รู้จัก "โรคแผลกินเนื้อ" อึ้งยุงเป็นพาหะได้ อันตรายถึงชีวิต

รู้จัก "โรคแผลกินเนื้อ" อึ้งยุงเป็นพาหะได้ อันตรายถึงชีวิต
ข่าวสด
24 กุมภาพันธ์ 2564 ( 13:30 )
47
รู้จัก "โรคแผลกินเนื้อ" อึ้งยุงเป็นพาหะได้ อันตรายถึงชีวิต

โรคแผลกินเนื้อ หรือ โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน แพร่ระบาดอย่างหนักในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าโรคดังกล่าวน่าจะแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องเข้าสู่เมืองเมลเบิร์นเร็วๆนี้

 

โรคแผลกินเนื้อมักถูกแพร่กระจายโดยมียุงเป็นพาหะ ที่เปรียบเสมือนเป็นแหล่งกักเก็บของเชื้อโรค นอกจากนี้ยังรวมไปถึงดินและน้ำที่ปนเปื้อนด้วย แผลติดเชื้อจะเริ่มจากขนาดเล็กๆ และค่อยขยายใหญ่ขึ้น Kim Blasdell นักวิจัยจากสถาบัน CSIRO กล่าวว่า "4 ปีที่ผ่านมาประชาชนชาวออสเตรเลียป่วยเป็นโรคแผลกินเนื้อมากขึ้นถึง 4 เท่า มันสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหยุดทำงานและการรักษาไม่ใช่เรื่องง่าย ในบางรายอาจใช้เวลารักษาเป็นปีๆ"

 

 

โรคแผลกินเนื้อ หรือ โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน เกิดจากอะไร?
เกิดจากสาเหตุการเดินเท้าเปล่า ลุยโคลน โดนเปลือกหอย หรือเศษไม้ตำเท้า เศษแก้วบาด โดยเชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางผิวหนังหรือกระแสเลือดผ่านทางแผลที่ถูกบาด แผลถลอก รอยข่วน แมลงกัดต่อย บาดแผลไฟไหม้ การใช้เข็มฉีดยา หรือแผลผ่าตัด หากไม่ได้ดูแลรักษาแผลให้ดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกถึงอาการอักเสบของแผลคล้ายถูกแมลงกัดต่อย จนไปถึงมีอาการเป็นไข้ หรือในบางรายอาจถึงขั้นร้ายแรงถึงต้องตัดอวัยวะทิ้ง

 

 

โรคแผลกินเนื้อ หรือ โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน มีอาการอย่างไร?
ผู้ป่วยจะมีอาการร้อนบริเวณผิวหนัง ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง เกิดการบวมอย่างรวดเร็วจะรู้สึกปวดบาดแผลมากกว่าปกติ โดยอาการปวดไม่สัมพันธ์กับขนาดแผลที่เกิดขึ้น มีอาการปวดแขนและขา ตึงบริเวณกล้ามเนื้อ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีเหงื่อออก อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ หรือท้องเสีย อีกทั้งเกิดภาวะขาดน้ำ โดยมีอาการ เช่น กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย

 

 

หากมีไข้สูง มีอาการปวด และกดเจ็บบริเวณแผล มีผื่นพุพอง และผิวหนังบริเวณที่เกิดโรคจะมีม่วงคล้ำ หรือถุงน้ำอย่างรวดเร็ว จะต้องรีบให้การรักษาทันที เพราะอาจทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นนั่นเอง ตำแหน่งของโรคมักเกิดที่ขา เท้า หากลุกลามมากขึ้นจะเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจติดเชื้อในกระแสเลือด หรือไตวายได้

 

 

วิธีป้องกัน
หากมีแผลตามร่างกาย ควรดูแลบาดแผลให้สะอาดถูกสุขอนามัย และใส่ยาปฏิชีวนะรักษาแผลตามความเหมาะสม เมื่อมีแผลต้องทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดทันที และซับด้วยผ้าสะอาด เลี่ยงการใช้สระน้ำ และอ่างอาบน้ำร่วมกัน ร่วมทั้งต้องล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อหากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

 

ที่มา abc.net.au

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง