ตลาดกำลังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญของเฟด โดยนักวิเคราะห์คาดว่า PCE จะเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนธันวาคม เมื่อเทียบรายปี ส่วน Core PCE คาดเพิ่มขึ้น 3.0% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวอาจส่งสัญญาณสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐในระยะต่อไป

การฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีและความหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกเฝ้ารอข้อมูลเงินเฟ้อเพื่อประเมินจังหวะการปรับดอกเบี้ยในปีนี้อย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง