พ่อรวยบอกว่าคนเราสามารถมีแผนการลงทุนได้ทั้งหมด 3 ประเภท คือ แผนเพื่อความมั่นคง แผนเพื่อความสบาย และแผนเพื่อความร่ำรวย แผนทั้งสามข้างต้นมีผลต่อวิธีคิดและวิถีชีวิตของอิสรภาพทางการเงิน หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Robert T. Kiyosaki เขาต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่แท้จริง ไม่ใช่แบบที่เราลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วรอรับเงินตอนเกษียณ ซึ่งก็ไม่รู้คนเราจะตายก่อนเกษียณหรือไม่ การลงทุนแบบคนรวยต้องรู้ ต้องเข้าใจอะไรบ้าง ภายในเล่มจะให้มุมมองเปิดกว้างในแง่ของการเป็นผู้ประกอบการตัวจริง เรียบเรียงโดยธนกร นำรับพร ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์ 1.แผนเพื่อความมั่นคงและแผนเพื่อความสุขสบายนั้นต้องทำก่อนแผนเพื่อความร่ำรวย (ถึงแม้ว่าคุณจะเลือกให้ความร่ำรวยเป็นตัวเลือกแรกของคุณก็ตาม) ประเด็นก็คือ ถ้าคุณต้องการร่ำรวย คุณจำเป็นต้องวางแผนการให้ครบทั้งสามแผน อันได้แก่ แผนเพื่อความมั่นคง แผนเพื่อความสุขสบาย และแผนเพื่อความร่ำรวย ถ้าคุณต้องการความสุขสบาย คุณจำเป็นต้องมีสองแผน แต่ถ้าคุณต้องการความมั่นคง แค่แผนการเดียวก็คงเพียงพอแล้ว 2.เราสามารถเป็นคนรวยด้วยการประหยัดและอดออมได้ก็จริง แต่การจะทำเช่นนั้นได้ มันต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานก็เหมือนกับการที่ลูกเดินทางจากแอลเอไปยังนิวยอร์กโดยรถบัส แน่นอนว่าลูกย่อมจะประหยัดเงินไปได้บ้าง แต่ราคาที่แท้จริงของการเดินทางแบบนี้นั้นถูกวัดกันด้วยเวลา หรือพูดอีกอย่างได้ว่า ถ้าเดินทางโดยเครื่องบินจะใช้เวลา 5 ชั่วโมงกับเงินอีก 500 เหรียญ ในขณะที่ถ้าเดินทางโดยรถบัสจะใช้เวลา 5 วันกับเงินอีก 100 เหรียญ คนจนจะวัดราคาจากตัวเงิน ส่วนคนรวยวัดจากเวลา ซึ่งก็ไม่แปลกที่เรามักจะเห็นว่ารถบัสจะกลายเป็นพาหนะหลักของคนจนส่วนใหญ่” 3.รายได้ทั่วไป เป็นรายได้ที่มาจากงานประจำ หรือจากการใช้แรงงานบางอย่าง ซึ่งมักจะมาในรูปของเงินเดือน มันเป็นรายได้ที่มีภาระทางภาษีสูงที่สุดในบรรดารายได้ต่างๆ และเป็นรายได้ชนิดที่ใช้สร้างความมั่งคั่งได้ยากเย็นที่สุดชนิดหนึ่งอีกด้วย เมื่อไหร่ที่คุณสอนให้ลูกคุณ “ออกไปหางานดีๆ ทำ” เมื่อนั้นคุณกำลังสอนให้พวกเขาออกไปทำงานเพื่อรายได้ชนิดนี้ 4.รายได้จากพอร์ตโฟลิโอ เป็นรายได้ที่มาจากทรัพย์สินจำพวกกระดาษหรือหลักทรัพย์ อย่างเช่น หุ้น พันธบัตร และกองทุนรวมทั้งหลาย เป็นต้น รายได้ชนิดนี้เป็นรายได้ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดารายได้ที่มาจากการลงทุนทั้งปวง ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า ทรัพย์สินจำพวกกระดาษนั้น เป็นทรัพย์สินที่สามารถจัดการและดูแลได้ง่ายกว่าทรัพย์สินแบบอื่นๆ เท่านั้นเอง 5.รายได้จากทรัพย์สิน โดยทั่วไปแล้ว รายได้ชนิดนี้จะมาจากอสังหาริมทรัพย์ หรือบางครั้งก็เป็นรายได้ที่มาจากสิทธิบัตรหรือสัญญาข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์ต่างๆ แต่โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประเภทนี้ มักจะมาจากอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น และมีข้อได้เปรียบทางภาษีที่มาจากอสังหาริมทรัพย์อยู่อย่างมากมาย 6.การแบ่งประเภทของระดับนักลงทุน • นักลงทุนผู้ได้รับการรับรอง มีรายรับเป็นเงินจํานวนมาก และ หรือมีทรัพย์สินสุทธิอยู่ในระดับสูง • นักลงทุนผู้มีคุณสมบัติเต็ม รู้จักการลงทุนทั้งในแบบเน้นปัจจัย พื้นฐาน และแนวเทคนิค • นักลงทุนผู้ทรงภูมิ มีความเข้าใจในการลงทุน และตัวบทกฎหมาย • นักลงทุนวงใน สร้างการลงทุน • นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ เป็นผู้ถือหุ้น และผู้ขายหุ้นของตัวเอง 7.“เหตุผลที่ทําให้นักลงทุนทั่วไป ส่วนใหญ่นั้นต้องขาดทุน เป็นเพราะว่าบ่อยครั้งที่การเข้าไปลงทุนในทรัพย์สินนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การเดินออกมานั้นกลับเป็นเรื่องที่ยากกว่า ถ้าต้องการเป็นนักลงทุนที่มีความปลอดภัย ก็จําเป็นที่จะต้องรู้ถึงวิธีการ ออกจากการลงทุน พอๆ กับวิธีในการเข้าไปลงทุนด้วย” “การเข้าไปซื้อการลงทุนนั้น ก็คล้ายๆ กับการแต่งงานที่ในช่วงเริ่มต้นนั้น ทุกๆ อย่างก็ดูน่าตื่นเต้น สนุกสนาน แต่ถ้าสมมติว่าวันหนึ่งทุกๆ สิ่งมันเริ่มแย่ลง ตอนนั้นความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดมาจากการหย่าร้าง ย่อมจะสูงกว่าความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในตอนแรกเสียอีก นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทําไมจึงต้องคิดถึงการลงทุนในมุมที่มันคล้ายคลึงกับการแต่งงานเข้าไว้ เพราะมันต่างก็เป็นเรื่องที่เข้าง่าย แต่ออกยากด้วยกันทั้งคู่” 8.ภาษีซ้อนนั้น เกิดขึ้นจากการที่บริษัทถูกจัดเก็บภาษีรายได้ไปแล้ว จากนั้นเมื่อบริษัทดังกล่าวได้ทำการประกาศปันผลต่อผู้ถือหุ้นทั้งหลาย ผู้ถือหุ้นเหล่านั้นก็จะถูกเก็บภาษีจากเงินปันผลนั้นอีกที หรือถ้าเป็นอีกแบบหนึ่งคือ บริษัทใดมีโครงสร้างการขายที่ไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดการประกาศเงินปันผลของเงินสดที่ได้รับออกมา ด้วยเหตุนี้ รายได้ก้อนนั้นจะต้องถูกเก็บภาษีทั้งจากระดับบริษัทและระดับบุคคลทั้งคู่เช่นเดียวกัน 9.การเริ่มธุรกิจที่บ้านในช่วงนอกเวลางานนั้น จะเปิดโอกาสให้คุณได้เรียนรู้ทักษะและวิชาต่างๆ ทางธุรกิจ ดังต่อไปนี้ 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะผู้นำ 3. ทักษะในการสร้างทีมงาน 4. กฎหมายภาษี 5. กฎหมายบริษัท 6. กฎหมายหลักทรัพย์ 10.มีคนอยู่มากมายที่เริ่มทำธุรกิจเพียงเพราะอยากได้เงิน ซึ่งการหาเงินนั้นยังไม่ใช่พันธกิจที่แข็งแกร่งเพียงพอ เพราะคนเรานั้นคงไม่สามารถที่จะสร้างไฟอันลุกโชนและแรงปรารถนาอันร้อนแรงจากเงินทองเพียงอย่างเดียวได้ พันธกิจของธุรกิจจึงควรมีเรื่องความต้องการของลูกค้าอยู่ในนั้น ถ้าธุรกิจใดมีพันธกิจที่ได้รวมเรื่องราวดังกล่าวเข้าไปได้อย่างเหมาะสมด้วยแล้ว ธุรกิจนั้นก็จะเริ่มทำเงินได้ 11.ในทุกๆ ระบบของการตลาด และการขายนั้น จะต้องมีส่วนผสมสำคัญทั้งสามส่วนดังต่อไปนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ได้แก่ • ค้นหาความต้องการให้เจอ • สร้างสิ่งที่ตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้า • ตอบคำถามของลูกค้าที่ว่า “แล้วมันให้อะไรกับฉัน” พร้อมด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ การสื่อสารที่เกิดขึ้นนั้น จะต้องเป็นไปในแบบที่สามารถเร่งเร้าปฏิกิริยาตอบรับของลูกค้าได้ 12.มีการสื่อสารอยู่รูปแบบหนึ่ง เป็นการสื่อสารที่คุณไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้และสามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้กับธุรกิจได้รุนแรงเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ การพูดแบบปากต่อปากจากลูกค้าของคุณไปยังลูกค้าเป้าหมาย การตลาดในรูปแบบนี้เปี่ยมไปด้วยพลังอันมหาศาล จนไม่สามารถหาเครื่องมือใดๆ ไปประเมินศักยภาพของมันได้ มันสามารถดลบันดาลให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว และด้วยเหตุผลนี้ ฝ่ายงานในส่วนการบริการลูกค้าของทุกๆ บริษัท จึงถือเป็นผู้ทำหน้าที่สื่อสารที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด 13.กฎการควบคุมทั้งสิบของนักลงทุน...คือการที่นักลงทุนเข้าไปควบคุม 1. ตัวเอง 2. อัตราส่วน รายได้/ค่าใช้จ่าย และทรัพย์สิน/หนี้สิน 3. การบริหารงานของตัวการลงทุน 4. ภาษี 5. จังหวะขาย และจังหวะซื้อ 6. ธุรกรรมที่โบรกเกอร์ทำแทนให้ 7. E-T-C (Entity Timing Charater รูปแบบธุรกิจ จังหวะเวลา รุปแบบรายได้) 8. ขอบเขต และเงื่อนไขของข้อตกลง 9. การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร 10. การตอบแทน การทำบุญ และการแบ่งปันความมั่งคั่ง แก่นของการลงทุนที่ได้จะอยู่ภายใต้กรอบคิดของทีม พันธกิจ ภาวะผู้นำ เสมอโดยมีรายละเอียดอีก 5 ปัจจัยได้แก่ : สินค้า กฎหมาย ระบบ การสื่อสาร กระแสเงินสด พอเรามองในฐานะผู้ประกอบการและนักลงทุนขั้นสูงก็จะมองออกว่าเราไม่สามารถจัดการเรื่องต่างๆได้แค่คนเดียว แต่ต้องอาศัยระบบ ซึ่งจะช่วยให้เราเริ่มต้นได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีก แต่การจะเริ่มต้นนั้นก็ยากเหลือเกินและดูไกลตัวราวกับว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่นี่แหละคือการลงทุนที่เศรษฐีทั่วโลกเป็นกัน และตัว Robert เองก็มองว่าอนาคตคนที่เข้าใจและใช้ประโยชน์จาก Internet จะสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ตั้งแต่อายุยังน้อย หากใครไม่เข้าใจระบบที่พูดถึงในเล่ม ก็จะเสียเปรียบและคิดว่าโลกกีดกันไม่ให้ตนมีฐานะมั่งคั่ง เพราะปัญหาเรื่องภาษีและต้นทุนต่างๆที่สูงเกินจะรับไหว เครดิตภาพ ภาพปก โดย Ravi Roshan จาก pexels.com ภาพที่ 1 2 3 และ 4 โดยผู้เขียน บทความอื่นๆที่น่าสนใจ รีวิวหนังสือ CAPITALIST MANIFESTO พ่อรวยสอนทุนนิยม รีวิวหนังสือ MORE IMPORTANT THAN MONEY รีวิวหนังสือ พ่อรวยสอนลูก สอนลูกให้รวย เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !