9 ทริครักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาโลกร้อน & ประหยัดพลังงาน เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล ในชีวิตประจำวันหลายคนอาจรู้สึกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่และไกลตัว ทั้งที่จริงแล้วปัญหามลพิษ ขยะล้นเมือง ภาวะโลกร้อน หรือทรัพยากรที่ร่อยหรอลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เราจะรับรู้ถึงปัญหาเหล่านี้ แต่ก็มักไม่แน่ใจว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด หรือควรเริ่มต้นแก้ไขจากตรงไหนได้บ้าง เพราะความสะดวกสบายและความเร่งรีบของวิถีชีวิตสมัยใหม่ ทำให้การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว จนเราค่อยๆ มองข้ามผลกระทบที่สะสมอยู่รอบตัวโดยไม่รู้ตัว โดยหลายคนยังไม่รู้ว่า การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมจริงๆ ก็ไม่ได้ต้องเริ่มจากการทำอะไรใหญ่ๆ ค่ะ แต่ควรเริ่มจากการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน เช่น การลดการใช้พลาสติก การแยกขยะ การใช้พลังงานและน้ำอย่างรู้คุณค่า การเดินทางอย่างมีสติ ไปจนถึงการบริโภคอย่างรับผิดชอบ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดปัญหาในภาพรวมได้ เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้ถูกนำมาปรับใช้อย่างต่อเนื่อง จะไม่เพียงช่วยลดมลพิษและการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็นเท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย และต่อไปนี้คือแนวคิดที่ช่วยลดมลพิษได้ในปี 2026 นี้ค่ะ 1. ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว คือการหลีกเลี่ยงพลาสติกที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่กลับตกค้างในสิ่งแวดล้อมยาวนานนับร้อยปีค่ะ เช่น ถุงพลาสติก หลอด หรือบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทิ้ง เพราะพลาสติกเหล่านี้เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญ ทั้งต่อดิน น้ำ และระบบนิเวศทางทะเล อีกทั้งกระบวนการผลิตยังใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง เมื่อปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นทุกวัน ภาระในการจัดการขยะก็ยิ่งสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้างมากกว่าที่หลายคนตระหนัก โดยสิ่งที่เราทำได้คือให้เริ่มจากการปรับพฤติกรรมพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เลือกพกถุงผ้า ขวดน้ำ หรือภาชนะส่วนตัว และปฏิเสธพลาสติกที่ไม่จำเป็น ลองเพิ่มการใช้ซ้ำและเลือกวัสดุทดแทนช่วยลดทั้งปริมาณขยะและการใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง ที่สำคัญคือการเข้าใจว่า “ความสะดวกชั่วคราว” มีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมระยะยาวเสมอ เมื่อเราตัดสินใจอย่างมีสติทุกครั้งที่บริโภค จะไม่เพียงช่วยลดมลพิษ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณให้ระบบการผลิตต้องปรับตัวไปสู่ทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในระดับสังคมค่ะ 2. แยกขยะให้ถูกต้อง การแยกขยะให้ถูกต้อง คือกระบวนการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางค่ะ โดยแบ่งประเภทขยะออกตามลักษณะและวิธีจัดการที่เหมาะสม เช่น ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป และขยะอันตราย โดยความสำคัญของการแยกขยะไม่ได้อยู่แค่ความเป็นระเบียบ แต่คือการลดภาระของระบบกำจัดขยะทั้งประเทศ เพราะขยะที่ไม่ถูกแยกตั้งแต่ต้นทางมักจบลงที่หลุมฝังกลบหรือเตาเผา ทำให้สูญเสียทรัพยากรที่ยังนำกลับมาใช้ได้ และก่อให้เกิดมลพิษทางดิน น้ำ และอากาศในระยะยาว การแยกขยะจึงเป็นจุดตั้งต้นของการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนนะคะ ซึ่งสิ่งที่เราควรทำคือการทำความเข้าใจประเภทขยะให้ชัด และแยกตั้งแต่จุดที่ขยะเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน การล้างภาชนะก่อนทิ้ง การไม่ปะปนขยะเปียกกับขยะรีไซเคิล และการจัดการขยะอันตรายอย่างถูกวิธี ล้วนช่วยเพิ่มโอกาสให้ขยะถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ที่สำคัญคือการตระหนักว่า “การทิ้งรวม” คือการผลักภาระไปให้ปลายทางโดยไม่จำเป็น เมื่อเราปรับพฤติกรรมเล็กๆ ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวม และเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ค่ะ 3. ใช้พลังงานอย่างประหยัด หลายคนยังมองไม่ออกว่า การใช้พลังงานอย่างประหยัด คือการใช้พลังงานเท่าที่จำเป็นและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่สร้างการสูญเปล่าที่หลีกเลี่ยงได้ ซึ่งความสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกค่ะ ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังคงมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งทุกครั้งที่เราเปิดอุปกรณ์โดยไม่จำเป็น ก็เท่ากับเพิ่มภาระต่อระบบผลิตพลังงานและสิ่งแวดล้อมในภาพรวม การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวค่ะทุกคน โดยสิ่งที่เราควรทำคือการเริ่มจากการสำรวจพฤติกรรมการใช้พลังงานของตนเอง ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับความจำเป็น ซึ่งการตัดสินใจเล็กๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยลดความต้องการพลังงานจากต้นทางและลดการปล่อยมลพิษได้จริง ที่สำคัญคือการเข้าใจว่า พลังงานที่ประหยัดได้ในวันนี้ คือทรัพยากรที่ถูกสงวนไว้สำหรับอนาคต เมื่อทุกคนใช้พลังงานอย่างมีสติ การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ 4. ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า คุณผู้อ่านรู้ไหมคะว่า การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า คือการตระหนักว่าน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัดและมีต้นทุนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน เพราะน้ำที่เราใช้ในชีวิตประจำวันต้องผ่านกระบวนการผลิต ปรับปรุงคุณภาพ ถ้าบางที่น้ำทิ้งกลับมาใช้ก็ต้องบำบัดก่อน และส่งจ่าย ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนใช้พลังงานและทรัพยากรจำนวนมาก หากใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองย่อมเพิ่มภาระต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ ระบบสาธารณูปโภค และเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต การประหยัดน้ำจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการลดค่าน้ำอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นส่วนสำคัญของการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสิ่งที่เราควรทำก็คือการปรับพฤติกรรมการใช้น้ำให้เหมาะสมกับความจำเป็น เช่น ปิดก๊อกระหว่างแปรงฟัน ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ซ่อมแซมท่อหรือก๊อกที่รั่ว และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำเกินความจำเป็นในกิจกรรมประจำวัน ที่โดยสรุปแล้วการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยลดการใช้น้ำตั้งแต่ต้นทางและลดพลังงานที่ใช้ในระบบผลิตน้ำได้ ที่สำคัญคือการเข้าใจว่า น้ำทุกหยดมีคุณค่า เมื่อเรารู้จักใช้ทรัพยากรอย่างมีสติ ความมั่นคงด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นก็จะเกิดขึ้นได้ในระยะยาวค่ะ 5. ลดขยะอาหาร หลายคนยังไม่รู้ว่า การลดขยะอาหาร คือการจัดการอาหารตั้งแต่การวางแผนซื้อ การปรุง ไปจนถึงการบริโภคให้เกิดของเสียให้น้อยที่สุด เพราะอาหารที่ถูกทิ้งไม่เพียงหมายถึงความสูญเปล่าทางโภชนาการ แต่ยังรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และแรงงานที่ถูกใช้ตลอดกระบวนการผลิต เมื่ออาหารเหลือทิ้งถูกนำไปฝังกลบ จะเกิดการย่อยสลายที่ปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง การลดขยะอาหารจึงเป็นประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของระบบอาหารค่ะ ซึ่งสิ่งที่เราควรทำต่อก็คือการเริ่มจากการวางแผนมื้ออาหารและการซื้อให้เหมาะสมกับปริมาณการบริโภค เก็บรักษาอาหารอย่างถูกวิธี ใช้วัตถุดิบให้ครบถ้วน และนำอาหารที่เหลือไปปรับใช้หรือแปรรูปเพิ่มเติม หากเป็นไปได้และสามารถทำได้ควรนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมักเพื่อลดขยะอินทรีย์ ที่สำคัญคือการตระหนักว่า ทุกจานที่เหลือทิ้งคือทรัพยากรที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็น เมื่อเราให้คุณค่ากับอาหารมากขึ้น การลดขยะอาหารก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงค่ะ 6. เลือกบริโภคอย่างมีสติ คำว่า “การเลือกบริโภคอย่างมีสติ” คือการตัดสินใจซื้อและใช้สินค้าโดยพิจารณาความจำเป็น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรที่ถูกใช้ตลอดกระบวนการผลิตค่ะ เนื่องจากการบริโภคเกินความต้องการไม่เพียงสร้างภาระด้านขยะ แต่ยังเร่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานอย่างสิ้นเปลือง ตั้งแต่วัตถุดิบ การขนส่ง ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ เมื่อการบริโภคขับเคลื่อนระบบการผลิตโดยขาดความตระหนัก ปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งทวีความรุนแรงในระยะยาวแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำก็คือเริ่มตั้งคำถามก่อนซื้อทุกครั้งว่าสิ่งนั้นจำเป็นหรือไม่ เลือกสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาว ลดบรรจุภัณฑ์เกินจำเป็น และสนับสนุนสินค้าที่ผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการบริโภคอย่างมีสติไม่ได้หมายถึงการงดใช้ทุกอย่างค่ะ แต่คือการใช้เท่าที่จำเป็นและคุ้มค่า ที่สำคัญคือการเข้าใจว่า ทุกการตัดสินใจของผู้บริโภคส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เมื่อเราเลือกอย่างรอบคอบ การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกก็จะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทางของระบบการผลิตนะคะ 7. ใช้ซ้ำและซ่อมแซมก่อนทิ้ง ทุกคนรู้ไหมว่าการใช้ซ้ำและซ่อมแซมก่อนทิ้ง คือแนวคิดการยืดอายุการใช้งานของสิ่งของให้ยาวนานที่สุด แทนการใช้แล้วทิ้งตามความเคยชินค่ะ เพราะวัฒนธรรมการบริโภคที่เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบายทำให้เกิดขยะจำนวนมาก ทั้งที่หลายสิ่งยังสามารถใช้งานต่อหรือซ่อมแซมได้ การผลิตสินค้าใหม่ต้องใช้ทรัพยากร พลังงาน และก่อให้เกิดมลพิษตลอดห่วงโซ่การผลิต ดังนั้นการใช้ซ้ำและซ่อมแซมจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดการใช้ทรัพยากรและลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทางค่ะ โดยสิ่งที่เราควรทำคือเปลี่ยนมุมมองจาก “เสียแล้วต้องทิ้ง” เป็น “ซ่อมได้หรือใช้ต่อได้หรือไม่” และนำสิ่งของกลับมาใช้ซ้ำ ดัดแปลง หรือเลือกซ่อมแซมก่อนตัดสินใจซื้อใหม่ การตัดสินใจเช่นนี้มีส่วนช่วยลดความต้องการผลิตสินค้าใหม่และลดขยะที่ต้องจัดการในระบบปลายทางได้ค่ะ ที่สำคัญคือการเข้าใจว่า การยืดอายุสิ่งของหนึ่งชิ้นคือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ เมื่อการใช้ซ้ำกลายเป็นนิสัย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนนะคะ 8. เลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รู้ไหมคะว่าการเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือการลดการพึ่งพายานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และหันมาใช้รูปแบบการเดินทางที่ปล่อยมลพิษต่ำหรือใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากที่ภาคการคมนาคมเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศที่สำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจำนวนมาก จึงส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพของประชาชน และภาวะโลกร้อนในระยะยาว การตัดสินใจเรื่องการเดินทางในแต่ละวันจึงไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลเท่านั้นค่ะ แต่เชื่อมโยงกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในภาพรวมโดยตรง สำหรับในประเด็นนี้สิ่งที่เราควรทำ คือ การพิจารณาทางเลือกการเดินทางให้เหมาะสมกับระยะทางและบริบท เช่น เดินหรือปั่นจักรยานในระยะใกล้ ใช้ขนส่งสาธารณะ หรือใช้รถคันเดียวกันถ้าไปทางเดียวกัน เพื่อลดจำนวนรถบนถนน การวางแผนการเดินทางล่วงหน้านอกจากช่วยประหยัดทั้งพลังงานและเวลาแล้ว ที่สำคัญคือการมองว่า ทุกกิโลเมตรที่ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว คือการลดการปล่อยมลพิษอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกันในระดับสังคม จะนำไปสู่เมืองที่น่าอยู่ อากาศที่สะอาดขึ้น และระบบการเดินทางที่ยั่งยืนกว่าเดิมนะคะ 9. ส่งต่อแนวคิดรักษ์โลกให้คนรอบตัว จริงๆ แล้วการส่งต่อแนวคิดรักษ์โลกให้คนรอบตัว คือการขยายผลของการดูแลสิ่งแวดล้อมจากระดับบุคคลไปสู่ระดับสังคมค่ะ เพราะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพียงคนเดียวอาจสร้างผลลัพธ์ได้จำกัด แต่เมื่อแนวคิดเดียวกันถูกถ่ายทอดและนำไปปรับใช้ในวงกว้าง จะเกิดแรงขับเคลื่อนที่มีพลังมากขึ้นนะคะ ซึ่งการสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและเข้าใจง่าย มีส่วนช่วยสร้างความตระหนักรู้ และทำให้ผู้คนเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการกระทำในชีวิตประจำวันกับผลกระทบต่อโลกในระยะยาวได้ ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำก็คือการเริ่มจากการเป็นตัวอย่างที่ดีและสื่อสารผ่านการกระทำมากกว่าการบอกกล่าวค่ะ โดยให้แบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้อง ชวนสนทนา แลกเปลี่ยนมุมมอง และสนับสนุนพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในครอบครัว ที่ทำงาน หรือชุมชน ที่สำคัญคือการเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือ เมื่อแนวคิดรักษ์โลกถูกส่งต่ออย่างต่อเนื่อง การดูแลสิ่งแวดล้อมจะไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสังคมทั้งหมดนะคะ ที่โดยภาพรวมของการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อโลก คือการมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวันกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลาสติก พลังงาน น้ำ อาหาร หรือทรัพยากรอื่นๆ เพราะทุกการตัดสินใจล้วนมีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมซ่อนอยู่ การลดมลพิษและการอนุรักษ์พลังงานจึงไม่ใช่เรื่องเฉพาะของนโยบายหรือเทคโนโลยีเท่านั้นค่ะ แต่เริ่มต้นจากวิถีชีวิตของผู้คนในสังคม เมื่อพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ทรัพยากรถูกออกแบบอย่างมีสติ ภาระต่อระบบสิ่งแวดล้อมก็จะลดลงอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวได้นะคะ และเมื่อนำแนวคิดเหล่านี้มาใช้จริง สิ่งสำคัญคือการปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับบริบทในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว แยกขยะให้ถูกต้อง ใช้พลังงานและน้ำอย่างรู้คุณค่า เลือกการเดินทางที่ปล่อยมลพิษต่ำ และบริโภคเท่าที่จำเป็น ควบคู่กับการลดขยะอาหารและยืดอายุการใช้งานของสิ่งของ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดในคราวเดียวค่ะ แต่เป็นการค่อยๆ ปรับให้เกิดความต่อเนื่องและสม่ำเสมอจะดีที่สุด เมื่อพฤติกรรมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผลลัพธ์เชิงบวกจะเกิดขึ้นทั้งต่อบุคคลและสังคมค่ะ สำหรับจุดเริ่มต้นของการลงมือทำควรมาจากการตระหนักรู้และตั้งคำถามกับการใช้ทรัพยากรของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก เลือกเริ่มจากเรื่องที่ใกล้ตัวและทำได้จริง เช่น การปฏิเสธของที่ไม่จำเป็น หรือการปรับวิธีใช้สิ่งของเดิมให้คุ้มค่ามากขึ้น จากนั้นจึงขยายผลไปสู่การแบ่งปันแนวคิดและเป็นตัวอย่างให้คนรอบตัวเห็นว่าการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการทำอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เกิดจากการเริ่มลงมือทำอย่างตั้งใจและต่อเนื่องในทุกๆ วันค่ะ ถ้าพูดประเด็นนี้ในส่วนของผู้เขียนนั้น ต้องบอกว่าทุกวันผู้เขียนคัดแยกขยะค่ะ โดยแยกขยะเปียกไปทำปุ๋ย แยกขยะที่รีไซเคิลได้เอาไว้ขาย ส่วนขยะอันตรายใส่ถุงไว้รอช่วงที่ทางเทศบาลมาเก็บรวบรวมไปกำจัดอีกที สำหรับขยะทั่วไปก็ใส่ถังขยะใหญ่หน้าบ้านรอรถเก็บขยะมาเก็บตามเวลาค่ะ โดยขยะทั่วไปจะนำไปให้รถขยะเฉพาะวันที่ขยะเต็มถังเท่านั้น เพราะจากที่ได้สังเกตมานั้น มีขยะทั่วไปไม่มาก แต่ขยะเปียกเยอะสุดค่ะ และถ้าจะพูดถึงแนวทางอื่นๆ อีกล่ะที่ผู้เขียนทำ เพื่อลดมลพิษที่ผู้เขียนทำอยู่ในตอนนี้ ก็อย่างเช่น กดรับใบเสร็จจากเซเว่นแบบออนไลน์ เพื่อลดการใช้กระดาษนะคะ เลือกใช้ไฟโซลาเซลล์ในบางจุดของบ้าน ไม่รับถุงจากร้านค้าหากมีสินค้าจำนวนน้อยชิ้น ถือกระเป๋าผ้าไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน เผยแพร่แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมผ่านบทความออนไลน์ เลือกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถ้าเดินทางง่ายๆ สั้นๆ ใช้มอเตอร์ไซค์ค่ะ ซ่อมบำรุงรถตามรอบเพื่อลดปัญหาการเกิดมลพิษทางอากาศ ที่ก่อนหน้านี้ก็ซื้อจักรยานไฟฟ้ามาใช้คันหนึ่งกับคนอื่นเขาเหมือนกันค่ะ ก็ลองดูค่ะทุกคน ลองดูว่าอะไรที่เราทำได้เลยในตอนนี้ ให้ลองทำจากเรื่องใกล้ตัวก่อนก็ได้ แล้วค่อยทำในจุดอื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวันนะคะ #ลดมลพิษ #อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม #ประหยัดพลังงาน #เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม #รักษ์โลก เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปก ถ่ายภาพโดย Rawpixel.com จาก FREEPIK และออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหา ถ่ายภาพโดยผู้เขียน เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 9 ทริคทำอาหารให้พอดี กินหมดทุกมื้อ ไม่ทิ้งกลายเป็นขยะอาหาร 11 ตัวอย่างนำถุงพลาสติกมาใช้ซ้ำ ทำอะไรได้บ้าง เพื่อลดการทิ้ง 11 วิธีประหยัดน้ำในบ้านง่ายๆ ใช้อย่างรู้คุณค่า ลดการเกิดน้ำเสีย เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !