รีเซต

"ซาอุฯ" ถล่มคลังน้ำมันเยเมน จุดไฟวิกฤตพลังงานโลก

"ซาอุฯ" ถล่มคลังน้ำมันเยเมน จุดไฟวิกฤตพลังงานโลก
TNN ช่อง16
14 ตุลาคม 2569 ( 13:36 )

ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมนทวีความรุนแรง หลังทั้งสองฝ่ายโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานตอบโต้กัน เพิ่มความกังวลต่อความมั่นคงของแหล่งน้ำมันและเส้นทางการค้าโลก

ล่าสุด กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า อาคารสำนักงานของบริษัทซาอุดี อารามโค ในเมืองดาห์ราน ทางตะวันออกของประเทศ ถูกโจมตีช่วงดึกวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในวงจำกัด โดยไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ถือเป็นความคืบหน้าจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุเพียงว่า ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธที่มุ่งหน้าไปยังเมืองดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ยืนยันล่าสุดยังไม่ได้ระบุว่าการผลิตหรือการส่งออกน้ำมันหยุดชะงักจากเหตุการณ์นี้ 

ก่อนหน้านั้น กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเปิดฉากโจมตีคลังเชื้อเพลิงซาบาฮา บริเวณชานกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน หลังแจ้งเตือนประชาชนให้ออกจากพื้นที่เป้าหมาย ขณะที่บริษัทน้ำมันเยเมนระบุว่า ถังเก็บเชื้อเพลิงในพื้นที่ว่างเปล่าขณะถูกโจมตี

ตามรายงาน คลังน้ำมันบริเวณท่าเรือราสอีซา ในจังหวัดโฮเดดาห์ ถูกโจมตีหลายระลอกด้วย สะท้อนการขยายเป้าหมายไปยังแหล่งเชื้อเพลิงที่มีความสำคัญต่อการเคลื่อนกำลังของกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

ด้านกลุ่มฮูตีตอบโต้ด้วยการเตือนพนักงานและประชาชนให้อยู่ห่างจากสถานประกอบการของอารามโค พร้อมประกาศว่าจะโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียต่อไป ทำให้ความเสี่ยงของความขัดแย้งขยายจากสนามรบในเยเมนเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจซาอุฯ มากขึ้น

สำหรับตลาดน้ำมัน ราคาปิดวันที่ 13 ตุลาคม เคลื่อนไหวสวนทางกัน น้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 96 เซนต์ หรือร้อยละ 0.9 ปิดที่ 105.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ หรือร้อยละ 0.4 ปิดที่ 94.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยความหวังว่าข้อตกลงเกี่ยวกับการส่งออกดีเซลรัสเซียจะเพิ่มอุปทาน ช่วยถ่วงดุลความกังวลจากการโจมตีในตะวันออกกลาง 

ในเชิงธุรกิจ การโจมตีครั้งนี้เพิ่มความเสี่ยงสองด้าน ทั้งความปลอดภัยของสถานประกอบการพลังงาน และความต่อเนื่องของการขนส่ง โดยเฉพาะช่องแคบบับเอลมันเดบ ประตูทางใต้ของทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับน้ำมันและสินค้า หากสถานการณ์รุนแรงจนเรือต้องเปลี่ยนเส้นทาง ก็อาจเพิ่มระยะเวลาเดินทาง ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายประกันภัย

แรงกดดันยังลามถึงธุรกิจการบินและการท่องเที่ยว สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างข้อมูลบริษัทซีเรียมว่า เที่ยวบินขาออกจากสนามบินทั่วซาอุดีอาระเบียตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม มากกว่า 3,120 เที่ยว ถูกยกเลิกหรือระบุว่าไม่ทำการบิน คิดเป็นประมาณร้อยละ 41 ของเที่ยวบินตามกำหนด ขณะที่หลายสายการบินระงับบริการจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย 

สถานการณ์จึงกระทบมากกว่าราคาน้ำมัน เพราะยังท้าทายความเชื่อมั่นของนักลงทุน ในช่วงที่ซาอุดีอาระเบียเดินหน้าขยายธุรกิจท่องเที่ยว การบิน และโลจิสติกส์ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน

สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องติดตามต่อจากนี้ คือการโจมตีจะกระทบการผลิตและการส่งออกพลังงานจริงหรือไม่ รวมถึงความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ เพราะหากความเสี่ยงยืดเยื้อ ก็อาจส่งผ่านไปยังต้นทุนขนส่ง ราคาสินค้า และค่าครองชีพในหลายประเทศ รวมถึงไทย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง