รีเซต

แม่ทองสุก มองทองคำเป็นขาขึ้น ลุ้นแตะ 80,000 บาท

แม่ทองสุก มองทองคำเป็นขาขึ้น ลุ้นแตะ 80,000 บาท
TNN ช่อง16
23 กุมภาพันธ์ 2569 ( 17:18 )
13

ราคาทองคำในตลาดโลกและตลาดไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพักตัวสะสมพลังมานานกว่า 3 สัปดาห์ ล่าสุด นายแพทย์ กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ได้ออกมายืนยันว่า ราคาทองคำได้จบการพักฐานและทะลุกรอบ (Breakout) เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว

3 ปัจจัยหลัก หนุนทองคำพุ่งทะยาน นพ.กฤชรัตน์ เผยว่า มี 3 ปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในรอบนี้

  • ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะยังไม่มีการปะทะกันโดยตรง แต่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ในระดับสูง และทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมพร้อมรับมือ

  • สงครามการค้าปะทุอีกครั้ง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ พ่ายแพ้คดีในศาลฎีกาเมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมา ได้มีการตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศทั่วไปจาก 10% เป็น 15% ซึ่งประเด็นสงครามการค้านี้เคยเป็นปัจจัยหลักที่จุดพลุดันราคาทองคำมาแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอ GDP ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ

เป้าหมายต่อไป 5,300 ดอลลาร์ ลุ้นทองไทยแตะ 80,000 บาทหลังจากราคาทองคำแกว่งตัวสะสมพลังในกรอบ 72,000 - 73,000 บาท มาประมาณ 20 วัน ล่าสุดสามารถทะลุขึ้นมายืนเหนือระดับ 75,000 บาท หรือยืนเหนือ 5,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง

  • เป้าหมายระยะสั้น (ภายใน 1 เดือน) คาดว่าจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 5,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และมีเป้าหมายถัดไปที่ 5,390 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาทองคำไทยมีโอกาสกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ระดับ 80,000 บาทต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท ในช่วงเดือนหน้า

  • โอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) นพ.กฤชรัตน์ คาดการณ์ว่าการทำจุดสูงสุดใหม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประมาณปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายน โดยต้องจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งหากเฟดยังไม่ลดดอกเบี้ย แต่เศรษฐกิจโลกมีปัญหา ทองคำก็สามารถทำนิวไฮได้ในไตรมาสที่ 2 และหากช่วงปลายปีเฟดตัดสินใจลดดอกเบี้ย ก็จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปอีก

คำแนะนำและกลยุทธ์การลงทุนนพ.กฤชรัตน์ ได้ให้คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในสภาวะตลาดเช่นนี้ไว้ดังนี้

  • นักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "ย่อซื้อ" หรือเข้าเก็งกำไรเมื่อราคามีการปรับตัวลดลง

  • นักลงทุนระยะกลางและยาว แนะนำให้ทยอยซื้อสะสมไปได้เรื่อยๆ หากพอร์ตการลงทุนยังไม่เต็ม เนื่องจากภาพรวมยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหญ่

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง