รีเซต

HMPRO ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 1,321 ล้านบาท โต 1.37% กำลังซื้อชะลอ-น้ำท่วมกระทบสาขา

HMPRO ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 1,321 ล้านบาท โต 1.37% กำลังซื้อชะลอ-น้ำท่วมกระทบสาขา
ทันหุ้น
27 ตุลาคม 2569 ( 09:33 )
11

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #HMPRO ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 1,321 ล้านบาท โต 1.37% กำลังซื้อชะลอ-น้ำท่วมกระทบสาขา

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 1,321.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.87 ล้านบาท หรือ 1.37% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัวและฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้บางสาขาต้องปิดให้บริการชั่วคราวและกระทบต่อการเดินทางของลูกค้า

บริษัทมีรายได้รวม 16,772.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.78 ล้านบาท หรือ 0.34% จากปีก่อน โดยรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งประกอบด้วยการขายสินค้าและบริการ Chang HomePro อยู่ที่ 15,726 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.66% จากการรับรู้รายได้ของสาขาที่เปิดดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 และการเติบโตของบริการ Chang HomePro อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อที่อ่อนตัวตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงปัจจัยฤดูกาลและน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กดดันการเข้ามาใช้บริการที่สาขา

ด้านกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 3.15% เป็น 4,315.55 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 27.44% จาก 26.78% ในปีก่อน สะท้อนการบริหารสัดส่วนสินค้า (Product Mix) ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงและสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท (Private Brand) รวมถึงการบริหารราคาขายและต้นทุนสินค้า

ค่าใช้จ่ายในการขาย จัดจำหน่าย และบริหารอยู่ที่ 3,340.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.46% จากปีก่อน ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อยอดขายเพิ่มเป็น 21.24% จาก 21.08% โดยมีค่าเสื่อมราคา ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ค่าสาธารณูปโภค และค่าซ่อมแซมเป็นรายการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายพนักงานและการตลาดลดลง

ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 7.44% เหลือ 168.40 ล้านบาท หลังหุ้นกู้อัตราดอกเบี้ยสูงครบกำหนดและมีการออกหุ้นกู้ทดแทนด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า รวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นที่ลดลง

สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2569 HMPRO มีกำไรสุทธิ 4,319.58 ล้านบาท ลดลง 2.04% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 51,976.46 ล้านบาท ลดลง 1.61% และรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าลดลง 1.76% บริษัทระบุว่าปัจจัยสำคัญมาจากฐานรายได้สูงในไตรมาส 1/2568 ซึ่งมีมาตรการ Easy E-Receipt ขณะที่ไตรมาส 1/2569 ไม่มีมาตรการกระตุ้นในลักษณะเดียวกัน รวมถึงฝนตกหนักและน้ำท่วมในไตรมาส 3

อย่างไรก็ตาม บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Omni-channel เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ บริการส่งด่วนและส่งวันถัดไป ตลอดจนขยายช่องทาง Marketplace และร่วมมือกับพันธมิตร Quick Commerce โดยระบุว่ายอดขายออนไลน์ยังเติบโตต่อเนื่อง

ด้านการขยายธุรกิจ ในไตรมาส 3 บริษัทปรับรูปแบบสาขาเมกาโฮม มีนบุรี เป็นไฮบริดสโตร์ (Hybrid Store) ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสมีสาขาภายใต้การบริหารรวม 134 สาขา ประกอบด้วย โฮมโปร 87 สาขา โฮมโปรเอส 4 สาขา เมกาโฮม 20 สาขา ไฮบริดสโตร์ 16 สาขา และโฮมโปรในมาเลเซีย 7 สาขา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง