คนเราต่างรักตัวกลัวพราก พิธีตายหลากหลายในความเชื่อ แค่ลืมตาพาเชื้อไปให้ดับหาย ชีวิตหนึ่งอยู่ไม่นานก็วางวาย ต้องก้าวเดินต่อไปในโลก ความตายไม่เคยมีใครสามารถที่จะหยุดได้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะรู้ล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาจะพยายามที่จะหลบหลีกหนีขนาดไหน สุดท้ายเมื่อลมหายใจสิ้นสุดลง กายหยาบของคนก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป หนึ่งชีวิตจากไปไม่มีใครทำใจได้ และยอมปล่อยให้จากไปอย่างง่าย ต้องพยายามช่วยให้ถึงที่สุด เมื่อรู้ว่าคนรู้จักสิ้นลมลง ความรู้สึกในใจแรกคือความรู้สึกหดหู่ เศร้าคลุกเคล้าด้วยน้ำตา ยืนไว้อาลัยให้กับดวงวิญญาณ เมื่อส่งศพกลับมาบ้านถ้าหากเป็นในเมืองกรุง จะนำศพไปไว้ที่ศาลาวัด จัดงานทั้งหมดที่วัด แต่สำหรับที่นี่จะนำศพกลับมาที่บ้าน เพื่อทำพิธี ศพจึงเพียงถอดเครื่องมือแพทย์ออกแล้วทำการห่อด้วยผ้าของโรงพยาบาล ซึ่งมันคือผ้าสีชมพูสวยพันร่างอันไร้วิญญาณไว้อย่างมิดชิด รถกู้ภัยประจำหมู่บ้านเข้ารับศพเพื่อนำมาที่บ้าน โดยมีไฟกระพริบตลอดทางจนมาถึงในบ้าน เมื่อท้ายรถถูกเปิดออก เตียงเลื่อนออกมาจากท้ายรถแน่นิ่งเหมือนท่อนไม้ท่อนฟืน จะใช้กำลังดึงแรงขนาดไหนก็ยังแข็งทื่อไม่ไหวติง เท้าเหยียดตรงเมื่อไปถึงในบ้านพนักงานยกลงวางกับพื้นโดยมี เสื่อบางๆปูอยู่ ในความเงียบของทุกคนบริเวณนั้น แต่กลับมีสายตาหลากหลายคู่จ้องมองอย่างไม่ละสายตา ในบริเวณบ้านมีเพียงญาติพี่น้องที่ในใจของทุกคนนั้นมีความรู้สึกเดียวกัน คือจุกข้างในจนไม่อาจห้ามน้ำตาของตนเองเอาไว้ได้ พวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่ใครที่ไหนลูกหลานที่ใกล้ชิดเพื่อการขอขมาดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะไม่ได้เจอหน้ากันตลอดกาล การขอขมาศพ เมื่อนำศพมาถึงบ้านทางญาติผู้ใหญ่จะทำการขอทางนำศพเข้ามาในบ้าน นำศพนอนลงและทำการหวีผม แต่งหน้าทาปาก (เฉพาะศพที่เสียชีวิตเพราะแก่ชรา) ถ้าหากเป็นศพที่เสียชีวิตด้วยโรคหรือศพไม่สวยงามก็จะไม่ทำการแกะออก หรือบางครั้งถ้าญาติเข้าไปที่โรงพยาบาลอาจจะอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย และใส่โลงศพ แต่สำหรับเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวนั้น จะเข้าใกล้ได้ แต่ก็จะเว้นการสัมผัสตัวผู้ป่วย สัมผัสได้บริเวณหน้าและมือ เพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจายของเชื้อโรค การแต่งขันในการขอขมาจะเป็นขัน 5 นำดอกไม้ธูปเทียนมาวางไว้จากนั้นจะยกขันธ์ดอกไม้เทียนคู่ขึ้น นำว่ากล่าวโดยผู้เฒ่าผู้แก่ นำกล่าวขอขมาลาโทษที่เคยทำไม่ดี พูดไม่ดีต่อผู้ตายเพื่อให้เลิกแล้วต่อกันในชาตินี้ พิธีนี้ญาติพี่น้องจะกล่าวกันพร้อมน้ำตา เพราะว่ายังมีความห่วงหาอาทร กับผู้ตายหรือเรียกง่ายๆ ทำใจไม่ได้ จู่ๆคนที่คุยกันในตอนเช้า ยิ้มให้กัน แต่พอตกบ่ายกับรู้ว่าหมดลมหายใจแล้ว แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากการฟื้นคืนชีพโดยการตายแล้วฟื้นมี แต่การเสียชีวิตเพราะโรครุมเร้าจะไม่กลับมาเหมือนคนที่นอนหลับไป เขาอาจจะตื่นขึ้นมาได้ ในระยะเวลาไม่นาน ยากนักที่จะกลับมา คำกล่าวที่ว่า ต่อให้ตอนอยู่เราเลือกบ้านสร้างบ้าน เลือกวัสดุที่ดี มีคุณภาพ ทำให้ผู้อยู่เข้าไปในบ้านแล้วมีความสุข แต่พอถึงวาระสุดท้าย แม้แต่บ้านหลังสุดท้ายคนอื่นก็ต้องเป็นคนเลือกให้ บ้านหลังสุดท้ายที่ไม่มีสิทธิเลือก สักพักเมื่อขอขมาลาโทษเรียบร้อย บ้านจะมาถึงพิธีนี้เป็นพิธีกรรมที่สำคัญ เพราะฉะนั้นแต่ละขั้นตอนจึงต้องมีความละเอียดค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีการจำกัดเวลา เมื่อนำโลงศพมาถึงบ้าน จะต้องเปิดฝาออก ด้านในนั้นจะเป็นพลาสติกห่ออย่างดี โดยรอบถูกตรึงไว้ด้วยผ้าหนาเย็บติด พิธีต่อไปนี้จะเป็นพิธีที่สำคัญของงานพิธีนั่นคือการให้เขย ปัดโลงให้โดยใช้ใบไม้ชนิดไหนได้หมด พิธีนี้ตามหลักความเชื่อของคนที่จะเป็นคนปัดโลง คือเขย คำว่า “เขย” คำนี้ไม่ใช่ใครจะสามารถปัดได้ เขยคนแรกของตระกูลจะเป็นคนปัด คนอื่นยังปัดไม่ได้ และมีข้อยกเว้นไว้ว่า ถ้าหากเขยอายุเยอะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง สามารถที่จะให้คนอื่นแทน แต่จะต้องเป็นลูกเท่านั้นที่เป็นคนทำพิธีสำคัญ เรียกว่าทายาทเขย เน้นคือต้องเป็นลูกชาย ถ้ามีลูกชายคนเดียวในจำนวนพี่น้องหลายคน เป็นคนเดียวที่จะทำพิธี ซึ่งเขยที่ว่าเรียกว่า “เขยแต่กี้แต่ก่อน เขยเก่าเขยแก่” การนำดอกไม้มาปัด ในการเลือกดอกไม้ที่นำมาปัดนั้นมีการเลือกต้นอะไรได้ทั้งหมด ต้องเป็นต้นไม้หรือดอกไม้ เพราะนำมาปัดพิธี ก่อนที่จะปัดจะมีผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาดูพิธีกรรมเป็นคนนำกล่าวก่อนปัดว่า “ขวัญคนเห้อหนี ขวัญผีเห้อลงโลงนี้” ประโยคนี้หมายความว่า ขวัญของคนให้หนีห่างไปไกลจากที่นี่ ส่วนขวัญของผีหรือของศพนั้นให้ลงไปในโลงศพ ให้สู่หนทางแห่งความสุข พิธีกรรมนี้เมื่อทำไปแล้ว ทำให้คนอยู่สบายใจ ตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่เกิดมานั้นคนเรามีเวลาพบปะกันและทำกิจกรรมอะไรด้วยกันหลายอย่าง ต้องมีอะไรกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือการกระทำ ซี่งดีบ้างไม่ดีบ้างโดยตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง การจากโลกนี้ไปคือสิ้นสุดในทุกอย่าง เพื่อไม้ให้เป็นตราบาปแก่กันและกันจึงต้องมีการ ขอขมาและปัดโลง พื้นที่ภายในบ้านของผู้ที่ละจากโลกนี้ไปแล้ว ทุกคนจะต้องได้พบเมื่อถึงเวลา กรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดสำหรับผู้ใหญ่ ที่เคยมีคำกล่าวเตือนสติของทุกคตไว้ให้ตระหนักเสมอนั่นคือ ใหญ่แค่ไหนก็เล็กกว่าโลงศพ เป็นความจริงตลอดกาล เมื่อรอโลงศพ พอมาถึงบ้าน จัดการวางไว้เปิดฝาโลงศพ จากนั้นจะเข้าพิธีปัดโลง การปัดโลงศพนั้นเริ่มขึ้นเมื่อเขยพร้อม นำดอกไม้มาจะเป็นยอดอะไรก็ได้ ถือเป็นดอกไม้ ในการกวาดเขยจะเป็นคนทำ ปัดสิ่งไม่ดีออกหรือปัดให้สะอาด ปัดจะใช้เวลาไม่นาน ปัดหน้าโลงศพวนไปมา จากนั้นจะโยนดอกไม้ที่ใช้ปัดทิ้งลงในโลงศพ เมื่อปัดเรียบร้อยชายหนุ่มทั้งหลาย ก็จะเริ่มยกศพลงในโลงต่อ โดยการยกขึ้นทั้งเสื่อที่ปูอยู่วางลงในโลง ซึ่งในการปูเสื่อก่อนที่จะวางศพลงจะต้องเป็นเสื่อผืนเล็ก และจะใช้ในการห่อศพไปด้วยได้เลย การวางศพลงในโลงนั้นจะต้องใช้คนช่วยยกจำนวนมาก ซึ่งงานเหล่านี้จะเป็นชายหนุ่มเสียส่วนมาก หน้าที่ของเขย ในส่วนของผู้หญิงจะทำงานอย่างอื่น อย่างเช่นงานจัดของ จัดดอกไม้ จัดดอกไม้ธูปเทียน การหันหัวศพทิศทางตามความเชื่อ ความเชื่อของคนส่วนมากนั้นก็จะได้ยินตั้งแต่นานมาแล้วว่า ศพจะต้องหันหัวไปทางทิศตะวันตกเพราะมันคือทิศของคนตาย แต่สุดแท้แล้วสามารถหันไปทางไหนได้ทั้งหมด ตามมุมของบ้าน ทิศเหนือหรือทิศใต้ได้ แต่ถ้าให้ดีคือหันไปทางทิศตะวันตก แต่คนเรานั้นเมื่อสิ้นลมก็เหมือนไม่มีตัวตน ไม่มีความรู้สึกไม่ว่าจะยกไปวางไว้ตรงไหน ก็เหมือนกันกับก้อนหิน แข็งทื่อไม่เจ็บไม่ปวด เมื่อนำศพใส่โลงเรียบร้อยแล้วขั้นต่อมานั่นคือ การนำศพนั้นบรรจุเข้าไปในโลงเย็น ปัจจุบันนี้ทางแพทย์ไม่ต้องฉีดยาเพื่อรักษาสภาพศพไม่ให้เหม็น แต่เพียงใส่ศพนั้นลงไปในโลงเย็น เพื่อให้ความเย็นกับศพ ซึ่งบางศพตรงกับวันไม่ดี จึงต้องเก็บไว้นานจนกว่าจะสามารถนำไปเผาได้ สมมุติว่าวันพรุ่งนี้จะนำไปเผา คืนก่อนจะนำไปจะถอดปลั๊กไฟออกเพื่อให้ศพไม่แข็ง ง่ายต่อการเผาถ้าหากไม่ถอดจะมีความคล้ายกับเนื้อแช่เย็น การยกศพเข้าแช่ไว้ในโลงเย็น จะนำฝั่งทางหัวเข้าก่อน จะต้องเปิดฝาโลง เพราะความเย็นจะได้ทั่วถึง แต่ในความคิดของคนเราว่า ถ้าหากไม่ใส่เสื้อผ้าห่มไว้ให้ อาจจะทำให้ตัวเย็น การเสียบผ้าไว้อย่างนั้นจนกว่าจะถึงช่วงนำไปเผา ในส่วนของการวางศพก็เช่นแล้วแต่ความเหมาะสมของสภาพบ้าน ซึ่งการวางศพที่ถูกนั้นจะวางศพหันไปทางทิศตะวันตก เป็นทิศทางของคนที่เสียชีวิต และในทางกลับกันคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ควรที่จะนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก เพราะอาจจะทำให้ฝันร้ายหรือโดนสิ่งที่มองไม่เห็น อำหรือทำให้แน่นหน้าอก จึงไม่นิยมนอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันตก ในความเป็นจริงของความโศกเศร้ายังมีความฝันของใครหลายๆคน กับเลขสามตัวบนฝาโลง สิ่งนี้แล้วแต่ความเชื่อส่วนตัว บางครั้งอาจจะไม่ใช่ความจริงแต่สิ่งนี้คือความหวังของคนที่เล่นเลข ถามว่าได้ทุกครั้งไหมก็คงตอบว่าไม่ แต่หลังจากนั้นแล้วแต่ดวง ของแต่ละคนจะนำไปตีเป็นเลข เพื่อเสี่ยงดวงในตอนต่อไป ซึ่งเกือบทุกครั้งที่ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเสียชีวิตคนในหมู่บ้านจะได้โชค เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เน้นความเหมาะสมและสะดวกเจ้าของบ้าน ในการที่จะวางศพนั้นไว้บริเวณไหน แต่ในความเชื่อของคนสมัยก่อนนั้น จะต้องวางไว้บริเวณขื่อของบ้าน จะเป็นระหว่างเสาร์สองเสา จะวางศพไว้ กันตามความสะดวก ในเวลาหลังจากที่วางโลงศพเรียบร้อย สิ่งต่อมาคือการประดับผลงานที่เตรียมการสำหรับการตกแต่งพวงหรีด ชีวิตคนเรามีเวลาอยู่บนโลกนี้ไม่นาน บางคนเสียชีวิตตั้งแต้ยังอยู่ในท้องแม่ เสียชีวิตเมื่อลืมตาได้สองสามวัน บางครั้งเท่านั้น หรืออาจจะเสียชีวิตกะทันหัน ซึ่งไม่ว่าเราจะพยายามที่ประคองตนเองให้อยู่ได้ ใช้ชีวิตดำเนินไป เพราะเราเองก็ไม่รู้เช่นกันว่า หนทางข้างหน้านั้นเราต้องเดินไปพบเจออะไร และสิ่งไหนบ้างจะเป็นสิ่งที่น่าพอใจ อยากทำอะไรให้ทำตั้งแต่ครั้งที่เรานั้นยังมีกำลังที่จะทำ พอใจที่จะทำ อย่าปล่อยให้มันล่วงเลยไปแล้วกลับมาคิดเสียใจในภายหลัง เหลือไว้เพียงชื่อภาพถ่ายทั้งหมดเป็นของผู้เขียนเอง (อุ้งเท้าแมว) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !