กลุ่มแบงก์ บล.เคจีไอ คงน้ำหนักลงทุน Overweight ชู KBANK-BBL-KTB-KKP เด่น

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #กลุ่มแบงก์ บล.เคจีไอ คงน้ำหนักลงทุน Overweight ชู KBANK-BBL-KTB-KKP เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย พร้อมคงคำแนะนำ “Overweight” โดยมองว่าการฟื้นตัวของสินเชื่อ ประกอบกับการลดสัดส่วนสินเชื่อผลตอบแทนต่ำในตลาดเงิน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Margin) ในช่วงไตรมาส 2/2569 และต่อเนื่องถึงไตรมาส 3/2569 โดยยังคงเลือก บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK), บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL), บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) และ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) (KKP) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
KGI ระบุว่า สินเชื่อรวมของระบบธนาคาร ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน แต่ยังเพิ่มขึ้น 1% จากต้นไตรมาส (QTD) และ 1.7% จากต้นปี (YTD) โดยการเติบโตในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนหลักจากสินเชื่อภาคธุรกิจ หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูงช่วยกระตุ้นความต้องการสินเชื่อ
ในรายธนาคาร KBANK มีการเติบโตของสินเชื่อโดดเด่นที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 2.2% จากเดือนก่อน และ 4% จากต้นไตรมาส รองลงมาคือ KKP ที่เพิ่มขึ้น 1.5% จากเดือนก่อน และ 2.5% จากต้นไตรมาส ขณะที่สินเชื่อของ KTB และ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCB) ปรับตัวลดลง 1% จากเดือนก่อน
ด้านเงินฝาก พบว่ากลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ BBL และ KTB มีเงินฝากไหลออกประมาณ 2% จากเดือนก่อน ซึ่ง KGI มองว่าเป็นผลจากการเคลื่อนย้ายเงินฝากของลูกค้ารายใหญ่และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องในระบบยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารเลือกปรับลดการปล่อยกู้ในตลาดเงิน ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำ
ข้อมูลระบุว่า สินเชื่อในตลาดเงินของระบบธนาคารลดลง 7% จากเดือนก่อน และลดลง 9% จากต้นปี โดย BBL ลดสินเชื่อประเภทดังกล่าวมากที่สุดที่ 15% จากเดือนก่อน และ 16% จากต้นปี ขณะที่ KBANK, SCB และ บริษัท ทีเอ็มบีธนชาต จำกัด (มหาชน) (TTB) ต่างลดสัดส่วนสินเชื่อประเภทนี้เช่นกัน
KGI มองว่าการลดสัดส่วนสินเชื่อผลตอบแทนต่ำจะช่วยหนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/2569 โดยเฉพาะ BBL และ KTB ซึ่งได้รับประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกินในระบบ
อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนคือฐานเงินทุนของธนาคารที่ยังแข็งแกร่ง โดยหากรวมเงินปันผลที่จ่ายออกไปในไตรมาสนี้กลับเข้ามา จะเห็นว่าฐานทุนของหลายธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนทั้งผลกำไรจากการดำเนินงานและกำไรจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ล้านบาทจากต้นไตรมาส
ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดทุนและการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยหนุนกำไรจากการลงทุนและกำไรจากสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ในไตรมาส 2/2569 โดยเฉพาะ KBANK, KTB, SCB และ BBL
KGI ระบุว่า ภาพรวมสินเชื่อยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวทั้งในมุมมอง QTD และ YTD แม้ว่าสินเชื่อรวมของระบบจะทรงตัวในเดือนพฤษภาคม โดย KBANK ยังคงมีสัญญาณฟื้นตัวที่แข็งแกร่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ขณะที่ BBL มีการเติบโตของสินเชื่อที่โดดเด่นในช่วงก่อนหน้า ส่วนการชำระคืนสินเชื่อของลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ใน SCB และการเบิกจ่ายสินเชื่อภาครัฐที่ชะลอตัวของ KTB เป็นปัจจัยที่กดดันภาพรวมสินเชื่อของระบบในระยะสั้น
สำหรับความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) การตั้งสำรองที่สูงขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมที่อ่อนแอกว่าคาด รวมถึงความเสี่ยงจากผลขาดทุน FVTPL หากภาวะตลาดทุนกลับมาผันผวนในช่วงที่เหลือของปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
