รีเซต

ร้อนกว่านี้ยังมีอีก! จับตาปี 70 มีโอกาส 96% โลกทุบสถิติร้อนที่สุด

ร้อนกว่านี้ยังมีอีก!  จับตาปี 70 มีโอกาส 96%  โลกทุบสถิติร้อนที่สุด
TNN ช่อง16
5 พฤศจิกายน 2569 ( 10:30 )

โลกกำลังเผชิญสัญญาณอันตรายจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังผลวิเคราะห์ล่าสุดพบว่า ปี 2569 มีโอกาสสร้างสถิติเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ เทียบเท่าหรืออาจแซงหน้าสถิติเดิมในปี 2567 ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว และอาจผลักดันให้อุณหภูมิโลกในปี 2570 พุ่งสูงขึ้นอีก จนมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะทำลายสถิติความร้อนครั้งใหม่

 

เว็บไซต์ Carbon Brief เผยแพร่บทวิเคราะห์สถานการณ์ภูมิอากาศโลก เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดย ดร.ซีค เฮาส์ฟาเธอร์ (Zeke Hausfather) นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ระบุว่า ปี 2569 มีแนวโน้มสูงมากที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดหรือร้อนเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์การบันทึกข้อมูล


ผลวิเคราะห์จากชุดข้อมูลอุณหภูมิโลก 6 แหล่งสำคัญ รวมถึง NASA, NOAA และ Copernicus พบว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 อุณหภูมิเฉลี่ยโลกสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.45 องศาเซลเซียส นับเป็นช่วง 9 เดือนแรกของปีที่ร้อนเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2567


โดยเฉพาะเดือนสิงหาคม 2569 ที่กลายเป็นเดือนสิงหาคมที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากข้อมูลทั้ง 6 ชุด โดยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าสถิติเดิมประมาณ 0.12 องศาเซลเซียส ขณะที่เดือนกันยายนร้อนเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2566


สิ่งที่น่ากังวลคือ พื้นผิวโลกประมาณ 22% เผชิญอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน โดยเฉพาะบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และคาบสมุทรไอบีเรีย ขณะที่ยุโรปตะวันตกเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์


ประเทศสเปนยังเผชิญเดือนกันยายนที่ร้อนที่สุด โดยอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2534–2563 ถึง 3.4 องศาเซลเซียส และสูงกว่าสถิติเดิมถึง 0.7 องศาเซลเซียส


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ คือการสะสมความร้อนจากก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ปล่อยออกมา ประกอบกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว


โดยข้อมูลเดือนกันยายน 2569 พบว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนบริเวณ Niño 3.4 ซึ่งใช้ติดตามความรุนแรงของเอลนีโญ ได้เพิ่มขึ้นจนทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2558


ขณะที่ผลการคาดการณ์จากแบบจำลองภูมิอากาศ 14 แบบ รวม 656 การพยากรณ์ ประเมินว่าเอลนีโญครั้งนี้อาจทวีความรุนแรงสูงสุดในเดือนธันวาคม 2569 โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณ Niño 3.4 อาจสูงกว่าค่าปกติประมาณ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะสูงกว่าสถิติเดิมมากกว่า 1 องศาเซลเซียส


นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในระยะยาวมีสาเหตุหลักจากก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ปล่อยออกมา ส่วนปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มอุณหภูมิโลกชั่วคราว โดยความร้อนจากมหาสมุทรแปซิฟิกมักส่งผลต่ออุณหภูมิเฉลี่ยโลกหลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน


จากข้อมูลดังกล่าว Carbon Brief คาดการณ์ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกตลอดปี 2569 อาจสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.52 องศาเซลเซียส ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติปี 2567 และมีโอกาส 67% ที่จะทำลายสถิติปีที่ร้อนที่สุด


อย่างไรก็ตาม ผลการจัดอันดับอย่างเป็นทางการอาจแตกต่างกันไปตามชุดข้อมูลที่ใช้ โดยบางหน่วยงานอาจจัดให้ปี 2569 เป็นปีที่ร้อนที่สุด ขณะที่บางหน่วยงานอาจจัดให้อยู่ในอันดับ 2


แต่สิ่งที่น่าจับตามองมากกว่านั้นคือปี 2570 เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะรุนแรงสูงสุดในช่วงปลายปีนี้ อาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า


Carbon Brief ประเมินว่า ปี 2570 อุณหภูมิเฉลี่ยโลกอาจสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.74 องศาเซลเซียส และมีโอกาสสูงถึง 96% ที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยยังมีความไม่แน่นอนจากความรุนแรงและระยะเวลาของเอลนีโญ


นอกจากนี้ ข้อมูลดาวเทียมของ NASA ยังพบว่า โลกกำลังสะสมพลังงานความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยความไม่สมดุลของพลังงานโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จากประมาณ 0.53 วัตต์ต่อตารางเมตรในช่วงทศวรรษแรกของการติดตามข้อมูล เพิ่มเป็นประมาณ 1.25 วัตต์ต่อตารางเมตรในช่วงทศวรรษล่าสุด


ความร้อนส่วนเกินประมาณ 90% ถูกดูดซับไว้ในมหาสมุทร ส่งผลให้มหาสมุทรสะสมความร้อนมากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนว่าระบบภูมิอากาศโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง


ขณะเดียวกัน สถานการณ์น้ำแข็งขั้วโลกยังน่าเป็นห่วง โดยน้ำแข็งทะเลอาร์กติกในเดือนกันยายน 2569 มีพื้นที่ลดลงเหลือประมาณ 4.60 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ในอันดับ 10 ของระดับต่ำที่สุดจากข้อมูลดาวเทียมเกือบ 48 ปี ส่วนพื้นที่น้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกาในช่วงขยายตัวสูงสุดของฤดูหนาวอยู่ที่ประมาณ 17.59 ล้านตารางกิโลเมตร ต่ำเป็นอันดับ 3 ในประวัติการณ์


ผลวิเคราะห์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการทวีความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญอาจยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ในช่วงปี 2569–2570 แม้ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นการคาดการณ์และอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่แนวโน้มระยะยาวยังชี้ชัดว่าโลกกำลังสะสมความร้อนมากขึ้นจากก๊าซเรือนกระจก


หากทั่วโลกยังไม่เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความเสี่ยงจากคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนัก และสภาพอากาศสุดขั้วก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยปี 2570 อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่โลกต้องจับตาสถิติความร้อนครั้งใหม่อย่างใกล้ชิด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง