มาเลเซียรุกวิกฤตเมียนมาต่อ ชี้อาเซียนควรเลิกหลักการไม่แทรกแซงซึ่งกันและกัน

มาเลเซียรุกวิกฤตเมียนมาต่อ ชี้อาเซียนควรเลิกหลักการไม่แทรกแซงซึ่งกันและกัน
มติชน
21 ตุลาคม 2564 ( 15:54 )
37
มาเลเซียรุกวิกฤตเมียนมาต่อ ชี้อาเซียนควรเลิกหลักการไม่แทรกแซงซึ่งกันและกัน

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมนี้ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ออกมาเรียกร้องว่า สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ควรทบทวนหลักการว่าด้วยการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกันของชาติสมาชิก ที่ยึดถือมานานหลายทศวรรษ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียมาที่ทรุดตัวลงถึงภาวะวิกฤตแล้ว

 

ทั้งนี้ นาย ไซฟุดดิน อับดุลเลาะห์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ออกมาเรียกร้องดังกล่าว หลังจากที่ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และ ฟิลิปปินส์ ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ บรูไน ชาติสมาชิกที่ทำหน้าที่ประธานอาเซียนในปีนี้ กันผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาออกจากการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศอาเซียนได้สำเร็จ หลังจากไม่มีความคืบหน้าในการปฏิบัติตามมติที่ประชุมอาเซียน 5 ประการในการประชุมเมื่อเดือนเมษายนจากทางเมียนมาก่อนหน้านี้

 

การดำเนินการเสมือนการลงโทษเมียนมาด้วยการไม่เชิญเข้าร่วมประชุมสุดยอดดังกล่าวถือเป็นการแหวกประเพณีดั้งเดิมของอาเซียน ซึ่งยึดถือหลักฉันทามติ มาโดยตลอด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มาเลเซียพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องต่อไปอีก

 

นายไซฟุดดิน กล่าวว่า อาเซียนควรหวนกลับมาทบทวนพิจารณาตัวเองในประเด็นว่าด้วยการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกันอย่างจริงจัง สืบเนื่้องจากสถานการณ์ในเมียนมาที่เสื่อมทรามลงตามลำดับ มีพลเรือนมากกว่า 1,000 คนถูกสังหารในระหว่างการกวาดล้างกลุ่มต่อต้านการรัฐประหารของนายทหารในกองทัพตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เรื่อยมา

 

“ผมได้เตือนต่อที่ประชุม (เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา) ว่า อาเซียน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ กรณีของเมียนมา แม้ว่าจะเป็นเรื่องระดับชาติและเป็นเรื่องในท้องถิ่น แต่ก็ส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาคมากพอๆ กัน ดังนั้นอาเซียนจึงควรตระหนักถึงความกังวลของชาติสมาชิกที่เหลืออีก 9 ชาติอีกด้วย” และเปิดเผยต่อไว้ว่า

 

“พร้อมกันนั้นก็ได้ย้ำไว้ด้วยว่า เราไม่สามารถใช้หลักการว่าด้วยการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกันเป็นเหมือนเกราะกำบังเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ลงมือแก้ไขประเด็นปัญหาต่างๆ อีกด้วย”

 

รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียระบุว่า การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน ส่งผลให้ อาเซียน ไม่สามารถตัดสินใจเพื่อดำเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใดโดยเร็วมามากแล้ว และควรหันไปใช้หันไปใช้นโยบายใหม่อย่าง การพัวพันอย่างสร้างสรรค์ (constructive engagement ) หรือ นโยบายที่ถือปฏิบัติอย่างเท่าเทียมซึ่งกันและกัน (non-indifference) แทน

 

ก่อนหน้านี้ โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา ออกมาตอบโต้การตัดสินใจของอาเซียนว่า เกิดขึ้นเนื่องจากมีการแทรกแซงการดำเนินกิจการของอาเซีย ซึ่งรวมทั้งการกดดันจาก สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง