แก่นหลักของเรื่อง แนวคิดสำคัญของเรื่องสะท้อนผ่านลักษณะนิสัยและการกระทำของตัวละครแต่ละตัวในเรื่องโดยพยายามสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างทางชนชั้นความแตกต่างในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่คนบางกลุ่มก็อยู่เพียงเพื่อต้องการพื้นที่ในการดำรงชีวิตเพื่อประทังชีวิตให้อยู่รอดเท่านั้น บางกลุ่มก็ดำเนินชีวิตอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ขัดสนมีผู้มีอิทธิลคอยอุปถัมภ์ อีกกลุ่มหนึ่งก็อยู่เพื่อต้องการผลประโยชน์ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์ บางกลุ่มก็ใช้อำนาจหน้าที่ในการเบียดเบียนผู้อื่น ในขณะที่อีกบางกลุ่มก็เที่ยววางอำนาจบาตรใหญ่คอยรุกราน กดขี่ ข่มเหงผู้อื่น สุดท้ายแล้วเมื่อผู้ถูกกดขี่ข่มเหงไม่ยอมอ่อนข้อให้โดนรังแกอยู่ร่ำไปก็ตอบโต้เอาคืนอย่างแสนสาหัส นำไปสู่โศกนาฏกรรมในที่สุดแก่นรองของเรื่อง นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างและโครงสร้างทางสังคมแล้วนวนิยายเรื่อง “คนหาปลา” ยังสะท้อนให้เห็นถึงสงครามการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติของผู้คนด้วย โดยในเรื่องคือการแย่งชิงปลาในเขตวังน้ำเขียวและแย่งชิงที่อยู่อาศัยดังเช่นที่ หมอลำ มักถูกขับไล่ให้ออกไปจากวังน้ำเขียวอยู่เป็นประจำ และในเรื่องนี้ยังสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนของกลุ่มชุมชนข้ามชาติพันธุ์ซึ่งความสัมพันธ์นี้จะเป็นไปเช่นไรจะเกื้อกูลแบ่งปันกันอยู่ร่วมกันอย่างสันติหรือขัดแย้งรุนแรงก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญมิใช่ชาติพันธุ์คุณค่าและการประยุกต์ใช้ คุณค่าของนวนิยายเรื่อง “คนหาปลา” นอกจากได้สะท้อนแง่คิดสำคัญในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะแง่คิดด้านสังคมแล้ว ยังให้คุณค่าด้านเนื้อหาสาระโดยในเรื่องสะท้อนความคิดความเป็นอยู่ของตัวละครแต่ละกลุ่มได้อย่างชัดเจนภายใต้ฉากและบรรยากาศที่ดูเรียบง่ายไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนักแต่ในทางกลับกันผู้เขียนได้ซ่อนนัยะสำคัญไว้อย่างแยบยลโดยมีการใช้กลวิธีทางภาษาที่เป็นภาษาระดับกึ่งทางการและระดับกันเองทำให้ผู้อ่านเข้าถึง ตัวละครแต่ละตัวได้มากขึ้น ใช้เหตุการณ์เพียงไม่กี่ฉากไม่กี่เหตุการณ์แต่สามารถสร้างเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจและให้คุณค่าแก่ผู้อ่านอย่างมากคือมีคุณค่าทั้งทางด้านเนื้อหาสาระที่สะท้อนสังคมและมีคุณค่าด้านการใช้กลวิธีในการประพันธ์ จึงนับว่าเป็นนวนิยายเรื่องหนึ่งที่สมควรและควรค่าต่อการติดตามอย่างมาก จากปมขัดแย้งของเรื่องคือ การกดขี่ข่มเหง ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาในภายหลังนั้น สามารถนำข้อคิดจากปมขัดแย้งนี้ไปประยุกต์ใช้กับตนเองได้ว่า เราไม่ควรที่จะรังแกหรือกดขี่ข่มเหงใคร ถึงแม้เขาจะไม่ตอบโต้กลับก็ใช่ว่าเขาจะอดทนต่อการกดขี่เช่นนั้นได้เสมอไป เมื่อถึงวันใดวันหนึ่งที่ความอดทนของผู้ที่ถูกรังแกหมดไปเขาอาจระเบิดความแค้นใจที่เก็บเล็กเก็บน้อยไว้อย่างยาวนานนั้นออกมาจนกระทั่งนำไปสู่จุดจบที่ไม่งดงามได้ ฉะนั้นแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกันในสังคมจึงเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แบ่งปันกัน และมีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน แสดงออกแต่สิ่งที่ดีต่อกันทั้งการกระทำและคำพูด หากสามารถทำได้ดังนี้ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่แร้นแค้นสักเพียงใดก็จะร่ำรวยไปด้วยน้ำใจส่งผลให้ทุกคนในสังคมในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เรื่อง ผู้เขียนขอบคุณภาพจาก ภาพหน้าปก ผู้เขียน, ภาพประกอบที่ 1 Image by wirestock on Freepik">wirestock บน freepik, ภาพประกอบที่ 2 Image by stockgiu on Freepik">stockgiu บน freepik, ภาพประกอบที่ 3 Image by chevanon on Freepik">chevanon บน freepik, ภาพประกอบที่ 4 Image by wirestock on Freepik">wirestock บน freepik เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !