ชง มท. เสนอไล่ออก 2 บิ๊ก ขรก. สำนักงานจังหวัด หลังปล่อยลูกจ้างสาวโกงงบหลวง 40 ล้าน

ชง มท. เสนอไล่ออก 2 บิ๊ก ขรก. สำนักงานจังหวัด หลังปล่อยลูกจ้างสาวโกงงบหลวง 40 ล้าน
มติชน
11 ตุลาคม 2563 ( 17:14 )
42
ชง มท. เสนอไล่ออก 2 บิ๊ก ขรก. สำนักงานจังหวัด หลังปล่อยลูกจ้างสาวโกงงบหลวง 40 ล้าน

     จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 หลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการกว่า 40 ล้านบาท โอนผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS เข้าบัญชีส่วนตัว และ พบการกระทำความผิด 165 ครั้ง โดยรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหานำเงินไปเล่นพนันออนไลน์ ต่อมาพนักงานอัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงครามมีคำสั่งปล่อยตัว น.ส.ขนิษฐา หอยทอง พ้นการคุมขังที่เรือนจำกลาง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2563 เนื่องจากครบกำหนดฝากขังครั้งละ 12 วัน จำนวน 7 ผัด รวม 84 วัน

 

วันที่ 11 ตุลาคม นายกิตติพงษ์ สุขภาคกุล ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีการทุจริตเงินงบประมาณ 40 ล้านบาท เปิดเผยว่า หลังจากมีปัญหากรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง นำข้อบกพร่องในระบบไปปรับปรุงเพื่อป้องกันการทุจริต ขณะที่คณะกรรมการฯได้สรุปรายงานผลการสอบสวนส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด จากนั้นจะส่งให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด เพื่อสอบวินัยร้ายแรง ตามเอกสารหลักฐานที่ปรากฎ สำหรับการทุจริตยอมรับว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด (สตง.)ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากจะต้องตรวจสอบการทุจริตในจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น ขณะที่ระหว่างการสอบสวน น.ส.ขนิษฐา ได้นำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์ได้เงิน 18 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามเส้นทางการเงินและเชื่อว่าเงินที่ทุจริตยังมีเหลือนอกระบบ ส่วนเงินที่ราชการได้คืนมีเพียง 6 ล้านบาท

 

มีรายงานว่า ผลการสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้มีการสอบวินัยและ สอบทางละเมิด ให้ผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบด้วยการชดใช้ค่าเสียหายให้ทางราชการ จากการสอบสวนพบว่าปัญหาเกิดจากความบกพร่องของผู้บังคับบัญชาในหน่วยงาน หัวหน้างานการเงิน และ น.ส.ขนิษฐา ซึ่งมีความชำนาญในการเบิกจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้รับความไว้ใจจากผู้บังคับบัญชามอบคีย์การ์ด 2 ใบให้เก็บไว้ทำการเบิกจ่ายเงิน จากปกติคีย์การ์ด 2 ใบ จะมอบให้หัวหน้าฝ่ายการเงินและบัญชี เก็บไว้พร้อมกับรหัสผ่าน 1 ใบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเก็บไว้1 ใบพร้อม 2 รหัสผ่าน เพื่อทำการอนุมัติกับเบิกจ่ายเงินงบประมาณของจังหวัด แต่ข้าราชการทั้ง 2 รายมอบคีย์การ์ด และรหัสผ่านทั้งหมดให้ น.ส.ขนิษฐา ดำเนินการทุจริตตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ถึงเดือนมิถุนายน 2563

 

รายงานระบุว่า กรณีนี้ถือเป็นความบกพร่องของผู้บังคับบัญชา โดยเกี่ยวข้องกับหัวหน้าการเงินและหัวหน้าสำนักงานจังหวัด หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการเบิกจ่ายรวมทั้งหมด 5 คน โดยผลสอบระบุว่า หัวหน้างานการเงิน หัวหน้าสำนักงาน เข้าข่ายประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ หลังการสอบสวนอาจดำเนินการทางวินัยร้ายแรง ให้ออกหรือไล่ออกจากราชการตามข้อสรุปในการสอบสวนและ หากผลสอบทางละเมิดพบว่ามีความบกพร่อง กรมบัญชีกลางได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการชดใช้ความเสียหายตามสัดส่วนที่กำหนด เพื่อคืนงบให้ทางราชการ

 

ด้านแหล่งข่าวจากข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูง ระบุว่า ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดพยายามหาเงินเหลือจ่ายจากโครงการอื่นชดใช้คืนในระบบ คาดว่าจะสามารถคืนงบประมาณค่าค้ำประกันสัญญางานรับเหมาประมาณ 12 ล้านบาท คืนให้ผู้รับเหมา สำหรับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ให้ความร่วมมือในการสอบสวน แต่ปัญหาจากการเบิกจ่ายจาการลงลายมือชื่อปลอมในเช็ค จะต้องถูกดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหาย ขณะที่คดีนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าในการขั้นตอนการสอบสวน มีการวิ่งเต้นล้มคดีจากบางฝ่ายหรือไม่ เพราะการทำสำนวนส่งฟ้อง มีการนำข้อมูลจากเอกสารที่มีการสอบข้อเท็จจริงของจังหวัดแทบทั้งหมด

 

“นอกจากนั้นได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการคดีทุจริตภาค 7 เพื่อสรุปส่งฟ้องในระยะเวลากระชั้นชิดอาจมีเจตนาตัดตอน ก่อนครบกำหนดการฝากขัง น.ส.ขนิษฐา ไม่กี่วัน ทำให้พนักงานอัยการฯไม่สามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ทันตามกำหนด และสั่งให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนเพิ่มเติม เป็นเหตุให้ น.ส.ขนิษฐาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และล่าสุดสามีนอกสมรสของ น.ส.ขนิษฐา ซึ่งเป็นลูกจ้างสำนักงานจังหวัดได้ลาออกแล้วหลังหมดสัญญาจ้างรายปี” แหล่งข่าว กล่าว

 

ด้านแหล่งข่าวจากทีมพนักงานสอบสวน ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนเพื่อส่งให้อัยการภาค 7 ส่งฟ้องศาลคดีทุจริตฯโดยประสานกับพนักงานอัยการเพื่อตรวจสอบการทำสำนวนแยกรายละเอียดทั้ง 165 คดี หากพนักงานอัยการได้ข้อสรุปจากเอกสารหลักฐานยืนยันว่าสามารถส่งฟ้องได้ จะแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองควบคุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย ส่งพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฯ จากผู้ต้องหาต้องยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลฯ สำหรับผู้ต้องหา 3 รายประกอบด้วย น.ส.ขนิษฐา หอยนทอง นางสายพิณ ดิบดีคุ้ม มารดา น.ส.ขนิษฐา และนางประชิต วงศ์ประภารัตน์ หัวหน้าการเงิน สำนักงานจังหวัด

 

“ขณะนี้ น.ส.ขนิษฐายังไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ขณะที่การทำสำนวนก่อนส่งพนักงานอัยการ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดคนใหม่จะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนอีกครั้ง แต่คาดว่าจะสรุปส่งอัยการได้ภายในเดือนตุลาคม นี้ สำหรับคดีนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานในจังหวัดเร่งรัดแจ้งความเร็วเกินไป เพราะเกรงว่า น.ส.ขนิษฐา จะหลบหนี โดยไม่ได้รวบรวมหลักฐานให้รัดกุม ทำให้พนักงานสอบสวนมีเวลาทำสำนวนเพียง 84 วัน ขณะที่มีเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ประกอบกับเมื่อครบเวลาสอบสวน 30 วันพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้ ปปช.จังหวัดดำเนินการ แต่ ปปช.ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในคดีทุจริต ได้ส่งสำนวนให้ตำรวจดำเนินคดีอาญา เนื่องจาก ปปช.เห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้รับการประกันตัว เกรงว่าหากสรุปการทำสำนวนล่าช้าโดยใช้เวลานานกว่า 2 ปี จะต้องมีการปล่อยตัวผู้ต้องหาหลังครบกำหนดฝากขังเช่นกัน” แหล่งข่าว กล่าว