UN เตือนหายนะ! โลกเดือดจนอยู่ไม่ได้ 40 ล้านคนเสี่ยงไร้บ้าน

องค์การสหประชาชาติเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนหลายล้านคนในภูมิภาคเอเชียใต้ ทั้งจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น น้ำท่วม และภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น จนอาจบีบให้ประชาชนจำนวนมหาศาลต้องละทิ้งบ้านเกิดและอพยพไปยังพื้นที่อื่น โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM ประเมินว่า ในกรณีเลวร้ายที่สุด อาจมีประชาชนในเอเชียใต้มากถึง 40.5 ล้านคน ต้องย้ายถิ่นฐานภายในปี 2050 หรือ พ.ศ. 2593
เอมี โป๊ป (Amy Pope) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ เปิดเผยระหว่างการเดินทางเยือนกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วภูมิภาคเอเชียใต้ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล อุทกภัย และภัยแล้ง ซึ่งกำลังคุกคามทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรม
เธอยกตัวอย่างภัยพิบัติในประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุภูเขาและธารน้ำแข็งพังถล่ม จนนำไปสู่น้ำท่วมรุนแรงและมีผู้เสียชีวิต โดย IOM ได้ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
IOM ประเมินว่า หากสถานการณ์ดำเนินไปในทิศทางเลวร้ายที่สุด ภายในปี 2050 อาจมีประชาชนในภูมิภาคเอเชียใต้มากถึง 40.5 ล้านคนถูกบังคับให้ต้องย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เอมี โป๊ป อธิบายว่า เมื่อประชาชนไม่สามารถผลิตอาหารหรือเลี้ยงปศุสัตว์ได้อีกต่อไป โอกาสที่จะต้องอพยพย้ายถิ่นฐานก็จะเพิ่มสูงขึ้น และสำหรับประชาชนจำนวนมาก การย้ายออกจากพื้นที่เดิมอาจเป็นวิธีแรกในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการขยายตัวของเมืองในประเทศอินเดีย เนื่องจากประชาชนจำนวนหนึ่งต้องอพยพเข้าสู่เขตเมืองเพื่อหลีกหนีความร้อนที่รุนแรงขึ้น
ความเสี่ยงดังกล่าวถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งมีประชากรจำนวนมหาศาล ขณะที่หลายชุมชนยังมีทรัพยากรจำกัด ทำให้ความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังไม่เพียงพอ
ผู้อำนวยการใหญ่ IOM ยังแสดงความกังวลว่า ประชาคมโลกยังขาดความเร่งด่วนในการรับมือกับความเสี่ยงที่ประชาชนกลุ่มเปราะบางกำลังเผชิญ โดยเฉพาะเงินทุนสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
เธอระบุว่า ภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมแต่ละครั้งอาจสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ขณะที่การลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือและปรับตัวของชุมชนอาจใช้งบประมาณน้อยกว่ามาก
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเสียหายจากภัยพิบัติได้ โดยรัฐบาลสามารถนำข้อมูลพยากรณ์อากาศมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลด้านอาชีพและความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อระบุว่าชุมชนใดกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงที่จะต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน
เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมมาตรการช่วยเหลือได้ตั้งแต่ก่อนเกิดภัยพิบัติ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ประชาชนสูญเสียบ้านเรือนหรือต้องอพยพออกจากพื้นที่เสียก่อน
สำหรับมาตรการปรับตัว อาจรวมถึงการปรับปรุงวิธีทำการเกษตร การฝึกอบรมทักษะอาชีพใหม่ให้กับประชาชน รวมถึงการย้ายชุมชนออกจากพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหรือภัยแล้งซ้ำซาก หากมีความจำเป็น แต่หนึ่งในอุปสรรคสำคัญยังคงเป็นเรื่องเงินทุน เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศประสบปัญหาในการเข้าถึงและดำเนินการตามระบบสนับสนุนเงินทุนสำหรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ เอมี โป๊ป มองว่า อินเดียมีความก้าวหน้าในการลงทุนด้านระบบเตือนภัยล่วงหน้า การรับมือภัยพิบัติ และการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แม้รัฐบาลเพียงประเทศเดียวจะไม่สามารถรับมือกับปัญหาขนาดใหญ่นี้ได้ทั้งหมด
นอกจากการรับมือภัยพิบัติแล้ว การย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศยังอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้ที่มีเส้นทางการย้ายถิ่นฐานเพื่อทำงานในต่างประเทศอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายแรงงานจำเป็นต้องดำเนินการผ่านช่องทางที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ นายหน้าผิดกฎหมาย หรือการหลอกลวงผ่านข้อเสนอการทำงานในต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของ AI อาจส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์เอกสารและรายงานซึ่งมีลักษณะเป็นงานประจำซ้ำ ๆ แต่ยังมีอีกหลายภาคส่วนที่จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานมนุษย์
เอมี โป๊ป ระบุว่า หากอินเดียสามารถนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง ก็จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของแรงงานอินเดียในระดับนานาชาติ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
