ลอยกระทงปีนี้ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน ใกล้เข้ามาแล้ว ถ้าอยากทำกระทงเองสักใบแต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากไหน บทความนี้รวบรวมมาให้ครบ ตั้งแต่เลือกใบ เตรียมอุปกรณ์ ไปจนถึงขั้นตอนประกอบ ทั้งหมดเป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ตามบ้านหรือตลาดใกล้บ้าน และย่อยสลายได้เองในน้ำ ไม่ทิ้งขยะค้างไว้นาน เลือกใบอะไรดี — เปรียบวัสดุ 3 ชนิดก่อนลงมือ วัสดุหลักของกระทงธรรมชาติมีอยู่สามตัวเลือกที่ใช้กันบ่อย แต่ละชนิดมีข้อดีต่างกัน ใบตองกล้วย คือตัวเลือกที่แนะนำสำหรับมือใหม่มากที่สุด ใบค่อนข้างอ่อนและพับง่าย ไม่ต้องลวกน้ำร้อนก็งอได้ ความทนต่อน้ำอยู่ในระดับดี กระทงลอยได้นาน 2–4 ชั่วโมงก่อนที่ขอบจะเริ่มอ่อนตัว ย่อยสลายในน้ำภายใน 1–2 สัปดาห์ หาได้จากตลาดสดทั่วไปในราคาถูก หรือตัดสดจากต้นกล้วยหากมีในบ้าน ใบขนุน แข็งแรงกว่าใบตองเล็กน้อย ผิวเงาทนน้ำได้ดี แต่ความยืดหยุ่นน้อยกว่า การพับต้องค่อยๆ ทำไม่ให้ขาด เหมาะกับกระทงทรงตื้นหรือใช้เป็นชั้นล่างสุดเพื่อเพิ่มความหนา หาได้ยากกว่าในเมือง แต่ถ้ามีต้นขนุนในบ้านก็ใช้ได้เลย ย่อยสลายช้ากว่าใบตองเล็กน้อย ประมาณ 2–3 สัปดาห์ กาบกล้วย คือส่วนโคนลำต้นกล้วยที่หุ้มอยู่ด้านนอก หนาและแน่น เหมาะทำเป็นฐานกระทงเพื่อให้ลอยน้ำได้นิ่ง ไม่เหมาะพับเป็นกลีบเพราะแข็งและหักง่าย แต่ถ้าต้องการฐานทรงกลมแน่นๆ ใช้กาบกล้วยหนาเสริมด้านล่างได้ ย่อยสลายช้าที่สุดในสามตัวเลือก แต่ก็ยังเร็วกว่าโฟมมาก เนื่องจากโฟมใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลาย และมักแตกเป็นชิ้นเล็กตกค้างในน้ำนาน คำแนะนำสำหรับมือใหม่: เริ่มจากใบตองกล้วยอย่างเดียวก่อน ง่ายที่สุดทั้งในแง่การพับและการหา อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม — ของในบ้านก็พอ ใบตอง 10–15 ใบขนาดฝ่ามือ (ตัดสดหรือซื้อจากตลาด) ไม้จิ้มฟัน หรือไม้ไผ่เหลาบางๆ ประมาณ 15–20 อัน ใช้เย็บยึดใบ กรรไกร สำหรับตัดใบให้ได้รูปทรง ดอกไม้สด ดาวเรืองเหลืองหรือกุหลาบแดง 5–7 ดอก — ซื้อได้จากตลาดดอกไม้ ราคาพวง 10–20 บาท เทียนขี้ผึ้ง 3 เล่มขนาดเล็ก ธูป 3 ดอก กรรไกรกับไม้จิ้มฟันหยิบได้จากในบ้าน ส่วนใบตองและดอกไม้ซื้อเพิ่มที่ตลาดสด ค่าใช้จ่ายรวมไม่เกิน 50–80 บาท ขั้นตอนทำกระทงใบตอง — ทีละสเต็ปไม่ยาก ขั้นที่ 1 — ล้างและเช็ดใบ: เช็ดใบตองด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ แล้วเช็ดให้แห้ง ใบที่สะอาดและแห้งจะพับได้เรียบกว่า ไม่ลื่นมือ ขั้นที่ 2 — ทำฐาน: ตัดใบตองเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20–25 ซม. จำนวน 3 ชั้น วางซ้อนกันให้ตรงกัน ใช้ไม้จิ้มฟัน 4 อันปักลงตรงกลางแบบกากบาทเพื่อยึดชั้นล่างไว้ก่อน ขั้นที่ 3 — พับกลีบขอบ: ตัดใบตองเป็นแถบกว้าง 4–5 ซม. ยาว 15–20 ซม. จำนวน 8–12 ชิ้น พับแต่ละชิ้นให้โค้งเป็นรูปกลีบ แล้วปักไม้จิ้มฟันตรึงไว้กับฐาน เรียงรอบวงให้สม่ำเสมอ เคล็ดลับ: ปักไม้จิ้มฟันเฉียงเข้าหาใจกลางเล็กน้อย กลีบจะแน่นไม่หลุดง่าย ขั้นที่ 4 — พับกลีบชั้นสอง: ทำกลีบชุดที่สองขนาดเล็กลงเล็กน้อย ปักเหนือกลีบชุดแรกสลับฟันปลา ทำให้กระทงดูเต็มและสูงขึ้น ขั้นที่ 5 — ปักดอกไม้: ตัดดอกดาวเรืองให้เหลือก้านสั้น 2–3 ซม. ปักลงตรงกลางและรอบๆ ตามที่ต้องการ ปักใบตองขนาดเล็กแทรกระหว่างดอกเพื่อให้ดูเต็ม ขั้นที่ 6 — เสียบเทียนและธูป: ปักเทียน 3 เล่มและธูป 3 ดอกตรงกลางกระทง ให้ตั้งตรงไม่เอียง พร้อมลอย เคล็ดลับให้กระทงแน่น ไม่แตก ลอยได้นาน ซ้อนใบหลายชั้น: ฐานบางเกินไปทำให้กระทงจมเร็ว ควรซ้อนใบตองอย่างน้อย 3 ชั้นที่ฐาน ถ้าต้องการแน่นพิเศษให้รองด้วยกาบกล้วยหนาก่อนวางชั้นใบตอง ทิศทางพับสำคัญมาก: พับขอบกลีบให้โค้งขึ้นเสมอ ไม่ให้ราบแนบฐาน น้ำจะได้ไม่ขังในกระทงและทำให้จมก่อนเวลา ถ้าเห็นว่ากลีบไหนแบนหรือห้อยลง ให้ปักไม้จิ้มฟันดึงขึ้นเพิ่ม ตำแหน่งไม้จิ้มฟัน: หลีกเลี่ยงการปักไม้จิ้มฟันในแนวตั้งฉากกับขอบใบ เพราะจะฉีกขาดง่าย ให้ปักเฉียง 30–45 องศา รับแรงได้ดีกว่าและกลีบอยู่ทนนาน ทดสอบก่อนวันงาน: ลองวางกระทงในกะละมังน้ำตื้นๆ ดูว่าลอยตรงหรือเอียง ถ้าเอียงให้เพิ่มดอกไม้หรือกลีบฝั่งตรงข้ามเพื่อถ่วงน้ำหนักก่อนนำไปใช้จริง วัสดุธรรมชาติหาได้ง่าย ทำได้วันเดียวก็พร้อมลอยวันงาน ลองฝึกทำสักใบก่อนถึงวันที่ 25 พ.ย. จะได้มือคล่องและปรับแบบได้ตามใจ ลองทำแล้วบอกด้วยว่าใช้ใบอะไร — หรือเซฟบทความนี้ไว้กันลืมได้เลย รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. แท็ก: #ทำกระทง #ลอยกระทง #กระทงใบตอง #กระทงธรรมชาติ #วันลอยกระทง #DIY #มือใหม่ #วัสดุย่อยสลาย เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !