เคลียร์ให้ชัด! สรุปโครงสร้างและวิธีใช้ If Clause ทั้ง 4 แบบให้เป๊ะปัง ไม่มีโป๊ะ เรื่องของ If Clause หรือ Conditional Sentences (ประโยคเงื่อนไข) เป็นหนึ่งในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่หลายคนมักจะสับสนเวลาต้องนำมาใช้งานจริง เพราะมันมีหลายโครงสร้างและแต่ละแบบก็ใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จริงๆ แล้วหลักการของ If Clause ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ หัวใจสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าประโยคเงื่อนไขจะประกอบด้วย 2 ส่วนเสมอ คือ ส่วนที่เป็นเงื่อนไข (If-clause) และ ส่วนที่เป็นผลลัพธ์ (Main clause) บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก If Clause แต่ละประเภท ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร โครงสร้างเป็นแบบไหน และควรหยิบไปใช้ในสถานการณ์ใดบ้าง เพื่อให้คุณนำไปแต่งประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 1. Type 0 (Zero Conditional): ความจริงเสมอ ไม่มีวันเปลี่ยน สถานการณ์ที่ใช้: ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นความจริงตามธรรมชาติ กฎวิทยาศาสตร์ ข้อเท็จจริงทั่วไป หรือสิ่งที่เป็นพฤติกรรมทำเป็นกิจวัตร คือ "ถ้าเกิดสิ่งนี้ขึ้น สิ่งนั้นก็จะตามมาเสมอ 100%" โครงสร้าง: If + Present Simple, Present Simple (If + Subject + V.1, Subject + V.1) ตัวอย่างประโยค: If you heat water to 100 degrees Celsius, it boils. (ถ้าคุณต้มน้ำจนถึง 100 องศาเซลเซียส น้ำก็จะเดือด - เป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์) If you drive a car in Thailand, you keep to the left side of the road. (ถ้าคุณขับรถในประเทศไทย คุณต้องขับชิดซ้ายเสมอ - เป็นกฎหมายและข้อเท็จจริง) If I am tired, I go to sleep early. (ถ้าฉันเหนื่อย ฉันจะเข้านอนเร็ว - เป็นกิจวัตรหรือนิสัยส่วนตัว) 2. Type 1 (First Conditional): เหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงในอนาคต สถานการณ์ที่ใช้: ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นเหตุเป็นผลกัน คาดเดาว่า "ถ้าทำสิ่งนี้ในปัจจุบัน แล้วสิ่งนั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต" (มีความเป็นไปได้สูง) โครงสร้าง: If + Present Simple, Future Simple (If + Subject + V.1, Subject + will + V.infinitive) ตัวอย่างประโยค: If it rains tomorrow, we will cancel the trip. (ถ้าพรุ่งนี้ฝนตก พวกเราจะยกเลิกการเดินทาง - เป็นการวางแผนอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจริง) If you study hard, you will pass the exam. (ถ้าคุณตั้งใจเรียน คุณก็จะสอบผ่าน) If she invites me, I will go to her party. (ถ้าเธอชวนฉัน ฉันก็จะไปงานปาร์ตี้ของเธอ) 3. Type 2 (Second Conditional): เหตุการณ์สมมติ เพ้อฝัน ตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน สถานการณ์ที่ใช้: ใช้สมมติเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากในอนาคต (มโนขึ้นมาเอง) นอกจากนี้ยังนิยมใช้ในการให้คำแนะนำ (If I were you...) โครงสร้าง: If + Past Simple, would + V.infinitive (If + Subject + V.2, Subject + would + V.infinitive) ข้อควรรู้: ใน If Clause แบบที่ 2 หากกริยาเป็น Verb to be เราจะนิยมใช้ "were" กับประธานทุกตัว (I, He, She, It) เพื่อความเป็นทางการ ตัวอย่างประโยค: If I won the lottery, I would travel around the world. (ถ้าฉันถูกลอตเตอรี่ ฉันจะเดินทางรอบโลก - ความจริงคือตอนนี้ยังไม่ได้ถูกลอตเตอรี่) If I were you, I would accept that job offer. (ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะรับข้อเสนองานนั้น - ความจริงคือฉันเป็นคุณไม่ได้ เป็นเพียงการให้คำแนะนำ) If he knew her number, he would call her. (ถ้าเขารู้เบอร์ของเธอ เขาคงโทรหาไปแล้ว - ความจริงคือตอนนี้เขาไม่รู้เบอร์) 4. Type 3 (Third Conditional): ความเสียดาย รำลึกอดีตที่แก้ไขไม่ได้แล้ว สถานการณ์ที่ใช้: ใช้สมมติเหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับความเป็นจริงใน "อดีต" มักใช้เพื่อแสดงความเสียดายว่า "ถ้าตอนนั้นทำแบบนั้น ผลลัพธ์ในตอนนั้นคงออกมาเป็นอีกแบบ" ซึ่งตอนนี้แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะมันจบไปแล้ว โครงสร้าง: If + Past Perfect, would have + V.3 (If + Subject + had + V.3, Subject + would have + V.3) ตัวอย่างประโยค: If I had studied harder, I would have passed the exam. (ถ้าตอนนั้นฉันตั้งใจเรียนมากกว่านี้ ฉันก็คงสอบผ่านไปแล้ว - ความจริงในอดีตคือไม่ได้ตั้งใจเรียน และสอบตกไปแล้ว) If we had left home earlier, we wouldn't have missed the flight. (ถ้าพวกเราออกจากบ้านให้เร็วกว่านี้ พวกเราคงไม่ตกเครื่องบิน - ความจริงคือออกมาช้าและตกเครื่องไปแล้ว) She would have been very happy if you had told her the truth. (เธอคงจะมีความสุขมากไปแล้ว ถ้าตอนนั้นคุณบอกความจริงกับเธอ - ความจริงคือคุณไม่ได้บอก) Tips เพิ่มเติม: กฎการใช้เครื่องหมายจุลภาค (Comma) ในการเขียน If Clause คุณสามารถสลับตำแหน่งระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ได้โดยที่ความหมายไม่เปลี่ยน แต่มีกฎเรื่องเครื่องหมายวรรคตอนดังนี้: ถ้าเอา If ขึ้นก่อน: ต้องมีเครื่องหมายคอมมา (,) คั่นระหว่างประโยคเสมอ If it rains*,** I will stay home.* ถ้าเอา Main clause ขึ้นก่อน: ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคอมมา (,) I will stay home if it rains. การเลือกใช้ If Clause ให้ถูกต้องจะช่วยให้การสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณดูเป็นมืออาชีพและสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และควรลองฝึกแต่งประโยคจากสถานการณ์รอบตัวดูบ่อยๆ รับรองว่าจะใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วแน่นอน ภาพหน้าปกและภาพประกอบที่ 1-4 โดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !