คุณเคยได้ยินคำนี้ไหม Infopreneurสำหรับผมรู้จักคำนี้ครั้งแรกเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว โดย Infopreneur เกิดจากความเชื่อที่ว่า เราทุกคนล้วนมีเรื่องราวของชีวิตและคำบอกเล่าที่เราสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ สามารถดำเนินธุรกิจให้ดีขึ้นได้ ซื่งเรื่องเล่าและเรื่องราวของเราก็คือทักษะและประสบการณ์ที่เรามีอยู่ สามารถที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่นจึงกลายมาเป็นคำว่า (Information) ซึ่งเราสามารถนำสิ่งที่เรารู้มาสร้างเป็นธุรกิจ (Entrepreneur) เมื่อเรานำสิ่งที่เรารู้มาสร้างเป็นธุรกิจ จึงเรียกว่า อุตสาหกรรมผู้เชี่ยวชาญ (Infopreneur) นั่นเอง ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะมาเปิดเผยหลักคิดและหลักการทำงานของ Infopreneurหนังสือ ผู้ส่งสารอันมั่งคั่ง (The Millionaire Messenger) เขียนโดย เบรนดอน เบอร์ชาร์ด ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันแห่งผู้เชี่ยวชาญและน่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมผู้เชี่ยวชาญ จริงๆ หนังสือเกี่ยวกับ Infopreneur นั้น ผมมีอยู่ 2 เล่มที่น่าสนใจ หนึ่งคือเล่มนี้ สองคือ The Four Hour Work Week ของ ทิม เฟอร์ริส ผมว่าหนังสือ 2 เล่มเป็นหนังสือเปิดโลกของ Infopreneur ทำให้อุตสาหกรรมผู้เชี่ยวชาญในบ้านเราเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราจะเห็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่ทั้งเขียนหนังสือขาย ทำคอร์สการศึกษา ออกมากันให้เต็มไปหมด (ลงเรียนกันไม่ถูกเลย)กลับมาที่เนื้อหาหนังสือเล่มนี้ ก็คือ การปลูกฝังแนวคิดที่ว่าเราทุกคนสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญได้นะ ไม่ว่าเราจะรู้มาก รู้น้อยขอให้แค่รู้มากกว่าใครสักคนก็พอแล้ว หนังสือจึงเน้นเนื้อหาในการสร้างความเชื่อในอุตสาหกรรมดังกล่าว เพราะต้องบอกว่า ในช่วงที่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ออกมา ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และถูกท้าทายจากสังคมว่ามันจะสามารถทำได้จริงหรอในส่วนสิ่งที่ผมชอบ คือ การบอกแนวคิดถึงการเป็นผู้เชี่ยวชาญให้เราได้อินไปกันมันมากเลยครับ คือ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อแต่อย่างใด แต่มันช่วยให้เรามองย้อนกลับมาตัวเองก่อนว่า เรามีทักษะหรือประสบการณ์อะไรซึ่งเป็นสิ่งที่เรามีอยู่จริง แล้วนำสิ่งที่เรามีนั้นมาช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกับโอกาสในการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่นี้นั่นเองสำหรับหนังสือ ผู้ส่งสารอันมั่งคั่ง (The Millionaire Messenger) น่าจะเหมาะกับใครที่กำลังถามหาคุณค่าในตัวเอง เพราะมันสามารถใช้เป็นเช็คลิสได้เลยว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เด็ก คุณเคยเรียนรู้อะไรมาบ้าง ไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ จะมากหรือจะน้อย ก็ไม่สำคัญเพราะสิ่งเหล่านี้ คือความรู้ทั้งสิ้น หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่ได้ให้วิธีการหาเงินที่ชัดเจน แต่สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ให้ก็คือ ไม้ขีดไฟแห่งความหวัง ที่มาจุดไฟใส่ตะเกียงที่มีน้ำมันอยู่แล้วในตัวเรา เพียงแต่เราไม่เคยรู้ (ไม่เห็น) ที่สำคัญตะเกียงไฟของเราเมื่อจุดติดแล้วก็ยังสามารถส่องไฟนำทางให้คนอื่นได้ด้วย ผมว่ามันสุดยอดเลยตามไปอ่านรีวิวหนังสือเล่มอื่นๆ ได้ที่ > > iYom BookViews เครดิตรูปทั้งหมดรูปที 1 (รูปภาพโดยผู้เขียน)รูปที่ 2 (รูปภาพโดยผู้เขียน)รูปที่ 3 (Photo by mentatdgt from Pexels)รูปที่ 4 (รูปภาพโดยผู้เขียน)