SCCชูโมเดลทรานส์ฟอร์มSMEs เสริมแกร่งศก.-หนุนจีดีพีพุ่ง5%

#SCC #ทันหุ้น - SCC ชูโมเดลยกระดับ SMEs ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ สู่ “SMART Industry พ่วงเสริม “โปรดักต์ทิวิตี้” อีก 200% หวังเพิ่มน้ำหนักในจีดีไทยเป็น 50% ปูทางหนุนเศรษฐกิจไทยอนาคตพลิกทะยาน 5% จากปีนี้คาดโตเพียงกว่า 1% ส่วนเป้าหมายการลดคาร์บอนด์ “เอสซีจี” วางหมากสู่ Net Zero ในปี 2593
นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC หรือ SCG และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทาง SCC ได้มีการร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ เพื่อจัดงาน “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน ผ่านความร่วมมือ Public Private People Partnerships (PPPP) ประสานภาครัฐ ผนึกภาคเอกชน ภาคการเงิน และภาคประชาชน รองรับการสร้างกระบวนการทำงานใหม่ หวังร่วมกันช่วยสร้างอนาคตให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
*เล็งโมเดลทรานส์ฟอร์ม SMEs
ปัจจุบัน SMEs มีมูลค่าทางเศราฐกิจไทยหลายล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของ GDP ประเทศไทย และเป็นกลไกสำคัญที่สร้างการจ้างงานอย่างไรก็ตาม SCC มองว่าสัดส่วนดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำมาก สะท้อนการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างรุนแรง และกลายเป็นปัจจัยที่กดดันให้จีดีพีไทยเติบโตอยู่ในระดับต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
ดังนั้น เพื่อให้ “จีดีพีไทย” ในอนาคตสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างโดดเด่น จึงจำเป็นต้องผลักดัน SMEs ในไทยให้มีการทรานส์ฟอร์มสู่ Smart Industry ต่อยอดศักยภาพปัจจุบันผ่านทั้ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ, การพัฒนา Green Infrastructure เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย ให้สอดคล้องกับ Supply Chain โลกยุคใหม่
สำหรับหัวใจการพลิกโฉม SMEs เน้นกลยุทธ์ต่างๆ โดยในส่วนแรกจะเป็นการปกป้องตลาดในประเทศ คือ ใช้การจัดซื้อภาครัฐ ส่งเสริม Local Content และกำหนดมาตรฐาน มอก. เพื่อก่อให้เกิดการใช้ “สินค้าไทย” ที่มีมาตรฐาน และกีดกันสินค้าไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศ
พร้อมกันนี้ยังจะหันมาขยายการส่งออก อาทิ การเร่งผลักดัน FTA และเครื่องมือช่วยเหลือด้านมาตรฐานเพื่อการเข้าถึงคู่ค้า ประกอบกับการปรับลดต้นทุนพลังงานและขนส่ง เช่น การผลักดันการขยาย Direct Power Purchase Agreement (สัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง) & Third Party Access (การขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า) และ Smart Logistics เพื่อให้ “ต้นทุนแข่งขันได้”
ขณะเดียวกันยังรวมถึงการลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ลดเวลา และค่าใช้จ่ายแฝง ให้ SMEs ทำธุรกิจได้เร็วและง่ายขึ้น รวมทั้งความร่วมมือรัฐ-เอกชน-ประชาชน (PPPP) ทำงานเชิงพื้นที่และรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดพลังและขยายผลได้เร็ว โดยผลักดันการสนับสนุนของภาครัฐด้านการเงินและ R&D เพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจของ SMEs ให้เติบโตไปด้วยกัน
*ลุ้นจีดีพีไทยหวนโต 5%
อย่างไรก็ดี หากโมเดล Public Private People Partnership (PPPP Model) ดังผลสำเร็จของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ผสานความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชนกว่า 50 องค์กร ที่เปลี่ยนการนำเข้าถ่านหินเป็นพลังงานสะอาดในประเทศ ใช้เทคโนโลยีส่งเสริมเกษตรแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการฟื้นฟูป่า ชุมชน ช่วยสร้างเศรษฐกิจให้ SMEs ในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยสร้างรายได้กว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ หากโมเดลดังกล่าวสำเร็จลุล่วงคาดจะช่วยเพิ่มสัดส่วนน้ำหนักของ SMEs ให้สูงขึ้นเป็นมากกว่า 50% ของGDP จากเดิมที่ 35% อีกทั้งยังสามารถเพิ่ม GDP และสร้างรายได้มากกว่า 300,000-400,000 ล้านบาท ตลอดจนช่วยสนับสนุนให้จีดีพีของไทยในอนาคตนั้นสามารถกลับมาเติบโตได้สูงถึงราว 4-5% จากปีนี้ที่หลายฝ่ายคาดจีดีพีปี 2569 จะเติบโตเพียงกว่า 1%
*เดินหน้าสู่ Net Zero ปี 93
ด้านแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนนั้นทาง SCC ยังมีการเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง, การทำโปรดักต์ที่มีการปล่อยก๊าซฯ ต่ำ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงการลงทุน โดยมีการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing) โดยยังคงเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 ครอบคลุมทั้งตัวบริษัทและบริการต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
