รีเซต

CNN แฉเครือข่ายฐานลับอิสราเอล ล้อมอิหร่านรอบทิศ เบื้องหลังดีลแลกผลประโยชน์?

CNN แฉเครือข่ายฐานลับอิสราเอล  ล้อมอิหร่านรอบทิศ เบื้องหลังดีลแลกผลประโยชน์?
TNN ช่อง16
7 มิถุนายน 2569 ( 17:12 )
15

สำนักข่าว CNN รายงานอ้างแหล่งข่าว 4 รายที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการว่า อิสราเอลได้ส่งกำลังทหารหน่วยรบพิเศษและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเข้าไปประจำการอย่างลับๆ ในอาเซอร์ไบจานระหว่างสงครามกับอิหร่าน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายฐานปฏิบัติการลับที่กระจายอยู่ทั่วตะวันออกกลาง เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหารและข่าวกรองที่เกี่ยวกับอิหร่าน


แหล่งข่าวระบุว่า กำลังพลอิสราเอลประจำอยู่ในหลายพื้นที่ทางตอนใต้องอาเซอร์ไบจาน ซึ่งอยู่ติดชายแดนอิหร่าน โดยบางจุดอยู่ห่างจาก “เมืองทาบริซ” ของอิหร่าน เกือบๆ 100 กิโลเมตร ซึ่งเมืองทาบริซนี้เองก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิสราเอลในช่วงสงครามเกือบ 4 เดือนที่ผ่านมา 


นอกจากเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแล้ว ยังมีการส่งหน่วยคอมมานโดพิเศษเข้าไปปฏิบัติภารกิจรวบรวมข่าวกรองและติดตามความเคลื่อนไหวในภาคเหนือของอิหร่านอย่างใกล้ชิดอีกด้วย 


รายงานระบุว่า ปฏิบัติการในอาเซอร์ไบจานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายฐานทัพลับที่อิสราเอลจัดตั้งขึ้นในหลายประเทศทั่วภูมิภาค รวมถึงอิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และโซมาลีแลนด์ ซึ่งเดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับภารกิจช่วยเหลือฉุกเฉินหรือกู้ภัยนักบิน แต่ต่อมาถูกขยายบทบาทเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารและข่าวกรอง 

นี่เป็นครั้งแรกที่ CNN ได้รับรายงานเรื่องนี้ ซึ่งแหล่งข่าวยังระบุอีกว่า การวางกำลังดังกล่าวทำให้อิสราเอลสามารถประจำกำลังอยู่รอบอิหร่านทั้งด้านเหนือ ตะวันตก และใต้ ช่วยขยายรัศมีปฏิบัติการให้ลึกเข้าไปในดินแดนอิหร่านหลายร้อยกิโลเมตร และสนับสนุนการโจมตีต่อเนื่องต่อเป้าหมายต่างๆ ภายในประเทศ 

สำหรับปฏิบัติการในอาเซอร์ไบจาน มีทหารเข้าร่วมหลายสิบคน รวมถึงกำลังจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หน่วยรบ และกู้ภัยทางอากาศชั้นแนวหน้า และเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองมอสสาด

อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อรายงานนี้ โดยระบุว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่มีมูลเกี่ยวกับการใช้ดินแดนอาเซอร์ไบจานเป็นฐานปฏิบัติการต่อประเทศที่สาม ขณะที่อิสราเอลรวมถึงกองกำลัง IDF ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ อย่างเป็นทางการจากรายงานนี้ 

ฐานลับในโซมาลีแลนด์ อิรัก และ UAE 

นอกจากอาเซอร์ไบจานแล้ว CNN ยังระบุว่า “โซมาลีแลนด์” ดินแดนกึ่งปกครองตนเองบริเวณแอฟริกาะวันออก ได้กลายมาเป็นอีกจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอิสราเอล โดยใช้เป็นจุดพักเครื่องบินในภารกิจบินระยะไกลสู่เป้าหมายในอิหร่าน 

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลเป็นประเทศแรกที่ให้การรับรองโซมาลีแลนด์อย่างเป็นทางการ ขณะที่ UAE มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทหารอย่างมากในเมืองท่าเบอร์เบรา 

รายงานยังระบุอีกว่า อิสราเอลมีฐานปฏิบัติการลับอย่างน้อย 2 แห่งในอิรักในช่วงหนึ่งของสงคราม โดยใช้เป็นจุดสนับสนุนด้านโลจิสติกส์และภารกิจกู้ภัยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ส่วนใน UAE มีรายงานว่า อิสราเอลได้ส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ อย่าง Iron Dome พร้อมกำลังพลเข้าไปประจำการอย่างลับๆ ระหว่างสงครามกับอิหร่าน 

ความสัมพันธ์อิสราเอล-อาเซอร์ไบจาน แนบแน่นมานาน


ทั้งนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า อิสราเอลมองอาเซอร์ไบจานเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์สำคัญในการรับมือกับอิหร่านมาเป็นเวลานาน และได้เริ่มเตรียมการในปฏิบัติการบริเวณชายแดนอาเซอร์ไบจาน-อิหร่าน ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ก่อนสงครามเปิดฉาก 


ในช่วงกลางเดือนมกราคม อิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการลับติดตั้งอุปกรณ์ดักฟังและระบบข่าวกรองตามแนวชายแดนเพื่อใช้ติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของอิหร่าน รวมถึงระบบเตือนภัยล่วงหน้าหากมีการยิงขีปนาวุธ


เดิมทีอิสราเอลวางแผนดำเนินการภายใต้ฉากบังหน้าของการโจมตีครั้งแรกในสงคราม แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งยกเลิกแผนดังกล่าวในนาทีสุดท้าย หลังได้รับคำยืนยันจากอิหร่านว่าจะยุติการปราบปรามผู้ประท้วง 


อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการข่าวกรองต่อไป โดยใช้ทั้งเครื่องบินล่องหน และหน่วยรบพิเศษในการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว เนื่องจากผู้นำอิสราเอลเชื่อว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ 


ไม่ถึงสองสัปดาห์ต่อมา ปรากฏว่า กิดีออน ซาอาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลได้เดินทางเยือนกรุงบากู ของอาเซอร์ไบจาน เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอาเซอร์ไบจาน ขณะที่ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2025 อาเซอร์ไบจานยังเป็นเจ้าภาพในการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับซีเรียอย่างลับๆ ด้วย 


จุดชนวนความตึงเครียดใหม่?


หนึ่งในปฏิบัติการสำคัญที่มีรายงานว่าเชื่อมโยงกับฐานในอาเซอร์ไบจาน คือการสังหาร “ราห์มาน โมกัดดัม” ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งอิสราเอลเคยกล่าวหาว่า โมกัดดัมมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อปี 2024


วันถัดมา เกิดเหตุโดรนโจมตีสนามบินในเขตปกครองนัคชีวานของอาเซอร์ไบจาน ส่งผลให้อาคารผู้โดยสารได้รับความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บหลายราย โดยประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน กล่าวหาว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา 


ต่อมา หน่วยงานความมั่นคงของอาเซอร์ไบจานประกาศว่า พบแผนการของ IRGC ที่มุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงเป้าหมายของอิสราเอลและชาวยิวภายในประเทศ ซึ่งอิสราเอลยอมรับในเวลาต่อมาว่าเป็นปฏิบัติการร่วมระหว่างมอสสาด กองทัพอิสราเอล และหน่วยข่าวกรองภายใน Shin Bet 

‘อาเซอร์ไบจาน’ พันธมิตรน้ำมัน อาวุธ และการเมือง


อาเซอร์ไบจานถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญให้กับอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลเป็นผู้จัดหาอาวุธทันสมัยจำนวนมากให้กับอาเซอร์ไบจาน รวมถึงยุทโธปกรณ์ที่ถูกนำไปใช้ในสงครามกอร์โน-คาราบัคกับอาร์เมเนียในปี 2016 และ 2020 


นอกจากนี้  อาเซอร์ไบจานยังเป็นประเทศแรกในต่างประเทศที่จัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome ของอิสราเอลในปี 2016 นักวิเคราะห์มองว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่เพียงอยู่ในมิติด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อาเซอร์ไบจานสามารถเข้าถึงเครือข่ายอิทธิพลทางการเมืองของอิสราเอลในกรุงวอชิงตันได้อีกด้วย 


อย่างไรก็ตาม หากรายงานของ CNN ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ถูกต้อง นี่จะถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนว่า สงครามอิสราเอล-อิหร่านไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการโจมตีทางอากาศระหว่างสองประเทศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฐานปฏิบัติการลับที่กระจายอยู่ทั่วตะวันออกกลางและแอฟริกาตะวันออก ซึ่งช่วยให้อิสราเอลสามารถขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติการลึกเข้าไปในดินแดนอิหร่าน และดึงประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านเข้าสู่สมการความมั่นคงระดับภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง