รีเซต

สรรพากร โชว์ครึ่งปี รีดภาษีเกินเป้า 101,695 ลบ.ปลื้มภาษีอีเซอร์วิส หนุนเก็บรายได้เพิ่ม

สรรพากร โชว์ครึ่งปี รีดภาษีเกินเป้า 101,695 ลบ.ปลื้มภาษีอีเซอร์วิส หนุนเก็บรายได้เพิ่ม
มติชน
5 พฤษภาคม 2565 ( 15:23 )
12
สรรพากร โชว์ครึ่งปี รีดภาษีเกินเป้า 101,695 ลบ.ปลื้มภาษีอีเซอร์วิส หนุนเก็บรายได้เพิ่ม

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมสรรพากรได้ออกกฎหมายจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการบริการอิเล็กทรอนิกส์ จากแพลตฟอร์มต่างชาติ (VAT for Electronic Service: VES) ที่ให้บริการกับผู้ใช้บริการในไทย

 

โดยช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 มีมูลค่าบริการจากต่างชาติสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถจัดเก็บรายได้ใหม่เข้าประเทศได้ถึงกว่า 4,200 ล้านบาท ในเวลาเพียง 6 เดือน และยังเป็นการสร้างความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทย จากการที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติต้องมาจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นเดียวกับผู้ประกอบการไทย

 

ทั้งนี้ การเก็บภาษี e-Service นี้จะช่วยให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลรายได้ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ ที่จะสามารถนำไปใช้คำนวณเป็นฐานภาษีเงินได้อันจะเป็นฐานรายได้ใหม่ให้ประเทศไทยในอนาคต

 

ขณะนี้ กรมสรรพากรกำลังร่วมกับ 139 ประเทศทั่วโลก เจรจามาตรการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีระหว่างประเทศซึ่งประกอบด้วย 2 เสาหลัก ได้แก่ เสาที่ 1 (Pillar 1) มาตรการกำหนดให้บริษัทข้ามชาติต้องเสียภาษีเงินได้โดยปันส่วนกำไรมาให้กับประเทศผู้ใช้บริการถึงแม้จะไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศที่ให้บริการ

 

และเสาที่ 2 (Pillar 2) มาตรการกำหนดให้บริษัทข้ามชาติที่หลบเลี่ยงภาษีโดยถ่ายโอนกำไรไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ จะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจนเสียอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำที่ 15% ทั้งนี้ หากการเจรจาต่างๆ สำเร็จลุล่วงได้ตามแผนในปี 2566 ไทยจะมีแหล่งรายได้ใหม่จากบริษัทข้ามชาติ ที่เคยหลบเลี่ยงภาษี

 

ดร.เอกนิติ กล่าวว่า เกือบ 4 ปี ที่ผ่านมากรมสรรพากรนำกลยุทธ์ Digital Transformation มาปรับเปลี่ยนกระบวนงานให้ทันสมัย และนำข้อมูลขนาดใหญ่มาวิเคราะห์ (Data Analytics) เพื่อวางกลยุทธ์จัดเก็บภาษี (Revenue Collection) รวมถึงนำนวัตกรรม (Innovation) และเทคนิคการบริหารงานยุคใหม่ ทำให้การดำเนินงานและการให้บริการประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก และยังส่งผลดีให้กรมสรรพากรได้รับรางวัลมากมายมาตลอด 3 ปีอย่างต่อเนื่อง

“การยกระดับศักยภาพของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักที่จัดเก็บรายได้ถึง 65% ของรายได้รัฐบาลทั้งหมด และการสร้างเสถียรภาพทางการคลังของประเทศเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก การที่องค์กรแห่งนี้จะยั่งยืนได้ จะต้องมีกระบวนงานที่คล่องตัว (Agile) ต้องนำกระบวนการออกแบบนวัตกรรม (Design Thinking) มาแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ ของภาครัฐ และสร้างบุคลากรให้มุ่งมั่นพร้อมที่จะเรียนรู้ (Growth Mindset) จะเห็นได้ว่า ในช่วงสถานการณ์ของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นนั้น ประเทศต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อยในการสนับสนุนด้านสาธารณสุขของประเทศ เพื่อดูแลประชาชนในช่วงโควิด” ดร.เอกนิติ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรรพากร โชว์เก็บภาษีอีเซอร์วิส มั่นใจทั้งปีทะลุเป้า ปลื้มรายได้ครึ่งปีเกินเป้า 1 แสนล้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง