รีเซต

NERรับอานิสงส์ส่งออกโต เข้มบริหารความเสี่ยงค่าเงิน

NERรับอานิสงส์ส่งออกโต เข้มบริหารความเสี่ยงค่าเงิน
ทันหุ้น
26 สิงหาคม 2568 ( 08:15 )
34

#NER #ส่งออก #ทันหุ้น - ส่งออกไทยเดือน ก.ค. 2568  โต 11% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรโตเด่น หนุน NER ตุนออเดอร์ยางพาราถึง ม.ค. 2569 ประเมินยอดขายปีนี้ 4.7–5 แสนตัน ตันรายได้ 3.25 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายโรงงาน STR3 ที่บุรีรัมย์เพิ่มกำลังการผลิตรองรับตลาดอินเดีย และศึกษาต่อยอดธุรกิจ-พันธมิตร M&A ระยะยาว  ลั่นไม่กังวลความผันผวนค่าเงินจากการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือน ก.ค. 2568 มีมูลค่า 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 แบ่งเป็นการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 10.9  % ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว  14.0 % โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง

ด้านตลาดส่งออกสำคัญยังคงขยายตัวสูงต่อเนื่อง ทั้งในตลาดหลัก อาทิ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และอาเซียนขยายตัวราว 15.3% และตลาดรอง อาทิ เอเชียใต้ รัสเซีย สหราชอาณาจักร และ CLMV ขยายตัว 15.3% โดยมีปัจจัยหนุนต่อเนื่องจากการเร่งส่งออกก่อนมาตราการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้เต็มที่ 

@NER ตุนออเดอร์ข้ามปี

 นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า บริษัทประมาณการยอดขายยางพาราทั้งปี 2568 ที่ราว 4.7 – 5 แสนตัน หนุนรายได้ทั้งปี 2568 ที่ 3.25 หมื่นล้านบาท สะท้อนจากปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าถึงเดือนมกราคม 2569 แล้ว

ทั้งนี้บริษัทประมาณการราคายางในประเทศที่เฉลี่ยทั้งปี 2568 ราว 65 บาทต่อกิโลกรัม และยังคงมีแนวโน้มทรงตัวสูงต่อเนื่องทั้งปี 2569 หนุนจากกำลังการผลิตยางพารา (Supply) จากประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลกปรับลดลงราว 10-20% ของกำลังการผลิตรวมในประเทศ

โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วยยอดขายหลักประกอบด้วย1.ยอดขายส่งออกไปยังประเทศจีนราว 30% ของยอดขายรวม,  2.ยอดขายให้กับผู่ประกอบการจีนในไทยราว 35% ของยอดขายรวม,  3.ยอดขายส่งออกไปไปยังประเทศอินเดียราว 15% ของยอดขายรวม, และ 4.ยอดขายส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซียรวมถึงประเทศอื่นในภูมิภาคเอเซียราว 20% ของยอดขายรวม

@เดินหน้าโรงงานยางแท่งเฟส 3

"บริษัทมีออเดอร์ยางในมือทะลุไปถึงเดือน 1 ของปีหน้าแล้ว ดังนั้นแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะมีราคายางจะอ่อนตัวลงมา ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้จึงปรับราคาเฉลี่ยยางพาราทั้งปีลงมาเล็กน้อย มาร์จิ้นก็อาจบางลง แต่เนื่องจากบริษัทรับออเดอร์ไว้ก่อนแล้ว จึงค่อนข้างมั่นใจว่าบริษัทฯ ยังมีความสามารถขายของให้ได้ตามเป้าปีนี้ ถ้าจะมีเซอร์ไพรส์ก็ปรับลงนิดหน่อย"

 ส่วนความคืบหน้าโครงการขยายกำลังการผลิตโรงงานยางแท่งเฟส 3 (STR3) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ขนาดกำลังการผลิต 320,000 ตัน บริษัทยังคงดำเนินงานตามแผนเพื่อขยายกำลังการผลิตรวม ณ สิ้นปี 2571 ที่ 8.8 หมื่นตัน จากกำลังการผลิต ณ สิ้นปี 2569 ที่ราว 5.7 หมื่นตันต่อปี เพื่อรองรับการขยายฐานการตลาดเข้าสู่ประเทศที่มีศักยภาพการเติบโต อาทิ อินเดีย ซึ่งมีอัตราประชากรใกล้เคียงประเทศจีน มีความต้องการใช้ยางพาราในปริมาณที่เพิ่มขั้นทุกปี

“การขยายฐานการผลิตจะขึ้นเป็นเฟส เฟสให้สอดคล้องกับความสามารถในการขยายฐานการตลาดดังนั้นในระยะ 3 ปีข้างหน้าก็จะไม่มีแผนการลงทุนใหญ่เพิ่มเติม  และจะพิจารณาอีกครั้งในปี 2570 ว่า ณ สถานการณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไร”

 พร้อมกันนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาวิจัย – พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยาง รวมถึงมองหาการเติบโตทั้งการเข้าซื้อกิจการ (M&A) การร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงในอนาคต

@ไม่กังวลค่าเงิน

 นายชูวิทย์ ยืนยันว่า บริษัทไม่มีความกังวลกรณีความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน  เนื่องจากบริษัททำงานประสานกับสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด จึงสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในอัตราค่าเงินที่เหมาะสมที่สุด ณ วันที่รับคำสั่งซื้อล่วงหน้า 

 “บริษัทเช็คค่าเงิน - อัตราแลกเปลี่ยนทุกวัน เมื่อได้ในอัตราที่เหมาะสมก็จะรับคำสั่งซื้อ ซึ่งก็จะได้ในอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น จนถึงวันส่งมอบสินค้าก็จะไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอีก ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อถึงต้นปีหน้าแล้ว”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง