คุณผู้อ่านครับบทความนี้ผมจะเล่าเรื่องจากประสบการณ์จริงให้ฟัง เพราะระยะหลังผมเริ่มสังเกตว่าพฤติกรรมตัวเองนั้นมักจะนอนดึกมาก ๆ หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่า "นอนเช้า" โน่นเลยครับ ไก่ไม่ขันตะวันไม่ขึ้นไม่มีทางหัวสัมผัสหมอน ผมคิดว่าคุณผู้อ่านหลายคนก็น่าจะมีอาการแบบผมบ้าง แล้วพอตอนกลางวันนะครับก็จะมีอาการสะลึมสะลือ ต้องคอยหากาแฟหาเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลกินตลอด เหมือนโลกมันสลับด้านกันน่ะครับ บทความนี้ผมก็เลยอยากจะลองวิเคราะห์ดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ไอ้อาการแบบนี้มันน่ากลัวตรงไหน คุณผู้อ่านท่านใดอยากแชร์ประสบการณ์ก็คอมเมนท์มาได้นะครับ 1. ร่างกายเหนื่อย แต่สมองยังไม่ยอมพัก ผมคิดว่าบางทีตลอดทั้งวันเราอาจจะใช้พลังงานไปกับงานมากเกินไป เราต้องสู้กับความเครียดและสิ่งแวดล้อมที่ไม่น่าสำราญใจต่าง ๆ แล้วพอถึงกลางคืนอวัยวะต่าง ๆ บรรดาแขน , ขา , ตับ , ม้าม , ปอด , หัวใจ ฯลฯ ก็น่าจะพากันขับขานตะโกนบอกกับเราว่า พักได้แล้ว พอสักที จะขยันไปถึงไหน แต่ทว่าสมองนั้นอาจจะหลอนอยู่ มันน่าจะคิดถึงเรื่องงาน , คิดทบทวนในสิ่งที่ทำลงไปในวันนี้ว่าเวิร์คหรือไม่เวิร์ค , เผิน ๆ อาจจะคิดวางแผนเผื่อพรุ่งนี้ไว้แล้วด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการตะกุกตะกัก นั่นไงครับ! ก็เลยเกิดสภาวะง่วงแต่ไม่ยอมนอนขึ้นมา ความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสหลอนสมอง กว่าจะข่มตานอนก็เลยทะลุเช้าไปเลย 2. โทรศัพท์มือถือ ศัตรูตัวจริงของการนอน หลายคนบ่นว่านอนไม่หลับแต่เป็นกันไหมครับ ที่ในมือยังคงกำโทรศัพท์มือถืออยู่เลย ไม่รู้คุณผู้อ่านเป็นรึเปล่าแต่ผมรับข้อนี้ไปเต็ม ๆ โซเชียลมีเดียเอยสภาวะการสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านนี่ตัวแสบ คลิปสั้นนี่ก็สำคัญโดยเฉพาะคลิปพริตตี้เต้นบนถังน้ำมันนี่ผมชอบมาก ส่วนคุณผู้อ่านท่านไหนเป็นสุภาพสตรีซีรีส์จีน ซีรีส์เกาหลี ซีรีส์วายหรือเกิร์ลเลิฟ โอ๊ยตาย! นับกันไม่หวาดไม่ไหวครับ ซึ่งของพวกนี้มีฐานความคิดเดียวกัน คือล้วนถูกออกแบบมาให้หยุดดูไม่ได้ จะจบทีมันต้องทิ้งปมตลอดไม่รู้เป็นอะไร ผนึกกำลังร่วมกับแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ ที่ยิ่งไปรบกวนการหลั่งฮอร์โมนการนอนเข้าไปอีก สุดท้ายจากที่แค่ขอเช็กแป๊บเดียว กลายเป็นอรุณเบิกฟ้านกกาโบยบินอีกเช่นเคย 3. กลางคืนคือเวลาที่เราได้เป็นตัวเอง หัวข้อนี้อย่างดราม่าเลยครับบอกไว้ก่อน เพราะในตอนกลางวันเราต้องเป็นหลายอย่าง บางคนเป็นลูกน้องที่เจ้านาย (ไม่) ค่อยรัก , บางคนเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของทุกคน , บางคนเป็นพ่อ , บางคนเป็นแม่ , บางคนเป็นเด็กวัยรุ่นที่วิ่งตามความฝัน ฯลฯ สารพัดสิ่งที่บ่าคู่นี้ต้องคอยแบกรับเอาไว้ หนักจัด ๆ หนักชิบเป๋ง! แล้วก็ไม่รู้ว่าชีวิตแบบนี้จะไปจบเมื่อไหร่ด้วย แต่ทว่าพอตกกลางคืนมันกลับเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ได้เป็นตัวเองจริง ๆ” ขึ้นมา ผมก็เลยวิเคราะห์ว่าเราคงไม่อยากปล่อยเวลาเหล่านั้นไปง่าย ๆ แม้จะรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องเช้า พระอาทิตย์ไม่เคยเบี้ยวจ่ายบิลค่าไฟ แต่เราก็ยังอยากจะอยู่ในช่วงเวลากลางคืนให้นานที่สุดอยู่ดี 4. เราไม่ได้ไม่อยากนอน เราแค่ยังไม่อยากจบวัน อาจไม่ใช่ว่าเราขี้เกียจนอนหรือควบคุมตัวเองไม่ได้ครับคุณผู้อ่าน แต่ลึก ๆ แล้วผมว่าเราแค่ยังไม่อยากให้วันนั้นจบลง เพราะมันอาจเป็นช่วงเวลาเดียวที่เราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกเอง และบางทีสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ อาจไม่ใช่การนอนให้เร็วขึ้น แต่คือการมีชีวิตตอนกลางวันที่สงบกว่านี้หน่อย , เบากว่านี้หน่อย , อย่าเจอเรื่องงี่เง่าปวดกบาลมากนัก , อีป้าข้างบ้านก็เพลา ๆ หน่อย ตอนเช้า ๆ นี่ชอบขยันออกมารดน้ำต้นไม้ออกหาแหล่งข่าวซะเหลือเกิน ประมาณนี้ล่ะครับ คืออะไรก็ได้ที่เราไม่ต้องรอให้ถึงกลางคืนถึงจะได้เป็นตัวเองน่ะ ผมว่าดีหมดเลย สรุปสุดท้าย ผมคงไม่ต้องทิ้งท้ายอะไรมากมายแล้วมั้งครับ เพราะน่าจะเล่ามาครบถ้วนกระบวนความแล้ว แต่ถ้าจะจบบทความนี้ให้มันหักมุมสยองขวัญสักหน่อย ผมว่าแม้แต่ตอนกลางคืนหรือตอนที่เราหลับก็ไม่เวิร์คหรอกครับ เพราะบางวันเราก็ฝัน ผมไม่รู้คุณผู้อ่านชอบฝันถึงอะไร แต่สำหรับผมฝันทีไรเหงื่อแตกทุกที เหนื่อยชิบเป๋งเหนื่อยวัวตายควายล้ม ไม่รู้เกิดมามีกรรมอะไรนักหนาเหมือนกันครับ ขนาดหลับไปแล้วยังไม่ได้นอนอ่ะคิดดู! เครดติรูปภาพ ภาพประกอบ จาก : pixabay ภาพ : ผู้ชายง่วงบนกองงาน โดย : Franz26 รูปที่ 1 จาก : pixabay ภาพ : ผู้หญิงถือหมอน โดย : Engin_Akyurt รูปที่ 2 จาก : pixabay ภาพ : ผู้หญิงดูจอมือถือ โดย : TyliJura รูปที่ 3 จาก : pixabay ภาพ : ผู้ชายบนโต๊ะทำงาน โดย : pixel_insights รูปที่ 4 จาก : pixabay ภาพ : ผู้ชายง่วงบนกองงาน โดย : Franz26 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !