เราทุกคนล้วนแล้วต้องเคยผ่าน ๆ จุดนี้มาด้วยกันเกือบทุกคน — แอบชอบเพื่อนของเรา คนที่เราตามชอบมาหลายเดือน หรือความสัมพันธ์ที่ยาวนานแต่สุดท้ายก็จบลงแบบไม่เหลือเยื่อใย ทั้งมีและไม่มีการเตือนล่วงหน้าแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการถูกปฏิเสธทั้งแบบโดยตรงหรือทางอ้อม ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วเป็น "การถูกปฏิเสธ" สิ่งที่ตามมานั้นก็คือความทุกข์ เมื่อเราพยายามทำความเข้าใจให้เข้ากับความที่เจ็บปวดดังนั้นเราจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า "ทำไมการก้าวเดินไปข้างหน้านั้นยากจัง?" ทำไมเราถึงต้องเจ็บช้ำแล้วเจ็บอีก ทำไมเราต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้กับตัวเองทั้งที่เราควรจะปล่อยมันไป ทำไมเวลาพูดแล้วมันง่าย แต่เอาเข้าจริง ๆ มันยาก อ่านบทความหรือคำแนะนำจาก Internet ถึงวิธีแก้ปัญหา แต่มันก็อาจจะไม่ค่อยได้ช่วยแก้ปัญหาของเราได้ โดยเฉพาะถ้าเราพูดถึงเรื่องของความรักhttps://pixabay.com/get/g57885ec70d1add56f0c7dbbddb2f7f2d694d6e2a563a92a7e9a8edbd9994a0e6f71d8207fe239ac48f16e674bc6c33c4bc309b673c64c8423101f822ef6290d2_1920.jpgมีหลายเหตุผลที่ทำให้เราทุกคนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าจากความรู้สึกที่ยังผูกติดกับความสัมพันธ์เหล่านี้ 1) คุณรู้สึกยังมีหวังในหลายครั้งที่ความคิดของเรานั้นจะเข้าข้างตัวเราเอง ที่ว่า "เรายังมีหวังอยู่แหละ" "เรายังมีโอกาส" ไม่ว่าจะมาจากอะไรก็ตามที่ทำให้เราคิดว่ายังมีหวัง ไม่ว่าจะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเอง เขาให้ความหวังทั้งผ่านคำพูดหรือการกระทำก็ตาม โดยมี 3 เหตุผลที่สนับสนุนเหตุผลนี้ได้แก่1 — คุณคิดว่าจะต้องทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าคุณสมบูรณ์แบบสำหรับเขา หรือแสดงว่าให้เห็นว่าคุณต้องการเขามากแค่ไหนเพราะมันยากที่จะซ่อนความรู้สึก โดยเฉพาะถ้าคุณรู้สึกว่าคุณชอบใครสักคน คุณต้องการให้พวกเขารู้ในความคิดของเราเป็นเรื่องง่าย ที่จะคิดหรือให้เหตุผลว่าเรานั้นสมบูรณ์แบบมากพอสำหรับเขา โดยถ้าเขามองเห็นเรามากพอที่จะเรียกมันว่า "รักแท้" การเข้าข้างตัวเองเป็น 1 ใน 3 เหตุผลที่ทำให้เรานั้นไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าจากเรื่องเหล่านี้ได้ ดังนั้นหลายครั้งที่อาจแสดงให้เห็นถึงเหตุผลที่เราเหมาะกับเขา ทั้งการแสดงท่าทางการกระทำเพื่อแสดงความชอบ เช่นการซื้อดอกไม้หรือการซื้อของขวัญให้แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวของความโรแมนติกนั้นไม่มีเคยมีเหตุผล เราไม่อาจจะโน้มน้าวให้ใครมาชอบคุณได้ ด้วยความคิดแบบคิวปิดยิงศรมาปักกลางอกหรอก เราไม่ได้เลือกว่าเราจะตกหลุมรักใคร มันขึ้นอยู่กับอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่น่าแปลกนั้นคือ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้เราหยุดคิด พยายาม เมื่อเราตกอยู่ในความรู้สึกทางอารมณ์ว่าต้องการใครสักคน เราก็จะพยายามให้ความคิดเหล่านี้เพื่อการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นhttps://pixabay.com/get/g957a3df319dde3cd4ffedd6e601657faf9b99b40d51f91a6b7ab3e90ea60492c991014cf6b7fcaa3013c8b05fc70c20d09ba9cf677b40417c3ec7f2027eb880e_1920.jpgเราจะสังเกตเห็นว่า ยิ่งเราโน้มน้าวให้ใครสักคนเห็นว่าเราเข้ากันได้มากเท่าไหร่ มันยิ่งเป็นการผลักให้เขานั้นออกไปไกลเท่านั้น ยิ่งเราชอบที่จะเรียกร้องให้ใครบางคนนั้นรู้สึกแบบเดียวกับเรา มันยิ่งตอกย้ำให้เราว่า เราไม่มีสิทธิได้รับอะไรเลย และพวกเขาก็ไม่ได้เป็นหนี้ที่ต้องตอบแทนคุณ ในความหมายเดียวกัน ในวินาทีที่พวกเขารู้ว่าเขามีคุณ ทุกอย่างยิ่งจะจบลงเร็วมากยิ่งขึ้น การรอที่จะถูกนำกลับไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากทำลายความน่าดึงดูดใจของคุณ คุณดูเหมือนลูกสุนัขตัวเล็กๆ ที่พร้อมจะกลับไปหาเจ้าของ2 — คุณเชื่อว่าคนๆ นั้นคือหนึ่งเดียว และมันคือ "พรหมลิขิต"จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสถานการณ์ของคุณแตกต่างออกไป? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนนี้คือหนึ่งเดียว — ทุกคนที่เกิดมานี้ถูกกำหนดแล้วว่าใครคือคู่ของคุณ?หากมีความเชื่อว่า รักแท้เป็นสิ่งเดียว และทั้งชีวิตและจิตใจพร้อมทำให้คุณอยู่ในเส้นทางนั้น การหาเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน หรือคิดว่าสักวันมันต้องเป็นเราที่เธอรัก แม้ไม่ใช้วันนี้ แต่ต้องมีสักวันหนึ่ง แม้ว่ามันจะเป็นการจินตนาการที่สวยงาม แต่ก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ความคิดได้สร้างขึ้นมา เพราะในความเป็นจริงแล้ว "ไม่มีใคร นอกจากคนที่คุณเลือก" ในขณะที่เราเชื่อว่า มีวิธีการที่จะช่วยให้ผ่านเวลานี้ไปได้ การยอมจำนนต่อความคิดที่ว่า "หนึ่งเดียว" นั้นไร้สาระ การทำเช่นนี้จะทำให้เราพลังในตัวของเราลดลงและเมื่อเราพยายามให้สิ่งที่ไม่ใช่ความจริงเข้าควบคุมความคิดเรา เมื่อนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราเสียใจ และเพิ่มความยากลำบากในชีวิตของเราซึ่งเราอาจจะมองหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า "อาการคลั่งรัก (Limerence)" ซึ่งเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่อยู่ในช่วงของความหลงใหล หรือหมกมุ่นอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมักเกิดขึ้นโดยที่เรานั้นไม่ตั้งใจและมีความตั้งใจสูงที่จะยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อคนที่ชอบ3 — อีกฝ่ายกำลังส่งสัญญาณให้ความหวังคุณก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจจะได้รับสัญญาณบางอย่างจากอีกฝ่ายถึงความหวังที่มีต่อตัวเรา บางทีเราอาจเข้าใกล้เกินไป จนเกิดการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ซึ่งการกระทำเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความไม่ลงรอยกันทางความคิด ความไม่ลงรอยกันทางความคิด เป็นสาเหตุหนึ่งที่พฤติกรรมร้อนและเย็นทำงานได้ดี — ทำให้เกิดความเจ็บปวดทางจิตใจในขณะที่เราพยายามประนีประนอมกับสิ่งที่เป็นความจริง เช่น พวกเขาชอบฉันไหม เป็นเรื่องง่ายที่จะหมกมุ่นอยู่กับการถอดรหัสพฤติกรรมและการอ่านในทุกประโยคที่พูด ข้อความที่ส่ง หรือการเปลี่ยนภาษากายอย่างรวดเร็ว คุณอาจพบว่าตัวเองค้นหาในกูเกิลอย่างไม่มีเหตุผล เช่น “สัญญาณว่าเขาชอบฉัน” “ถ้าเธอจับมือฉันหมายความว่าอย่างไร” "ถ้าเธอกอดฉันหมายความว่าอะไร"ขณะที่การวิเคราะห์ของเราเองดำเนินต่อไป เราอาจใช้พลังงานมากเกินไป ในการพยายามทำความเข้าใจความตั้งใจของพวกเขา จาก Ben Franklin Effect ที่เป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่ระบุว่า คนที่เคยช่วยเหลือคนอื่น มีแนวโน้มที่จะช่วยเหลือคนอื่นต่อไป ยังสามารถตอบถึงเหตุผลในเรื่องนี้ได้ โดยยิ่งเราใช้เวลาคิดถึงใครสักคนมากเท่าไร เราก็ยิ่งลงทุนในพวกเขามากขึ้นยิ่งขึ้น และเราอาจสร้างความคิดเห็นที่เป็นในเชิงลบ นั้นทำให้การปล่อยวางเป็นไปได้ยากขึ้นไม่ว่าสถานการณ์ใดจะทำให้คุณมีความหวัง จงจำไว้ว่า นี่คือความจริงที่โหดร้าย ผู้คนที่ต้องการคุณจะไม่ทำให้มันยาก หากคุณพบว่าตัวเองกำลังพยายามสรุปว่ามีคนรู้สึกอย่างไรกับคุณ ให้เดินจากไป หากคุณไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ต้องการ ให้เดินจากไป และเรียนรู้ถึงคุณค่าของคุณ เพราะบางทีคนเราจะมองเห็นค่าในวันที่เสียมันไป2) คุณกลัวที่จะสูญเสีย หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเราไม่ Move on? หรือทำไมคนเราไม่ชอบการ Move on? หนึ่งในเหตุผลนั้นคือ เพราะเรามีสิ่งที่กลัวนั้นคือ "การสูญเสีย" โดยที่ไม่รู้ตัว กล่าวคือ คนเรามักจะไม่เห็นคุณค่าของการทำลายผลประโยชน์ของเรา หรือพูดง่าย ๆ คือ เราจะสูญเสียอะไร หาก Move on ยกตัวอย่างคลาสสิก เช่นคนติดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รู้ว่าการดื่มนั้นเป็นอันตราย แต่ไม่อยากสูญเสียความรู้สึกสบายและอิสระจากการเมา จนกว่าพวกเขาจะสามารถตอบสนองความตั้งใจในเชิงบวกของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ซึ่งเป็นการการสูญเสียการยับยั้ง) แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเลิก แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่อันตรายแค่ไหนลองถามตัวเองว่า ถ้าคนนี้หายไปจากชีวิต จะมีอะไรเปลี่ยนแปลง? ลองซื่อสัตย์กับตัวเองไม่ว่าคำตอบจะโหดร้ายแค่ไหน ตัวอย่างเช่น คุณอาจตระหนักว่าคุณกำลังหมกมุ่นอยู่กับการติดตามมากเกินไป และในปัจจุบันยังไม่มีสิ่งใดมาแทนที่ได้ คุณอาจต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าคุณกลัวการอยู่คนเดียวหรือต้องการหาใครสักคนเพื่อให้รู้สึกดีhttps://pixabay.com/get/g2a907788a9c39043913a1795b52b54ac9433ec49767dad9a16aa2fb053cca2032d06e9c43cf4589d290a9f58378bbc6b7f3c8ae06dec88297bb0b2ff74178c05_1920.jpg3) เราไม่สามารถหยุดคิดเรื่องนี้ได้สิ่งที่แย่ที่สุดที่คุณสามารถทำได้หลังจากความสัมพันธ์สิ้นสุดลง หรือการโดนปฏิเสธ นั้นคือการคิดใหม่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เมื่อคุณทำเช่นนี้ คุณจะทำร้ายตัวเองเท่านั้น อย่าเสียเวลาไปกับข้อความในอดีต พยายามคิดว่า "เกิดอะไรขึ้น" ลองลบรูปภาพและข้อความ ทิ้งจดหมายและความทรงจำ ไม่มีเหตุผลที่จะเก็บความทรงจำไว้ในกล่องถ้าความทรงจำเหล่านั้นมีทั้งความเจ็บปวดและไม่เกี่ยวข้องกับอนาคตและความสำเร็จของคุณ พวกเขาอยู่ในอดีตด้วยเหตุผล ปล่อยให้ความทรงจำเหล่านั้นอยู่ที่นั่น พร้อมกับความเจ็บปวด4) คุณยังไม่ได้ตัดพวกเขาออกจากชีวิตสุดท้าย คุณยังไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่สำคัญที่สุด — ตัดออกไปจากชีวิตของคุณ พวกเราส่วนใหญ่ไม่เข้มแข็งพอที่จะเป็นเพื่อนกับความรักที่ไม่สมหวัง อย่างน้อยก็ในขณะที่เราเก็บความรู้สึกไว้ ไม่ใช่ขั้นตอนที่น่าพอใจ แต่จำเป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้คือ ลบเบอร์โทร เลิกติดตามโซเชียลมีเดีย และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่คุณรู้ว่าพวกเขาจะไป โดยปกติจะมีบางครั้งที่การหลีกเลี่ยงบุคคลจะเป็นไปไม่ได้ เช่น งานเลี้ยงหรือห้องเรียน แต่เรายังสามารถทำตามขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ เพื่อลดปฏิสัมพันธ์และหลีกเลี่ยงการใช้เวลากับพวกเขา อย่ากลัวที่จะงดการติดต่อเป็นเวลา 30 วัน ในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสั้นที่จะให้พื้นที่ที่จำเป็นมากในการรักษา ไม่ว่าคุณจะเลือกบอกพวกเขาหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณ แม้ว่านี่จะเป็นการรักษาของคุณและไม่ใช่เรื่องของพวกเขา แต่จำไว้ว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นตลอดไป แค่นานพอที่คุณจะสามารถรีเซตความคิดของตัวเองได้ ในขณะที่บางคนอาจคิดว่ายังไม่สามารถผ่านเรื่องราวนี้ได้ แต่การที่ได้ลองทำนั้นก็นับว่าคุณกำลังยอมรับความรู้สึก และถือว่ามีความกล้าที่จะเผชิญหน้าและจัดการกับมัน คุณมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปและทำตามขั้นตอนจริงในการทำเช่นนั้นhttps://pixabay.com/get/g33f3fe48439d962082a238e3bb5d03eedde06632d42439d681c876e79cde6e81be462ec1b965d5d75ebb7c8d5db6730deba5149a02a05098df305bb956ea5f25_1920.jpgถ้าพูดกันตามตรงการตกหลุมรักใครบางคน ที่ไม่รู้สึกแบบเดียวกันกับคุณนั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เราคิดว่าถ้าเรารักใครสักคนมากพอ เขาก็ต้องรู้สึกแบบเดียวกัน แต่แน่นอนว่าไม่เป็นเช่นนั้น คุณต้องการความเข้ากันได้ทั้ง เคมี ความรู้สึก ความเข้าใจและอื่นๆ อีกมากมาย มนุษย์นั้นซับซ้อน ต่างกันทั้งหมด เพียงเพราะคุณตกหลุมรักคนที่ไม่ต้องการคุณ ไม่ได้หมายความว่ามีบางอย่างผิดปกติกับคุณ คุณไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกของคนๆ หนึ่งได้ เราไม่ได้อยู่เพื่อเขาเพียงคนเดียว แต่เราอยู่เพื่อตัวเราเอง ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อพบคนใหม่ที่รอคุณอยู่ในอนาคต ภาพประกอบหน้าปก: Image by lshman000 from Pixabay ภาพประกอบบทความรูปที่ 1 Image by DtheDelinquent from Pixabay รูปที่ 2 Image by DanaTentis from Pixabay รูปที่ 3 Image by Counselling from Pixabay รูปที่ 4 Image by geralt from Pixabay อัปเดตความรู้ใหม่ ๆ อีกมากมาย โหลดเลยที่ App TrueID ฟรี !